เลี้ยงลูกให้มีพัฒนาการ

วิธีเลี้ยงลูกเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการในสถานการณ์โควิด-19

อัปเดตเมื่อ

เปิดวิธีเลี้ยงลูกให้มีพัฒนาการช่วงปิดเทอม

วิธีเลี้ยงลูกในโลกที่เปลี่ยนไปแล้ว

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี สังคมที่มีความเสรีมากขึ้น โลกที่มีความเชื่อมโยงกัน รวมถึงปัญหาต่างๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความไม่เท่าเทียม และการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ทำให้วิถีชีวิตต้องเปลี่ยนแปลงไป พ่อแม่จึงต้องเสริมสร้างพัฒนาการและทักษะของเด็กๆให้เหมาะสมกับความท้าทายของยุคสมัยนี้ การเรียนรู้จึงไม่ใช่สำหรับเด็กเท่านั้น แต่พ่อแม่อย่างเราก็ต้องเรียนรู้ไปพร้อมๆกับเด็กๆด้วย

พัฒนาการในเด็ก

พัฒนาการในเด็กแต่ละวัยต่างกัน ดังนั้น เนื้อหา กิจกรรม และรูปแบบของการเสริมสร้างพัฒนาการในเด็กต้องเลือกให้เหมาะกับช่วงวัย ไม่เช่นนั้นเด็กก็จะเบื่อ เรียกอย่างไรก็คงไม่สนใจร่วมกิจกรรม โดยรวมพ่อแม่อย่างเราๆต้องเสริมพัฒนาการให้ลูกด้านการเคลื่อนไหว การใช้กล้ามเนื้อ สติปัญญา การเข้าใจและใช้ภาษา การช่วยเหลือตัวเอง และการเข้าสังคม เวลาเราเลือกของเล่นให้ลูกจึงต้องดูคำแนะนำว่าของเล่นนั้นเสริมพัฒนาการด้านไหน สำหรับอายุเท่าไร และเหมาะกับความชอบของลูกเราหรือไม่ ดาวน์โหลดตารางพัฒนาการเด็กของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ  

วิธีเลี้ยงลูกให้ฉลาด

ยุคนี้เด็กๆอาจได้รับข่าวสารไวกว่าพ่อแม่อย่างพวกเราที่มัวแต่ทำงาน แต่ข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามาก็มีทั้งดีและไม่ดี เราจึงต้องเลี้ยงลูกให้ฉลาดและมีไหวพริบในการเอาตัวรอดทั้งทางวิชาการและทางอารมณ์ ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยระบุว่าทักษะที่เด็กยุคนี้ต้องมี คือ การอ่าน การเขียน การคำนวณ การคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร การร่วมมือ ความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นผู้นำ ความสามารถในการปรับตัว ความพยายามและอดทน การริเริ่มทำสิ่งใหม่ ความอยากรู้อยากเห็น และความตระหนักด้านสังคมและวัฒนธรรม 

จำกัดการดูจอของลูกอย่างไรไม่ให้ขัดใจกัน

องค์การอนามัยโลกแนะนำว่าเด็กเล็กถึงอายุ 5 ขวบไม่ควรดูจอเกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน เนื่องจากพัฒนาการในเด็กเกิดจากการมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างและสิ่งแวดล้อม ผ่านการใช้ประสาทสัมผัสทุกด้าน รวมถึงการเข้าสังคมกับผู้อื่น 

แต่เราจะห้ามไม่ให้เด็กยุคนี้ดูจอเลยก็คงไม่ได้ เดี๋ยวเด็กตามเพื่อนๆ ไม่ทันเรื่องเทคโนโลยี เราต้องมีข้อตกลงกับลูกเรื่องเวลาดูจอ เช่น ต้องช่วยเก็บของ หรือระบายสีให้เสร็จก่อนแล้วจะให้ดู เมื่อครบกำหนดเวลาก็ห้ามใจอ่อนให้ดูต่อเด็ดขาด แต่ก่อนให้ดู คุณต้องตั้งค่าจำกัดสิ่งที่เข้าดูด้วย ป้องกันเด็กๆ ดูในสิ่งที่ไม่สมควร ถ้าให้ดีนั่งดูไปกับลูกเลย

อิงหลักสูตรของโรงเรียน

การเสริมสร้างพัฒนาการให้เด็กในช่วงโควิด-19 พ่อแม่ควรหารือกับคุณครูที่โรงเรียนเพื่อนำหลักสูตรและหนังสือของโรงเรียนมาเป็นแนวทางในการสอนเด็กๆ ที่บ้าน เพื่อให้เรียนได้ทันเพื่อนเวลาเปิดเทอม สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดความเครียดและความกดดันของเด็กๆ 

สำหรับคอมพิวเตอร์หรือภาษาต่างประเทศ พ่อแม่จะสอนลูกให้ฉลาดในวิชาเหล่านี้ได้อย่างไร พ่อแม่อาจหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตที่มีให้เลือกมากมายและทำความเข้าใจเพื่อที่จะสามารถสอนเด็กๆ ได้ คิดในแง่ดี พ่อแม่ก็จะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ด้วย 

