มาตรการป้องกันโควิดในโรงเรียน เขียนไว้ข้างเตียงกันเถิด

เปลี่ยนไลฟ์สไตล์ลูกสักนิด ชีวิตปลอดภัย

อัปเดตเมื่อ

School bag on a desk with books inside

ก่อนอื่นเราขอให้คุณพ่อคุณแม่สบายใจคลายเครียดเมื่อผู้ใหญ่ใจดีได้จัดทำคู่มือป้องกันโควิดในโรงเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนของสถานศึกษาตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรร่วมมือกับโรงเรียนเพื่อฝึกให้เด็กๆ ปฏิบัติให้คุ้นชินด้วยนะ

6 มาตรการป้องกันโควิดในโรงเรียน

เราทุกคนจะต้องตื่นตัวและร่วมมือกันทั้งนักเรียน นักศึกษา และครูผู้สอน เพื่อช่วยลดการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโคโรน่า คัดกรองวัดไข้และอาการเสี่ยงก่อนเข้าสถานศึกษา

  • สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยสำหรับเด็กตลอดเวลา
  • จัดจุดล้างมือหรือเจลแอลกอฮอล์ให้เพียงพอ สอนวิธีล้างมือที่ถูกต้อง
  • รักษาระยะห่างระหว่างบุคคล 2 เมตร
  • เปิดหน้าต่างและประตูเพื่อระบายอากาศ พร้อมกับทำความสะอาดห้องเรียนและพื้นผิวสัมผัสร่วม
  • ลดกิจกรรมรวมกลุ่มของเด็กๆ เช่น กีฬาสี ลดเวลาทำกิจกรรมและใช้วิธีเหลื่อมเวลาเข้าเรียน เลิดเรียนและเวลาพัก

มาตรการข้างต้นไม่ใช่หนทางยากลำบากที่เราทุกฝ่ายจะร่วมมือกันทำ เพื่อสุขภาพเด็กไทยที่จะเติบใหญ่มาใส่ใจดูแลสังคมกันต่อ

รู้ไว้ก่อนไป! คู่มือป้องกันโควิดในโรงเรียน

ควรป้องกันตัวเองและลูกน้อยให้ปลอดภัยจากเชื้อโรคเมื่อต้องเข้าไปในสถานศึกษา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีจำนวนคนมาก มาดูกันเลยว่ามีวิธีใดบ้าง

ส่องจุดคัดกรองก่อนเข้าโรงเรียน

จะมีรอยยิ้มหวานๆ ทักทายคุณตรงจุดตรวจคัดกรองก่อนเข้าโรงเรียนหรือสถานศึกษา ซึ่งจะมีการจัดโซนแยกออกมาชัดเจน และมีการจัดระเบียบให้เข้าแถวต่อคิวอย่างน้อย 1-2 เมตร ส่วนใหญ่ใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดไข้แบบอินฟาเรด ที่ใช้วัดค่าอุณหภูมิร่างกายผ่านผิวหนังโดยไม่ต้องสัมผัสตัว เช่น วัดไข้ตรงหน้าผาก

หากนักเรียนหรือนักศึกษาคนใดมีไข้สูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส หรือมีอาการจาม ไอ น้ำมูกไหล เจ็บคอ เหนื่อยหอบและหายใจลำบาก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที หากพบว่ามีอาการโควิดในเด็กมากกว่า 3 คนขึ้นไป ควรรีบแจ้งศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่

เมื่อวัดอุณหภูมิเสร็จ นักเรียนก็ควรล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ที่โรงเรียนเตรียมไว้ บางแห่งมีการทำความสะอาดพื้นรองเท้าก่อนเข้าไปในโรงเรียนด้วย ที่สำคัญ นักเรียน ครู และผู้เข้ามาในสถานศึกษาทุกคนต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย

