ใช้และดูแลรถยนต์แบบชีวิตวิถีใหม่ ปลอดภัยจากโควิด-19

หมั่นทำความสะอาดพาหนะคู่ใจ ไปไหนๆ ก็ไม่เสี่ยงติดเชื้อ

อัปเดตเมื่อ

glove compartment of vehicle

ยังไม่มีใครรู้ว่าการระบาดของโควิด-19 จะไปจบลงเมื่อไหร่ แต่สิ่งหนึ่งที่เราทุกคนทำได้ตอนนี้ คือ การป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อด้วยการสวมหน้ากากและล้างมือ เว้นระยะห่างจากผู้อื่น และหมั่นรักษาความสะอาดสิ่งของรอบตัวอยู่เสมอ รถยนต์คู่ใจที่พาคุณไปยังที่ต่างๆ ก็อาจเป็นอีกแหล่งที่เพาะและแพร่เชื้อแบบคาดไม่ถึง จึงต้องดูแลจนแน่ใจว่าปลอดภัย เรามีเคล็ดวิธีทําความสะอาดรถยนต์มาแนะนำ ลองจำไปปรับใช้กันดู

ทำความสะอาดข้างนอก บอกลาความเสี่ยง   

การล้างหรือทำความสะอาดภายนอกตัวรถให้บ่อยขึ้นเป็นอีกทางที่จะช่วยป้องกันการสะสมของเชื้อไวรัสโคโรนาและเชื้อโรคอื่นๆ ที่อาจติดอยู่บนรถของคุณ มือจับเปิดประตู มือจับฝากระโปรงหลัง และกระจกข้าง เป็นจุดที่ต้องให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ เพราะสามารถนำพาเชื้อโรคเข้าไปในห้องโดยสารได้โดยคุณไม่รู้ตัว แม้ว่าบางจุดอย่างฝาเปิดถังน้ำมัน ส่วนใหญ่คุณจะไม่ได้สัมผัสเองก็ตาม   

สำหรับวิธีล้างรถยนต์เอง หากเป็นไปได้แนะนำให้สวมถุงมือแบบใช้แล้วทิ้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับจุดเสี่ยงดังกล่าวโดยตรง สามารถใช้น้ำยาหรือแชมพูล้างรถคู่กับฟองน้ำทำความสะอาดได้ตามปกติเพื่อขจัดคราบมัน คราบสกปรก รวมถึงทำลายเชื้อโรค จากนั้นฉีดล้างด้วยน้ำเปล่าจนแน่ใจว่าสะอาด ไม่แนะนำให้ใช้ผงซักฟอกหรือน้ำยาล้างจาน เพราะอาจมีส่วนผสมที่มีฤทธิ์กัดกร่อนโลหะและสารเคลือบสีรถยนต์

อย่ามองข้ามกุญแจหรือรีโมต

ล้างภายนอกจนสะอาดเอี่ยมแล้ว ก่อนเข้าภายในรถอย่าลืมล้างมือให้สะอาด และอย่าลืมทำความสะอาดกุญแจหรือรีโมตด้วย เพราะเป็นอุปกรณ์ประจำกายที่คนขับต้องหยิบจับอยู่เสมอและมักถูกนำไปวางไว้ในที่ต่างๆ ซึ่งอาจมีเชื้อโรคเกาะติดอยู่ แนะนำให้ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบแอลกอฮอล์ 70% หมาดๆ หรือแผ่นแอลกอฮอล์สำเร็จ (alcohol pads) เช็ดก่อนใช้ทุกครั้ง

หากช่วงไหนยังไม่มีเวลาล้างรถทั้งคัน ทำความสะอาดเพียงบางส่วนก่อนก็ได้ โดยเฉพาะจุดต้องใช้มือสัมผัสอย่างมือจับเปิดประตู ยิ่งถ้าสามารถเช็ดทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์ทุกครั้งก่อนจับได้เลยยิ่งดี 

สะอาดนอกแล้วต้องสะอาดใน ใส่ใจทุกจุดสัมผัส   

วิธีทําความสะอาดภายในรถยนต์ที่ถูกต้องนั้น เริ่มที่การสำรวจดูก่อนว่าวัสดุที่ใช้ตกแต่งภายในรถเป็นผ้า หนังแท้ หนังเทียม พลาสติก หรือโครเมียม เพื่อที่จะได้เลือกใช้สารทำความสะอาดหรือกำจัดเชื้อโรคที่เหมาะสม ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ส่วนที่เป็นผ้า โครเมียม และพลาสติก สามารถใช้ผ้าเนื้อนุ่มชุบแอลกอฮอล์ 70% เปอร์เซ็นต์ หรือผลิตภัณฑ์ที่มีไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ หรือน้ำสบู่ เช็ดทำความสะอาดได้ แต่ถ้าจะไม่ให้พลาด ควรอ่านคู่มือการดูแลรักษารถยนต์ของคุณดูก่อน

