ปลดล็อคแล้ว! เดินทางด้วยขนส่งสาธารณะอย่างไรให้ปลอดภัยจากโควิด

ผ่อนคลาย แต่ก็ไม่ประมาท

อัปเดตเมื่อ

girl brown hair wearing mask boarding bus

แม้ว่าจะปลดล็อคแล้ว แต่มาตรการดูแลตัวเองยังถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวดอยู่ดี บางคนต้องออกไปซื้อข้าวของเครื่องใช้ กินข้าวนอกบ้าน หรือมีทริปเที่ยวทะเล หลายบริษัทประกาศยกเลิก Work From Home ธุรกิจต่างๆ และสำนักงานเริ่มทยอยเปิดทำการ นั่นหมายถึงการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะจะกลับมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตอีกครั้ง ถามว่าจะลดความเสี่ยงและมีวิธีป้องกันโควิดอย่างไรในระหว่างเดินทางหลังล็อคดาวน์ คำแนะนำต่อไปนี้อาจเป็นคำตอบให้คุณได้

ปลอดภัยไว้ก่อน!

อย่าลืมกฎพื้นฐาน นั่นคือ ความปลอดภัยต้องมาเป็นที่หนึ่งในทุกกิจกรรมการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ เพื่อป้องกันทั้งตัวคุณเองและคนอื่นๆ ให้ปลอดภัยจากไวรัสโคโรนา

  • สวมหน้ากาก (หน้ากากอนามัยก็ดี หน้ากากผ้าก็ได้) เมื่อทุกคนต่างสวมหน้ากาก เท่ากับช่วยลดความเสี่ยงได้สองทาง ทั้งฝั่งของคนที่มีโอกาสรับเชื้อและคนที่อาจแพร่เชื้อ    

  • ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ ไม่ว่าจะด้วยน้ำกับสบู่ แอลกอฮอล์เจล 70% หรือแผ่นแอลกอฮอล์สำเร็จรูป (alcohol pads) ทั้งก่อนออกจากบ้าน ก่อนและหลังใช้บริการขนส่งสาธารณะ และเมื่อถึงที่หมายแล้ว    

  • ควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้า เพื่อเลี่ยงการเดินทางหลายต่อ ถ้าเป็นไปได้และระยะทางไม่ไกลเกิน การเดินหรือปั่นจักรยานเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ได้ออกกำลังกายแล้วยังปลอดภัยอีกด้วย

  • ปรับเปลี่ยนเวลาเดินทางเพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดยัดเยียดในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน เลือกเดินทางในช่วงที่คนน้อยจะดีกว่า เพราะทำให้เราสามารถเว้นระยะห่างได้

  • ใส่ใจเรื่องการรักษาระยะห่างระหว่างกันอย่างน้อย 2 เมตร หรือเท่าที่จะทำได้ การนั่งติดกันหรือยืนชิดกันถือเป็นความเสี่ยง

  • หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในจุดที่มีผู้คนหนาแน่น รวมถึงจุดอับที่การระบายอากาศไม่ดีพอ หากเป็นไปได้ควรเลือกไปอยู่ในจุดที่อากาศใหม่หมุนเวียนเข้ามาตลอด เช่น ที่นั่งใกล้ประตู     

  • หลีกเลี่ยงจุดที่มีผู้คนสัมผัสบ่อย เช่น ที่พักแขน ราว เสา หรือห่วง แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ควรล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจลหลังจากนั้นทันที และอย่าเผลอเอามือไปลูบหน้าหรือสัมผัสตา จมูก ปาก

รักษากติกา มารยาท

เมื่อรถโดยสารหรือรถไฟฟ้าจอดเทียบท่า ควรรอให้ผู้โดยสารคนอื่นลงหรือออกมาให้หมดก่อน แล้วค่อยทยอยเข้าไปภายในทีละคน การเบียดสวนเข้าไปทันที นอกจากจะไม่ใช่มารยาทของผู้โดยสารที่ดีแล้ว ยังอาจเสี่ยงสัมผัสเชื้ออีกด้วย      