โรงอาหาร ทานให้ไว ใส่หน้ากากและล้างมือบ่อยๆ

โรงอาหารคือหนึ่งในสถานที่ที่ผู้คนแอดอัดและมีความเสี่ยงมากต่อการแพร่เชื้อโรค จึงมีวิธีป้องกันโควิดและการจัดพื้นที่สำหรับคัดกรองก่อนเข้าโรงอาหารแบบเดียวกับที่ทำก่อนเข้าโรงเรียน

  • ผู้ซื้อและผู้ขายอาหารควรสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา (ยกเว้นเวลารับประทาน) ผู้ประกอบการควรสวมถุงมือยาง หมวก และผ้ากันเปื้อน 
  • มีฉากกั้นระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ไม่ใช้มือจับอาหาร 
  • ทำความสะอาดพื้นผิวที่ได้รับการสัมผัสบ่อยๆ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้น 70% ขึ้นไป เช่น โต๊ะ เก้าอี้ บัตรคูปองแทนเงินสด ชุดเครื่องปรุงอาหาร แผงจำหน่ายอาหาร และควรกำจัดขยะให้ถูกวิธี
  • ในโรงอาหารควรมีจุดบริการล้างมือ เพราะการล้างมือด้วยสบู่อย่างน้อย 20 วินาทีคือวิธีฆ่าเชื้อโควิดที่อยู่หมัด หรือจะใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือที่มีความเข้มข้น 70% ขึ้นไปก็ได้ 
  • ภาชนะใส่ช้อนส้อมควรจะเป็นภาชนะแบบมีฝาปิดมิดชิด การจัดการที่นั่ง ควรเว้นระยะห่าง 2 เมตร จัดที่นั่งแบบเฉียงหากนั่งฝั่งตรงข้าม หรือควรมีฉากกั้น

ทางที่ดีเด็กๆ ควรพกของใช้ส่วนตัวมาเอง เช่น ช้อนกลาง ช้อนส้อม ตะเกียบ แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ ขวดน้ำหรือกระติกน้ำ รวมถึงผ้าเช็ดอเนกประสงค์ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ผ้าเช็ดหน้า เพื่อลดการสัมผัสของใช้ร่วมกับผู้อื่น

ห้องเรียนแบบ New Normal

นักเรียนต้องสวมหน้ากากอนามัยสำหรับเด็ก จัดโต๊ะเรียนแยกออกจากกันและเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร หรือมีที่กั้นสำหรับโต๊ะที่แยกไม่ได้ จัดห้องเรียนใหม่ไม่เกิน 20 คนต่อห้อง หากมีห้องเรียนไม่เพียงพอ ควรจัดการเรียนการสอนเฉพาะกลุ่ม

สำหรับการใช้ห้องสมุด สถานที่ประชุม จัดสอบ ฝึกอบรม หรือจัดกิจกรรมกีฬา สถานศึกษาควรเน้นการรักษาระยะห่างและพิจารณาจำนวนนักเรียนต่อพื้นที่นั้นๆ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการป้องกันโรคโควิดในเด็ก รวมไปถึงการยืนเคารพธงชาติ ควรยืนห่างกัน 2 เมตร

การเรียนการสอนแบบวิถีใหม่

ควรปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับบริบทการเข้าถึงการเรียนรู้ ในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 และเรียนรู้วิธีฆ่าเชื้อโควิด มีการติดป้ายประชาสัมพันธ์และรณรงค์เพื่อสุขอนามัยที่ดี เช่น วิธีล้างมือที่ถูกต้อง การสวมหน้ากากอนามัยสำหรับเด็ก การรักษาระยะห่าง

หากไม่สามารถจัดเว้นระยะห่างในห้องเรียนตามมาตรการข้างต้น ก็ควรมีการสลับวันเรียนหรือแบ่งจำนวนนักเรียน อาทิ จัดการเรียนการสอนแบบผสมผสาน (ออนไลน์) สลับชั้นมาเรียนของนักเรียน แบบสลับวันเรียนหรือแบบสลับวันคู่ วันคี่ หรือสลับวันมาเรียน 5 วัน หยุด 9 วัน หรือสลับกลุ่มนักเรียนมาเรียน

