หน้าฝนมาอีกแล้ว! มาดู 12 เทคนิคพิชิตโรคหน้าฝนกันดีกว่า

ส่อง 5 แก็งค์วายร้ายโรคหน้าฝนที่ตามรังควานลูกรัก

อัปเดตเมื่อ

girl sneezing

ฤดูฝนทีไร คุณพ่อคุณแม่หวั่นใจทุกครั้ง เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ลูกๆ อาจไม่สบายง่ายๆ จากโรคหน้าฝน ไหนจะอากาศเริ่มเย็นลงและมีความชื้นมากขึ้น ไหนจะมีเชื้อโรคมากมายที่จ้องทำลายสุขภาพลูกคุณ

รู้เท่าทัน 5 กลุ่มโรคหน้าฝนในเด็ก 

นี่คือกลุ่มโรคที่มักเกิดขึ้นในเด็กช่วงฤดูฝนที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้จักอาการเอาไว้เพื่อเฝ้าระวัง

กลุ่มโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ 

พบบ่อย 5 โรค ได้แก่ โรคหวัด ไข้หวัดใหญ่ คออักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบหรือปอดบวม เกิดจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย สามารถติดต่อผ่านการไอ จาม หรือมือที่เปื้อนน้ํามูก น้ําลายหรือเสมหะ  

คุณพ่อคุณแม่ควรเฝ้าระวังเมื่อลูกเป็นหวัด และคอยตรวจดูว่าลูกเป็นไข้หวัดใหญ่ มีอาการไอ ไข้ขึ้นสูง หายใจเร็ว หอบเหนื่อย หรือเปล่า ถ้ามีอาการดังกล่าว ควรีบพาเด็กไปพบแพทย์

โรคที่เกิดจากยุงและสัตว์ต่างๆเป็นพาหะ            

ยุงเป็นอันตรายต่อเด็กเล็ก โดยเฉพาะมักพบ 3 โรคหน้าฝนในเด็กได้แก่ 

  • ไข้เลือดออก 

มียุงลายเป็นพาหะนำโรค ไข้เลือดออกมีอาการทั่วไปคล้ายลูกเป็นหวัด แต่มักไม่มีอาการไอและน้ํามูก อาจมีอาการรุนแรง เช่น เลือดออกในกระเพาะอาหารและลําไส้ ลามไปถึงเกิดภาวะช็อคได้หากไม่ได้รักษาทันท่วงที

  • โรคไข้สมองอักเสบ เจอี

มียุงรําคาญเป็นพาหะนําโรค มักมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน อ่อนเพลีย รุนแรงถึงพิการทางสมอง เป็นอัมพาต และอาจเสียชีวิต

  • โรคเลปโตสไปโรซิส ที่รู้จักกันดีว่าโรคฉี่หนู

เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในปัสสาวะของหนู สุนัข โค กระบือ และสัตว์ฟันแทะต่างๆ เชื้อโรคจะไชเข้าทางผิวหนังที่เปื่อยยุ่ย บาดแผล รอยถลอก เยื่อบุจมูก เยื่อบุตา และเยื่อบุช่องปาก 

อาการที่พบบ่อยคือ มีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อรุนแรงโดยเฉพาะที่น่องและโคนขา ตาแดง คอแข็ง มีไข้ติดต่อหลายวันสลับกับไข้ลด มีผื่นที่เพดานปาก หรือมีจุดเลือดออกตามผิวหนังและเยื่อบุ  ถ้าลุกลามจะทำให้ตับ ไตวายและกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ

กลุ่มโรคติดต่อระบบทางเดินอาหารและน้ํา 

ที่พบบ่อยคือ โรคอุจจาระร่วง อาหารเป็นพิษ บิด ไทฟอยด์ และอหิวาตกโรค เกิดจากการกินอาหารหรือดื่มน้ําที่ปนเปื้อนเชื้อโรค กินอาหารสุกๆ ดิบๆ หรืออาบน้ําไม่สะอาด อาจมีเชื้อโรคปะปนมากับสิ่งปฏิกูลต่างๆ 

โรคมือ เท้า ปาก 

พบบ่อยในทารกและเด็กเล็ก เกิดจากเชื้อเอนเทอโรไวรัสหลายชนิด (Enterovirus) ที่พบบ่อย คือ ไวรัสเอคโค (Echovirus) และไวรัสเอนเทอโร 71 (Enterovirus 71 หรือ EV 71) มีอาการไข้ อ่อนเพลีย เจ็บปากและเบื่ออาหาร เนื่องจากมีแผลอักเสบที่ลิ้น เหงือก และกระพุ้งแก้ม ผื่นแดงที่ก้นหรือหัวเข่าได้ ผื่นนี้จะกลายเป็นตุ่มพองใสและแตกออกเป็นหลุมตื้นๆ 