ขณะอยู่บนรถโดยสาร รถไฟฟ้า หรือระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ควรงดพูดคุยกันหรือคุยโทรศัพท์ ยิ่งคุยกันเสียงดังมากเท่าไหร่ โอกาสเสี่ยงจะแพร่กระจายเชื้อก่อโรคผ่านลมที่ออกมาจากปากไปให้คนรอบข้างก็ยิ่งมากเท่านั้น

ปิดปากและจมูกขณะไอหรือจามด้วยผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชูเพื่อป้องกันการกระจายเชื้อ ถ้าไม่มีให้ใช้แขนเสื้อบริเวณข้อพับแขนด้านในปิดปากและจมูกแทน ส่วนกระดาษทิชชูใช้แล้วให้จัดการทิ้งทันที โดยใส่ในถุงพลาสติกที่มัดปิดปากถุงได้ แล้วรอนำไปทิ้งลงถังขยะที่มีฝาปิดมิดชิด ตบท้ายด้วยการล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจล

เพื่อความปลอดภัย ไม่ว่าจะโดยสารยานพาหนะประเภทไหน ให้หมั่นสังเกตป้ายคำแนะนำ เครื่องหมายเตือน สัญลักษณ์ต่างๆ เช่น หมายบอกจุดยืนรอ และมาตรการด้านความปลอดภัยอื่นๆ ของผู้ให้บริการและปฏิบัติตามนั้นอย่างเคร่งครัดตลอดการเดินทาง ซึ่งจะเป็นผลดีกับตัวเราเองและส่วนรวม  

รักษาระห่างขนาดนั้นไม่ได้ ควรทำอย่างไร?   

ในช่วงหลังคลายล็อคใหม่ๆ ใครๆ ก็อยากออกนอกบ้าน เพราะอัดอั้นมานาน ขณะที่บริการขนส่งสาธารณะบางส่วนยังไม่ได้กลับมาให้บริการเต็มรูปแบบเหมือนปกติ ปัญหาผู้โดยสารล้นเกินจึงอาจเกิดขึ้นได้ในบางช่วงเวลา การรักษาระยะห่างระหว่างกันอย่างน้อย 2 เมตรอาจเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ

ด้วยเหตุนี้ ความเสี่ยงจึงขึ้นอยู่กับสภาพความหนาแน่นและระยะเวลาที่ต้องอยู่บนรถคันนั้นๆ รวมถึงเวลาที่รอบนสถานีด้วย นอกจากนี้ รถโดยสารปรับอากาศหรือรถไฟฟ้าถือเป็นพื้นที่ปิด อากาศใหม่หมุนเวียนเข้าไปได้น้อย ยิ่งถ้าผู้โดยสารบางคนไม่สบาย ไอ หรือจาม โอกาสที่ไวรัสโคโรนาและเชื้อก่อโรคระบบทางเดินหายใจอื่นๆ จะแพร่กระจายก็ยิ่งมีมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ถ้าแต่ละคนมีสำนึกรับผิดชอบ เมื่อรู้สึกไม่สบายให้อยู่บ้าน เดินทางเฉพาะเมื่อจำเป็น สวมหน้ากากทุกครั้ง ล้างมือบ่อยๆ พยายามไม่สัมผัสร่างกายของผู้อื่น หันหน้าออกไปทางด้านนอกรถ และรักษาระห่างให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงระหว่างการเดินทางได้ไม่มากก็น้อย  

ควรป้องกันอย่างไรเมื่อใช้บริการแท็กซี่

แม้ว่าการใช้บริการแท็กซี่จะดูเหมือนว่าปลอดภัยกว่า เพราะมีโอกาสสัมผัสกับคนอื่นน้อยมากก็ตาม แต่ก็ยังมีความเสี่ยงตรงที่อาจมีผู้ติดเชื้อหรือเป็นพาหะของโรคโดยสารแท็กซี่คันนั้นก่อนหน้าคุณ แนะนำให้นั่งตอนหลังของรถเพื่อเว้นระยะห่างกับคนขับ สวมหน้ากากตลอดการเดินทาง งดคุยโทรศัพท์โดยไม่จำเป็น และล้างมือก่อนและหลังใช้บริการ เท่านี้ก็จะช่วยลดความเสี่ยงติดเชื้อโควิดได้