ขั้นต่อไป ให้เก็บสารพัดสิ่งของออกจากรถ โดยเตรียมภาชนะแยกเก็บไว้ต่างหาก ไม่ปะปนกับสิ่งของอื่นๆ ในบ้าน จากนั้นดูดฝุ่นโดยใช้หัวแปรงดูดฝุ่นไล่จากบนลงล่าง อย่าใจร้อน พยายามดูดฝุ่นให้ทั่วทุกซอกทุกมุม โดยเฉพาะส่วนที่เป็นร่อง ช่อง รู หรือตะเข็บเบาะ

จากนั้นไล่เช็ดทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโดยเน้นพื้นผิวที่คุณและผู้ร่วมเดินทางสัมผัสบ่อยๆ เช่น มือจับประตูด้านในและแผงข้างประตู พวงมาลัยรถ เกียร์ เบาะนั่ง ที่ปรับเบาะ ที่พักแขน เข็มขัดนิรภัย หน้าจอ แผงควบคุมการทำงานระบบสัมผัสและปุ่มต่างๆ รวมถึงฝาเปิด-ปิดช่องเก็บของทั้งหมดที่มีอยู่  

ทำความสะอาดส่วนที่เป็นหนัง

สำหรับส่วนที่เป็นหนังในห้องโดยสารรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นเบาะหนัง พวงมาลัย คอนโซลกลาง แผงข้าง ซึ่งมักจะมีการเคลือบสารป้องกันสีหนังซีดเอาไว้ การใช้แอลกอฮอล์เช็ดอาจทำให้ชั้นเคลือบบางๆ นี้หลุดออก สีของเบาะหนังจะซีดเร็ว แนะนำให้ทำความสะอาดส่วนที่เป็นหนังด้วยผ้านุ่มชุบน้ำสบู่หมาดๆ เช็ดทุกซอกทุกมุม แล้วตามด้วยผ้าแห้งอีกรอบ  

เบาะที่บุด้วยผ้า จะทำความสะอาดอย่างไรดี

กรณีเบาะที่บุด้วยผ้า แนะนำให้ใช้โฟมทำความสะอาดเบาะโดยเฉพาะ จากนั้นฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อโรคตามอีกทีแล้วเปิดกระจกรถทิ้งไว้ให้เบาะแห้งสนิท เพราะถ้าเบาะยังชื้นอยู่ ความชื้นอาจซึมเข้าไปตกค้างภายใน ก่อให้เกิดเชื้อราและกลิ่นเหม็นอับได้  

ทำความสะอาดฟิลเตอร์แอร์

ฟิลเตอร์แอร์ทำหน้าที่กรองสิ่งสกปรกต่างๆ ของระบบปรับอากาศภายในรถยนต์ จึงเป็นอีกส่วนที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ซึ่งโดยปกติมักมีคำแนะนำให้เปลี่ยนใหม่ แต่ถ้ายังไม่อยากทำร้ายกระเป๋าสตางค์ของตัวเอง ให้ถอดฟิลเตอร์แอร์ออกมาดูดด้วยเครื่องดูฝุ่น ใช้แปรงขนอ่อนปัดและเคาะฝุ่นให้หลุดออกจากแผ่นกรองจนหมด ตามด้วยการฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อหรือแอลกอฮอล์สเปรย์ วางทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วประกอบกลับเข้าที่เดิม

อย่ามองข้ามพรมปูพื้น

พรมปูพื้นเป็นอีกหนึ่งจุดสะสมเชื้อโรคที่ไม่ควรมองข้าม ให้นำออกมาเคาะฝุ่นออก จากนั้นนำไปซักล้างด้วยน้ำสบู่หรือผงซักฟอก ใช้แปรงพลาสติกแปรงสิ่งสกปรกออกแล้วล้างด้วยน้ำจนสะอาด นำไปผึ่งให้แห้ง ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดๆ เพราะส่วนใหญ่เป็นยาง ความร้อนจากแสงแดดจะทำให้พรมยางแห้งกรอบและฉีกขาดได้ง่าย  

สะสางของจิปาถะ เอาชนะเชื้อโรค

หลีกเลี่ยงการเก็บสิ่งของที่ไม่จำเป็น เช่น ตุ๊กตา หมอนอิง ของประดับตกแต่ง หรือแม้แต่เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ไว้ในรถ เพราะเท่ากับเพิ่มจุดสัมผัสเสี่ยงและแหล่งเพาะเชื้อ หลังทำความสะอาดภายในรถแล้ว ก่อนนำของเข้ามาจัดเก็บเข้าที่เดิม ควรสะสางออกให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ คัดเอาเฉพาะที่จำเป็นจริงๆ เพื่อให้รถของคุณโล่งโปร่งสบายและทำความสะอาดง่ายจะดีกว่า