นอกจากนี้ ควรมีมาตรการในการเตรียมความพร้อมการจัดการเรียนการสอน โดยคำนึงถึงการเรียนรู้ตามวัยและสอดคล้องกับพัฒนาการด้านสังคม อารมณ์ และสติปัญญา และกำหนดระยะเวลาในการใช้สื่อออนไลน์ในสถานศึกษา ในเด็กเล็กและประถมศึกษาไม่เกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน และในเด็กโตหรือมัธยมศึกษา ไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน รวมทั้งมีการใช้สื่อด้านสุขภาพผ่านช่องทางโซเชียล มีเดีย เช่น เว็บไซด์ เฟซบุ๊ค ไลน์ อีเมล์ คิวอาร์โค้ด

พ่อแม่อุ่นใจเมื่อโรงเรียนใส่ใจในรายละเอียด

มีการเตรียมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยสำรองให้เด็ก มีมาตรการป้องกันโควิดในโรงเรียนด้วยการส่งเสริมให้นักเรียนได้รับบริการสุขภาพขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึง มีมาตรการดูแลนักเรียนที่มีความบกพร่องด้านพัฒนาการ ด้านพฤติกรรมอารมณ์ ภาวะสมาธิสั้น รวมทั้งเด็กออทิสติก

นักเรียนจิตอาสาท้าสู้โควิด

สถานศึกษาควรส่งเสริมให้รุ่นพี่จิตอาสามาดูแลรุ่นน้องเพื่อป้องกันโควิดในโรงเรียน และจัดหาแกนนำด้านสุขภาพมาเป็นอาสาสมัครดูแลสุขภาพเพื่อนนักเรียน ควรดูแลกันและกันแบบอ่อนโยน ไม่ควรลงโทษหรือต่อว่าแรงๆ

ส่องจุดสัมผัสเสี่ยง เลี่ยงโควิดในโรงเรียน

สอนเด็กๆ ให้รู้จักวิธีฆ่าเชื้อโควิดด้วยการทำความสะอาดบริเวณจุดสัมผัสร่วมทุกวัน เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ราวบันได ลิฟต์ กลอนประตู มือจับประตูและหน้าต่าง รวมไปถึงทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียนการสอน ก่อนและหลังใช้งาน อาทิ ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องดนตรี อุปกรณ์กีฬา และควรมีถังขยะแบบมีฝาปิดในห้องเรียน

ที่ลืมไม่ได้ เวลาลูกกลับบ้านให้รีบอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และทำความสะอาดกระเป๋านักเรียน ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงในการติดเชื้อโรคด้วย

อย่าตื่นตระหนกเมื่อพบโควิดในเด็ก

สถานศึกษาควรมีการจัดเตรียมแผนรองรับการจัดการเรียนการสอนสาหรับนักเรียนป่วย กักตัว และควรมีนโยบายรองรับกรณีที่ต้องปิดโรงเรียน

มีการจัดเตรียมแนวปฏิบัติด้านการจัดการความเครียดของครูและบุคลากร รวมทั้งควรมีการตรวจสอบประวัติเสี่ยงของนักเรียนและบุคลากร รวมทั้งตรวจสอบ เรื่องการกักตัวให้ครบ 14 วัน ก่อนกลับมาเรียนหรือมาสอนตามปกติ

โรงเรียนกับบ้านร่วมมือต้านโควิด

เด็กๆ ใช้เวลาอยู่ในโรงเรียนตั้ง 6-7 ชั่วโมง โรงเรียนจึงเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของเด็กๆ ดังนั้นสุขอนามัยที่ดีและการรักษาความสะอาด ประกอบกับมาตรการป้องกันโควิดในโรงเรียน ก็จะช่วยทำให้บ้านหลังนี้เปี่ยมไปด้วยความสุขและความอบอุ่น

ขอให้คุณพ่อคุณแม่และคุณครูลองเปลี่ยนภาระให้เป็นพลังดูนะจ๊ะ

เผยแพร่ครั้งแรก