โดยสารเครื่องบินอย่างปลอดภัย ห่างไกลโควิด   

เครื่องบินถือเป็นบริการขนส่งสาธารณะที่มีมาตรการด้านความปลอดภัยเข้มงวดที่สุดระบบหนึ่ง เพราะมีการฆ่าเชื้อและดูแลความสะอาดตามมาตรฐานขององค์กรการบินระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การโดยสารในพื้นที่ปิดนานนับชั่วโมง (หรือนานกว่านั้นในบางเที่ยวบิน) ร่วมกับคนแปลกหน้าจำนวนมากก็นับเป็นความเสี่ยงอยู่ดี 

โชคดีที่เครื่องบินรุ่นใหม่ๆ มีระบบกรองอากาศที่เรียกว่า HEPA ซึ่งเป็นระบบเดียวกับที่ใช้กรองอากาศในห้องผ่าตัดของโรงพยาบาล สามารถดักจับอนุภาคขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.3 ไมครอนหรือใหญ่กว่านั้นได้ถึง 99% หรือมากกว่า อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่าอากาศทุกจุดภายในห้องโดยสารจะสะอาดปลอดภัยไร้เชื้อ เพราะอาจมีใครบางคนไอ จาม พูดคุย และหายใจโดยมีละอองฝอยที่มีเชื้อโรคติดออกมาด้วย ซึ่งอาจแพร่กระจายไปถึงผู้โดยสารที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ก่อนที่เชื้อจะถูกดักจับโดยระบบกรองอากาศ

ดังนั้น ผู้โดยสารทุกคนควรปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยทั้งภาคพื้นดินและบนเครื่องอย่างเคร่งครัด โดยสวมหน้ากากและล้างมือให้สะอาดตลอดการเดินทาง โดยเฉพาะก่อนและหลังการใช้ห้องน้ำ งดการพูดคุย และรักษาระยะห่างตามมาตรการของสายการบิน กรณีที่รู้สึกไม่สบาย ควรแจ้งลูกเรือเพื่อขอความช่วยเหลือทันที   

ส่วนใหญ่วางใจได้ แค่เราต้องไม่ประมาท

โดยทั่วไป ระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่อย่างรถไฟฟ้า (ทั้งใต้ดินและลอยฟ้า) มีมาตรการและมาตรฐานด้านความปลอดภัยระดับสูงที่ช่วยให้เราอุ่นใจได้ ไม่ว่าจะเป็นการคัดกรองผู้โดยสารก่อนเข้าใช้บริการ รวมถึงตรวจคัดกรองพนักงานขับรถและพนักงานประจำรถ มีการทำความสะอาดและมีวิธีฆ่าเชื้อโควิดบนยานพาหนะและสถานีอย่างสม่ำเสมอ มีการฝึกอบรมเพื่อป้องกันโรคแก่เจ้าหน้าที่ที่ต้องมีการติดต่อกับผู้โดยสาร จัดให้มีแอลกอฮอล์ประจำรถ เช็ดทำความสะอาดบริเวณที่มีผู้โดยสารสัมผัสบ่อยๆ เป็นต้น  

แต่ถึงอย่างไร เราก็ไม่ควรประมาท ทั้งในระหว่างเดินทางไปทำงานหรือออกไปช้อปปิ้ง การใช้บริการขนส่งสาธารณะ และเมื่อกลับถึงบ้าน ต้องรักษาสุขอนามัยและปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยให้ครบ แล้วทุกคนจะไม่จบลงที่การติดเชื้อโควิด-19 หลังคลายล็อคดาวน์   

เผยแพร่ครั้งแรก