โรคนี้มักป่วยนาน 7 - 10 วัน และหายได้เองหากรักษาตามอาการ แต่ถ้าเป็นรุนแรง จะมีไข้สูง ซึม อาเจียน หอบเหนื่อย ต้องรีบพบแพทย์โดยด่วน 

โรคที่เกิดจากน้ําท่วม

ที่พบบ่อยคือโรคตาแดง โรคน้ํากัดเท้าและถูกสัตว์มีพิษกัด 

  • โรคตาแดง เชื้อไวรัสเข้าไปอยู่ในน้ําตาและขี้ตาจากน้ําไม่สะอาดเข้าตาหรือการใช้ผ้าสกปรกเช็ดตา ติดต่อโดยการสัมผัสหรือใช้ของส่วนตัวร่วมกัน 

  • โรคน้ํากัดเท้า เกิดจากเชื้อราจากน้ำสกปรก เกิดอาการผิวหนังซอกนิ้วเท้าแดง ขอบนูนเป็นวงกลม และคัน ควรรีบพบแพทย์ก่อนจะเกิดโรคแทรกซ้อน

  • สัตว์มีพิษกัดต่อย เช่น งู ตะขาบ และแมงป่อง

สังเกตอย่างไรว่าลูกเป็นไข้หวัดใหญ่หรือเป็นหวัด

คุณพ่อคุณแม่อาจสับสนกับอาการของลูก สังเกตง่ายๆ ก็คือ ไข้หวัดใหญ่ (flu) จะมีอาการไข้สูงประมาณ 38-41 องศา คัดจมูก เจ็บคอ ปวดหัวศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว อ่อนเพลียนานเป็นสัปดาห์ มีอาการไอและมีเสมหะเหนียว น้ำมูกค่อนข้างข้น และอาจเกิดโรคแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ ไซนัสอักเสบ หลอดลมอักเสบ 

ซึ่งอาการอาจรุนแรงในเด็กเล็กหรือเด็กที่มีโรคประจำตัว 

ในขณะที่เมื่อลูกเป็นไข้หวัดธรรมดา (cold) จะมีอาการไข้ต่ำกว่าหรือไม่มีไข้เลย อ่อนเพลีย 1-2 วัน  น้ำมูกไหล เจ็บคอบ่อยในระยะแรกๆ มีการไอ และอาจมีโรคแทรกซ้อนเช่น ไซนัส หรือหูอักเสบ ซึ่งจะรักษาตามอาการ 

กันไว้ดีกว่าแก้ พ่อแม่ควรระวังไข้หวัดใหญ่

ขอแนะนำให้ไปปรึกษาแพทย์หากต้องการพาลูกไปฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ สามารถฉีดให้กับเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ช่วงเวลาที่ควรฉีด คือช่วงก่อนเข้าฤดูฝน เพราะเป็นช่วงที่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ได้ง่ายที่สุด

การฉีดในแต่ละครั้งจะป้องกันโรคได้หนึ่งปี

ไข้เลือดออกต่างจากไข้หวัดอย่างไร  

อาการไข้หวัดธรรมดาที่พบในระยะแรกค่อนข้างเหมือนไข้เลือดออก แตกต่างตรงที่ถ้าลูกเป็นหวัด ไข้หวัดจะลดลงภายใน 2-3 วัน อีกข้อสังเกตก็คือ ไข้เลือดออกมักไม่มีน้ำมูกหรืออาการไอ ในขณะที่ไข้หวัดเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ จึงมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล มีเสมหะ ไอ จาม  นอกจากนี้ไข้เลือดออกมักมีไข้สูงมากกว่าไข้หวัดทั่วไป 

6 สัญญาณเตือนภัยไข้เลือดออก

มีไข้ขึ้นสูง 2-7 วันอย่างกะทันหัน ส่วนใหญ่ไข้ขึ้นสูงมากกว่า 38.5 องศาเซลเซียส บางรายที่พบประวัติเคยชัก อาจจะชักระหว่างมีไข้ได้ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน

มักพบเลือดออกที่ผิวหนังเป็นจุดแดงเล็กๆ กระจายไปทั่งร่างกาย ตามแขน ขา ลำตัว รักแร้ อาจมีเลือดออกตามไรฟัน หรืออาจอาเจียน หรือถ่ายอุจจาระสีคล้ำหรือเป็นเลือด  

