ป้องกันโควิดที่อาจติดมากับของจ่ายตลาด

ตั้งการ์ดป้องกันโควิด

อัปเดตเมื่อ

food containers in a fridge

แม้กิจกรรมหลายอย่างต้องถูกเบรคเพื่อการรักษาระยะห่างในการป้องกันโควิด แต่สิ่งหนึ่งที่หยุดไม่ได้เลยก็คือการจ่ายตลาด เพราะทุกคนยังคงต้องซื้อของกินและของใช้ที่จำเป็นเข้าบ้าน คุณคงยังไม่ลืมวันที่มีการกักตุนสินค้า 

ถึงแม้วันนี้สถานการณ์จะดีขึ้นมากแล้ว แต่ระหว่างที่ยังไม่มียาและวัคซีนรักษาโควิด เราก็ยังวางใจไม่ได้

ไปจ่ายตลาดมีโอกาสติดโควิดหรือไม่ 

มีโอกาสมากที่จะติดโควิดจากผู้คนที่มีเชื้อโควิดแต่ไม่แสดงอาการในตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ตหากคุณไม่ทำตามวิธีป้องกันโควิดอย่างเคร่งครัด ได้แก่ การรักษาระยะห่าง การสวมใส่หน้ากาก และการล้างมือด้วยสบู่นาน 20 วินาที หรือทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ 70% หลังจากสัมผัสสิ่งต่างๆ 

หากจะพูดถึงการติดโควิดจากสิ่งของนั้นก็มีโอกาส แต่มีโอกาสน้อย และยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดของการติดโควิดทางนี้ แต่คุณก็ไม่ควรชะล่าใจ อย่าลืมว่าโควิดอยู่บนพื้นผิวต่างๆ ได้ระยะเวลาหนึ่งขึ้นอยู่กับวัสดุ ดังนั้น ใช้วิธีป้องกันโควิดเมื่อไปจ่ายตลาดชัวร์ที่สุด

ยุทธศาสตร์การจ่ายตลาด

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ของหมดเมื่อไรก็ไปซื้อเมื่อนั้น แต่ตอนนี้ คุณอาจต้องปรับพฤติกรรมการจับจ่ายเล็กน้อย 

  • วางแผน - ทำลิสต์ของที่ต้องซื้อให้เพียงพอสำหรับ 2 อาทิตย์ เพื่อลดความถี่ที่ต้องออกไปพบปะผู้คน แนะนำว่าให้คุณจดใส่กระดาษแทนโทรศัพท์มือถือ จะได้ไม่ต้องใช้มือที่สัมผัสสิ่งของต่างๆ ไปจับโทรศัพท์มือถือ

  • ช้อปตอนโล่ง - เลือกเวลาจ่ายตลาดช่วงที่ผู้คนไม่พลุกพล่าน เช่น หลีกเลี่ยงเวลาหลังเลิกงานที่พนักงานออฟฟิศว่างมาจ่ายตลาด หรือหลังเลิกเรียนที่ผู้ปกครองไปรับลูกที่โรงเรียนแล้วแวะช้อปปิ้งก่อนกลับบ้าน 

  • ไม่เดินเตร็ดเตร่ - มุ่งตรงไปหยิบของตามรายการที่เตรียมมา และหยิบจับเฉพาะของที่จะซื้อเท่านั้น

  • ซื้อเองหรือสั่งซื้อ - ถ้าคุณเลือกไปซื้อเองก็ต้องปฏิบัติตามวิธีป้องกันโควิดเมื่อออกนอกบ้าน แต่หากคุณเลือกสั่งซื้อออนไลน์ก็ต้องป้องกันตัวเองระหว่างรับสินค้าจากพนักงานจัดส่ง

  • รถเข็นหรือตะกร้า - เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ 70% ตรงบริเวณที่จับของรถเข็นหรือตะกร้า

  • เลือกจ่ายเงินแบบเซลฟ์เซอร์วิส - ช่วยลดการพบพนักงานแคชเชียร์ที่ให้บริการผู้คนมากมายมาทั้งวัน

  • จ่ายเงินไร้สัมผัส - เลือกจ่ายเงินด้วยระบบดิจิทัลหรือเตรียมเงินสดให้พอดี

  • ห้ามลืม! - สวมหน้ากาก การรักษาระยะห่างจากคนอื่นอย่างน้อย 2 เมตร รวมถึงถูมือบ่อยๆด้วยเจลแอลกอฮอล์ 70% เมื่อสัมผัสของ จับพื้นผิวต่างๆ และหลังจากช้อปปิ้งเสร็จ