อยู่บ้านก็เสริมสร้างพัฒนาการได้ 

คุณอาจคิดว่าอยู่บ้านจะไปทำอะไรไม่ได้มาก อันที่จริงข้อจำกัดต่างๆ ทำให้เด็กๆได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์และคิดแก้ปัญหา ทุกอย่างรอบตัวใช้เสริมสร้างพัฒนาการของเด็กๆได้หมด เช่น

  • ประดิษฐ์ของเล่น - ใช้บทบาทสมมุติมาช่วย ลองให้เด็กค้นหาหนทางท่ีจะเป็นนักประดิษฐ์ชื่อดังประจำบ้าน ตั้งเงื่อนไขให้ใช้วัตถุดิบที่หาได้ในบ้านเท่านั้น ช่วยฝึกทักษะด้านศิลปะและส่งเสริมจินตนาการ

  • ห้องเรียนธรรมชาติ - หัดให้เด็กๆ ปลูกพืชผักจากเมล็ดที่เป็นเศษอาหารที่กำลังจะถูกทิ้ง อาจให้เด็กๆ หาข้อมูลการปลูก ทดลองปลูกด้วยตัวเอง รวมถึงฝึกวินัยในการรดน้ำ ลองให้เด็กๆ จดบันทึกการเจริญเติบโตเพื่อฝึกทักษะการสังเกตด้วยก็ได้

  • มาสเตอร์เชฟ - ให้เด็กๆคิดว่ากำลังออกรายการโทรทัศน์มาสเตอร์เชฟ โดยให้สรรสร้างเมนูอาหารจากวัตถุดิบที่มีในบ้าน จากนั้นก็ตั้งชื่อเมนูอาหารให้โดนใจคณะกรรมการที่เป็นสมาชิกทุกคนในบ้าน ควรให้ไอเดียเด็กๆ เป็นแนวทาง เช่น พิซซ่าปังปิ้ง ไอศครีมก้อนน้ำแข็ง น้ำหวานแยมผลไม้

  • ชมรมเกม - บอร์ดเกมต่างๆ เหมือนที่รุ่นพ่อแม่อย่างเราเล่นก็ใช้ได้ ไห้เด็กๆทำความเข้าใจกับกฎกติกาและการรู้แพ้รู้ชนะ 

  • นิทานตามใจ - ให้เด็กๆ หานิทานในดวงใจเล่าให้คนในบ้านฟัง จากนั้นให้ลองคิดว่าถ้าเหตุการณ์ไม่เป็นเหมือนที่อ่านจะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง เด็กๆ จะได้ใช้จินตนาการอย่างเต็มที่ พ่อแม่อย่างเราก็จะได้ดูความคิดเห็นของลูกไปด้วย 

  • จัดเป้เที่ยว - สมมุติสถานการณ์ว่ากำลังจะไปเที่ยวกันในครอบครัว ให้เด็กๆลองวางแผนจัดกระเป๋าให้สามารถนำสิ่งของต่างๆใส่กระเป๋าได้ทั้งหมด 

  • บ้านนักกีฬา - ปัจจุบันมีแอปพลิเคชัน​เล่นกีฬาเสมือนจริงให้เลือกมากมาย หรือจะย้อนยุคเล่นวิ่งไล่จับ หรือเล่นกระโดดยางก็ได้ เพิ่มความสนุกด้วยการต้องตั้งกติกาทำโทษขำๆ สำหรับผู้แพ้ 

  • เกมโชว์ - จำลองสถานการณ์เหมือนอยู่ในเกมโชว์ในโทรทัศน์เล่นตอบคำถาม สร้างความตื่นเต้นด้วยการจับเวลาและอาจมีรางวัลเล็กๆ เลือกหมวดหมู่ตามความสนใจของเด็กๆ เช่น สถานที่สำคัญ บุคคลสำคัญ หรือสัตว์โลก

  • ประกวดภาพถ่าย - จัดอีเว้นท์ประกวดภาพถ่ายร่วมกับสมาชิกในบ้าน กำหนดโจทย์ เช่น ถ่ายภาพวิว สิ่งของ สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ สามารถฝึกให้เด็กมองในมุมต่างๆ ที่แปลกออกไป

เตรียมพร้อมก่อนเปิดเทอม

เราคงไม่สามารถไปตามดูลูกๆ ของเราได้ทุกที่ทุกเวลาเมื่อเปิดเทอมอีกครั้ง เด็กๆ ต้องรู้จักการเว้นระยะห่างทางสังคม การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน การดูแลสุขอนามัยของตัวเอง การสังเกตอาการของตัวเองและคนรอบข้าง วิธีการบอกครูเมื่อมีอาการผิดปกติของร่างกาย การเลือกรับประทานอาหาร และกิจกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง โดยพ่อแม่จะต้องฝึกให้เด็กๆจดจำอาวุธต่อสู้เชื้อโรคจนเป็นนิสัยก่อนการเปิดเทอม

เผยแพร่ครั้งแรก