คลำๆ ท้องบริเวณตับ จะรู้สึกว่าตับโต บวม กดแล้วเจ็บ

หากมีอาการรุนแรง อาจมีอาการช็อกจากภาวะไหลเวียนโลหิตล้มเหลว เป็นช่วงที่ไข้ลดลงอย่างรวดเร็ว และอาจเสียชีวิตหลังภาวะช็อกภายใน 12-24 ชั่วโมง

12 วิธีป้องกันโรคหน้าฝน

ทางที่ดีคือ ควรให้ลูกอาบน้ำทำความสะอาดตัวทันทีหลังจากกลับจากโรงเรียนหรือออกไปข้างนอกมา และควรทำความสะอาดกระเป๋านักเรียน กล่องข้าว กระติกน้ำ รวมไปถึงซักเสื้อผ้า ชุดนักเรียนและรองเท้านักเรียนทุกวัน  

  • เมื่ออากาศเริ่มเย็น ควรจูงใจให้ลูกดื่มน้ำอุ่น และควรดูแลให้ลูกสวมเสื้อผ้าให้อบอุ่น ไม่ควรอาบน้ำหรือสระผมขณะที่ลูกเป็นหวัดโดยเฉพาะในเด็กเล็ก

  • ควรกินอาหารสะอาดที่ปรุงสุกใหม่ๆ ดื่มน้ำสะอาดที่มีเครื่องหมายรับรองคุณภาพจากอย. และเช็กวันหมดอายุตามฉลากผลิตภัณฑ์  

  • เวลาประกอบอาหาร ควรล้างผักผลไม้ให้สะอาด รักษาความสะอาดของห้องครัวและอุปกรณ์ทำอาหาร รวมทั้งห้องน้ำ

  • ภาชนะที่ใช้ในการกินและดื่มต้องสะอาด และเก็บไว้ในที่มิดชิดป้องกันแมลง หนู จิ้งจก ไต่ตอม ใช้ฝาชีครอบอาหาร หรือใส่ในตู้กับข้าวหรือตู้เย็น ป้องกันแมลงวันตอมอาหาร และควรอุ่นให้ร้อนก่อนกินเสมอ

  • หากต้องเดินทางไปในแหล่งชุมชนคนแน่นๆ ควรป้องกันด้วยผ้าปิดปากและจมูกหรือสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า  

  • ป้องกันลูกอย่าให้ถูกยุงกัด และทําลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เปลี่ยนน้ําในภาชนะขังน้ําที่ไม่มีฝาปิดทุก 7 วัน ใส่เกลือหรือผงซักฟอกลงในจานรองขาตู้กับข้าว ปล่อยปลากินลูกน้ําลงในภาชนะเก็บน้ําใช้ หรืออ่างบัว กำจัดเศษภาชนะที่มีน้ําขัง เช่น ขวด กระป๋อง กล่องโฟม พลาสติก

  • เชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายเด็กทางปาก มักติดมากับมือหรือของเล่นที่เปื้อนน้ําลาย น้ํามูก น้ําจากตุ่มพองและแผลหรืออุจจาระ ควรล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ และทำความสะอาดของเล่นสม่ำเสมอ

  • ไม่ใช่มือหรือผ้าสกปรกขยี้ตา ระวังไม่ให้น้ําสกปรกกระเด็นเข้าตา และใช้น้ําสะอาดล้างหน้าและอาบน้ำ

  • ช่วงฝนตก ควรหลีกเลี่ยงการเดินย่ำในน้ำขังหรือเดินลุยน้ำสกปรก ถ้าจำเป็น ควรใส่รองเท้าบู้ท เพื่อป้องกันเชื้อไชเข้าสู่ร่างกาย  

  • ควรจัดและดูแลบ้านให้สะอาดเป็นระเบียบ จะได้ไม่เป็นที่อยู่ของสัตว์มีพิษหรือเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของสัตว์นําโร

  • ถังขยะควรมีฝาปิด และกําจัดขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูลอย่างถูกวิธี เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงวัน

  • ถ้าเดินทางไปพักค้างแรมในป่า ต้องป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด หากมีอาการไข้หลังจากการเดินทางไปป่า ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาเชื้อมาลาเรียโดยเร็ว

เพียงเท่านี้ คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถโบกมืออำลาโรคหน้าฝน จะได้ไม่ต้องทนเห็นลูกป่วยกาย ป่วยใจอีกต่อไป

เผยแพร่ครั้งแรก