ถึงบ้านแล้ว ทำอย่างไรต่อกับของที่ซื้อมา

เริ่มจากจัดสรรพื้นที่เพื่อใช้ในการวางของและทำความสะอาดของแต่ละชิ้น โดยแบ่งพื้นที่เป็น 2 ฝั่ง คือ ฝั่งที่ยังไม่ได้ทำความสะอาด และฝั่งที่ทำความสะอาดแล้ว 

เริ่มทำความสะอาด

ฆ่าเชื้อโรคพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ด้วยแอลกอฮอล์ 70% ขึ้นไป และล้างมือของคุณให้สะอาดด้วยสบู่นาน 20 วินาที หรือเช็ดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ 70% ขึ้นไปก่อนหยิบจับสิ่งของ ดูวิธีล้างมือที่ถูกต้องที่นี่

แยกชนิดผลิตภัณฑ์

ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดมีความเสี่ยงต่างกันขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่โควิดอยู่ได้บนบรรจุภัณฑ์แต่ละชนิด มีอะไรบ้างมาดูกัน 

  • 24 ชั่วโมงบนการ์ดบอร์ด : กล่องซีเรียล กล่องขนม กล่องเครื่องสำอาง กล่องสบู่ก้อน กล่องชาชนิดซอง

  • 3-7 วันบนพลาสติก : กล่องขนม ขวดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ขวดเครื่องปรุง ขวดเครื่องสำอาง ขวดโลชั่น

  • 2-8 ชั่วโมงบนอลูมิเนียม : ถุงฟอยด์ขนมขบเคี้ยว ซองเครื่องสำอาง กระป๋อง

  • 5 วันบนแก้ว : ขวดเครื่องดื่ม ขวดแยม ขวดกาแฟสำเร็จรูป  

  • 3 ชั่วโมงบนกระดาษ : ฉลากผลิตภัณฑ์ นิตยสาร หนังสือพิมพ์

  • 5 วันบนโลหะ : หม้อ กระทะ ปิ่นโต ช้อนส้อม

แต่การตรวจพบก็ไม่ได้หมายความว่าไวรัสยังมีพละกำลังเท่าเดิม แต่จะอ่อนแรงลงมากเมื่อเวลาผ่านไป

เนื้อสด  

คุณควรจัดการเนื้อสดเป็นอันดับแรกเพราะไม่ควรตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิที่ร้อนเป็นเวลานานจะทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตบนเนื้อได้ หากคุณยังไม่ใช้เนื้อทั้งหมดที่ซื้อมาสำหรับทำกับข้าวในคราวเดียว ให้แบ่งใส่กล่องสำหรับทำอาหารเป็นมื้อๆ ก่อนนำใส่ช่องแช่แข็ง และเมื่อนำมาใช้ก็ควรปรุงสุกเพื่อฆ่าเชื้อโรค

อาหารแช่แข็ง

เช่นเดียวกับเนื้อสด อาหารแช่แข็งก็ไม่ควรอยู่ในอุณหภูมิที่ร้อนจนละลายเพื่อป้องกันเชื้อโรค โดยส่วนใหญ่อาหารแช่แข็งบรรจุอยู่ในห่อพลาสติก ให้คุณตรวจเช็คว่าไม่มีรูรั่วที่ห่อ จากนั้นล้างในน้ำสบู่ เช็ดให้แห้งแล้วนำไปแช่ในช่องแช่แข็งทันที แต่หากเป็นกล่องไอศครีมให้ใช้ทิชชูเปียกสูตรฆ่าเชื้อโรคเช็ด

สิ่งของที่มาในกล่อง

ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในกล่องหรือผลิตภัณฑ์ที่มีซองพลาสติกอีกชั้นด้านในกล่อง เช่น ซีเรียล คุกกี้ ขนมต่างๆ เครื่องสำอาง ให้คุณเปิดกล่อง จากนั้นเทของหรือซองด้านในลงบนพื้นที่สำหรับสิ่งของทำความสะอาดแล้วโดยไม่ใช้มือสัมผัสของหรือซองด้านใน เนื่องจากไม่มีใครสัมผัสด้านในมาก่อน คุณจึงไม่จำเป็นต้องใช้วิธีฆ่าเชื้อโควิดเพิ่มเติม อย่าลืมวางกล่องไว้ฝั่งสกปรกรอการทิ้ง