แต่ถ้าหักห้ามใจไม่ได้ ก็ให้นำออกมาทำความสะอาดบ่อยๆ สำหรับหมอนอิงควรเลือกแบบที่ถอดปลอกหมอนไปซักได้ ตุ๊กตาให้ทำความสะอาดตามป้ายแนะนำวิธีดูแลรักษา ส่วนเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และของอื่นๆ ควรหากล่องแยกใส่ให้เป็นสัดส่วนและเก็บในช่องเก็บสัมภาระท้ายรถ ซึ่งก็ควรผ่านการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อเช่นกัน  

ใช้บริการอบโอโซนขจัดเชื้อโรค

ในสถานการณ์เช่นนี้ การฉีดสเปรย์ฆ่าเชื้อโรคในอากาศปิดท้ายหลังทำความสะอาดภายในรถแล้วทุกครั้งเป็นเรื่องที่น่าลงทุน เพราะสเปรย์ฆ่าเชื้อสามารถกระจายไปในจุดที่เราอาจทำความสะอาดไม่ทั่วถึง

หากใครไม่มีเวลาทำเองและต้องการความสะดวก ปัจจุบัน ศูนย์บริการล้างรถหลายแห่งมีบริการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคโดยเครื่องพ่นละอองฝอย หรือที่ล้ำไปกว่านั้นก็มีบริการอบโอโซนขจัดเชื้อโรค ซึ่งก่อนหน้านี้นิยมใช้เฉพาะกับห้องปลอดเชื้อในสถานพยาบาล

ข้อดีของการอบโอโซนก็คือ ไม่มีสารตกค้าง ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายในระยะยาว ทั้งยังช่วยกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วย

ถ้ายังไม่มีเวลาล้าง เปิดหน้าต่างให้ยูวีฆ่าเชื้อ

แนะนำให้ทำความสะอาดรถยนต์เป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง แต่ถ้าไม่มีเวลาจริงๆ ควรเปิดหน้าต่างรถเพื่อให้อากาศถ่ายเทบ้าง และถ้าเป็นไปได้ ในวันหยุดช่วงสายๆ ให้เปิดกระจกรถทุกบานเพื่อรับลมและรับแสงแดดที่ไม่แรงเกินไป นอกจากจะช่วยถ่ายเทอากาศภายในรถแล้ว แดดอุ่นๆ จะช่วยลดการหมักหมมของเชื้อโรคต่างๆ รวมถึงไวรัสโคโรนาได้อีกด้วย

อย่าใส่เกียร์ว่าง ล้างมือก่อนเข้ารถทุกครั้ง

แม้หลายพื้นที่จะคลายล็อคดาวน์แล้ว แต่อย่าเพิ่งวางใจและไม่ควรประมาท เพราะมือเป็นส่วนที่ต้องสัมผัสกับอุปกรณ์ต่างๆ ภายในรถตลอดเวลา การล้างมือให้สะอาดจึงเป็นวิธีป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโคโรนาได้ดีที่สุด นอกจากคนขับที่เป็นเจ้าของรถแล้ว ทุกคนที่จะเข้ามาภายในตัวรถ ควรล้างมือก่อนเสมอ เพื่อจะได้ไม่นำเชื้อเข้าไปภายในห้องโดยสาร

อย่าลืมติดหน้ากากอนามัยไว้ในรถด้วย

หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเป็นของจำเป็นอีกอย่างควรมีติดรถไว้สักชิ้นสองชิ้นเป็นอย่างน้อย เผื่อเวลาที่ลงจากรถจะได้มีไว้ป้องกันตัว หรือถ้ามีผู้อื่นร่วมโดยสารมาด้วย ต่างคนต่างใส่ป้องกันไว้ก็ไม่มีอะไรเสียหาย เพราะในการใช้ชีวิตวิถีใหม่ ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ

หน้ากากอนามัยที่คุณควรมีไว้ติดรถ ควรมีคุณสมบัติกรองอนุภาคและแบคทีเรียขนาดเล็กได้ สามารถหายใจผ่านได้สะดวก และสามารถกันน้ำได้ ที่สำคัญ เมื่อใช้แล้วต้องทิ้งให้ถูกวิธี

รถยนต์ส่วนตัวเป็นพาหนะที่เราต้องใช้งานเกือบทุกวัน ฉะนั้นจึงควรให้ความสำคัญกับการทำความสะอาด ซึ่งอาจต้องทำให้ถี่ขึ้นในช่วงนี้ ถ้าแน่ใจว่ารถของเราสะอาดแล้ว จะเดินทางไปไหนต่อไหนก็ปลอดภัยหายห่วง

เผยแพร่ครั้งแรก