สิ่งของที่มาในซอง ขวด กระป๋อง

สิ่งของในซองพลาสติก ถุงฟอยด์ ขวดพลาสติก ขวดแก้ว หรือกระป๋อง เช่น ขนมขบเคี้ยวต่างๆ ขวดน้ำดื่ม เครื่องดื่มกระป๋อง สามารถใช้ทิชชูเปียกแบบมีแอลกอฮอล์ 70% เช็ดฆ่าเชื้อโรคได้เลย โดยเช็ดให้ทั่วบรรจุภัณฑ์ และวางทิ้งไว้ให้แห้งในพื้นที่ฝั่งทำความสะอาดแล้ว 

ผักและผลไม้

หากผักหรือผลไม้ที่คุณซื้อมามีเศษดิน ให้เอาเศษดินออกก่อนเพื่อกำจัดแหล่งสะสมเชื้อราและแบคทีเรีย ส่วนผักที่เป็นใบหลายๆ ชั้น เช่น ผักกาด ให้คุณเด็ดใบชั้นนอกทิ้ง จากนั้นเปิดน้ำก๊อกให้ไหลผ่านผักและผลไม้ โดยให้ใช้มือขัดเบาๆ สำหรับผลไม้ที่มีซอกหลืบเยอะๆ เช่น องุ่น ให้พลิกผลไม้เพื่อให้น้ำล้างทั่วถึงทุกด้าน

ฆ่าเชื้อโรคของรอบข้าง

หลังจากจัดการกับของที่ซื้อมาแล้ว ทิ้งบรรจุภัณฑ์ต่างๆ อย่างเบามือ ป้องกันการฟุ้งของฝุ่นและเชื้อโรค จากนั้นให้คุณฆ่าเชื้อโรคสิ่งของอื่นๆ รอบข้าง สำหรับวิธีทำความสะอาดธนบัตร เหรียญ  กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือ และพื้นผิวต่างๆ ที่ของสัมผัส ทำได้โดยเช็ดด้วยทิชชูเปียกฆ่าเชื้อโรคหรือแอลกอฮอล์ 70% ขึ้นไป อย่าลืมเช็ดเบาะรถหรือหลังรถที่ใส่ของมาด้วย ตามด้วยการซักถุงผ้าและหน้ากากผ้า ปิดท้ายด้วยการล้างมือด้วยสบู่นาน 20 วินาที  

จัดการอย่างไร ชุดที่ใส่ไปช้อปปิ้ง

หากคุณไปจ่ายตลาดในที่ที่มีผู้คนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นซูเปอร์มาร์เก็ต ตลาด หรือร้านสะดวกซื้อ เมื่อกลับถึงบ้าน คุณควรเปลี่ยนชุดและนำไปซัก แต่ถ้ายังไม่ซักในทันที ให้นำใส่ถุงพลาสติกแยกไว้ โดยเมื่อนำมาซักก็ให้ใช้วิธีแยกซักจากเสื้อผ้าอื่นๆ 

สำหรับวิธีฆ่าเชื้อโรคบนเสื้อผ้าก็ทำได้โดยการใช้น้ำยาซักผ้าหรือผงซักฟอกสูตรพิเศษที่เน้นการฆ่าเชื้อโรคอย่างเช่น โอโม พลัส แอนตี้แบค หรือ บรีส เอกเซล สูตรเข้มข้น และคุณอาจใช้ร่วมกับการซักผ้าด้วยน้ำร้อนที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียสขึ้นไป 

ทิ้งหน้ากากอนามัยแบบหยุดเชื้อ

หน้ากากแบบใช้แล้วทิ้ง ต้องทิ้งให้ถูกวิธีเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค เวลาถอดออก ให้คุณจับที่ขอบของหน้ากากและพับครึ่ง โดยเอาด้านในพับเข้าหากัน จากนั้นพับครึ่งซ้ำอีก 2 ทบ รัดด้วยสายคล้องหู และนำใส่ถุงที่ปิดมิดชิดก่อนทิ้งในถังขยะที่มีฝาปิด  

การจ่ายตลาดอันชาญฉลาดนี้ ช่วยคลายความกังวลที่จะติดโควิดและเพิ่มความมั่นใจว่า คุณจะไม่ได้เป็นผู้ที่พาโควิดแอบแฝงเข้ามาในบ้าน

เผยแพร่ครั้งแรก