รวมสารพัดวิธีกำจัดคราบหินปูนในช่องปาก เปลี่ยนลมหายใจยี้ ให้กลายเป็นหอมหมื่นลี้

กลิ่นปากและคราบหินปูนจะไม่เป็นเรื่องยี้อีกต่อไป เพราะเรานำเคล็ดลับวิธีกำจัดคราบหินปูนในช่องปากที่คุณจัดการได้ ไม่ยากเลยจ้า

อัปเดตเมื่อ

tooth paste

หลายครั้งที่เราเคยประสบพบเจอคนใกล้ตัว เพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่มีกลิ่นปาก จนคุณอาจอดคิดในใจไม่ได้ว่า แหม...เสียดายจัง หน้าตาก็ดี๊ดี หรือตัวเราเองที่มีกลิ่นปากรุนแรงจนหมดความมั่นใจ เวลาจะพูดคุยกับใครก็ต้องเว้นระยะห่าง (มาก) แถมต้องอัดน้ำยาบ้วนปากก่อนการเข้าสังคมตลอด 

กลิ่นปากอี๋ ท่านได้จากใดมา

ก่อนอื่น คุณควรทำความเข้าใจถึงสาเหตุของการเกิดกลิ่นปากว่า อาจมีเศษอาหารติดอยู่ตามซอกระหว่างฟันและเหงือกจนทำให้เกิดแบคทีเรียในช่องปาก เป็นที่มาของกลิ่นเหม็น 

เมื่อแบคทีเรียเพิ่มขึ้นจนสะสมและเกาะติดเป็นคราบเรียกกันว่า “คราบพลัค” ซึ่งเรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า 

คราบพลัคคือชนวนก่อให้เกิดฟันผุ คราบหินปูน เหงือกอักเสบ และโรคในช่องปากต่างๆ คราบพลัคที่ก่อตัวขึ้นที่ฟันก็คือหนึ่งประเภทของไบโอฟิล์ม โดยไบโอฟิลม์คือแบคทีเรียที่สะสมตัวเป็นชั้นๆ เพื่อปกป้องตัวเองจากยาปฏิชีวนะหรือยาต้านจุลินทรีย์ต่างๆ 

คราบหินปูนเกิดขึ้นได้อย่างไร 

หินปูนเกิดจากการสะสมของคราบอาหารหรือธาตุจุลินทรีย์ที่ไม่ได้แปรงฟันให้สะอาด เมื่อเวลาผ่านไปจึงเกิดการตกตะกอนจากน้ำลายและอาหารจนทำให้กลายเป็นคราบแข็งขึ้นทุกวันๆ จนแข็งคล้ายหิน 

เมื่อปล่อยให้คราบหินปูนเกาะที่ฟันมากๆ ก็จะเหงือกอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียที่สร้างสารพิษและทำอันตรายต่อเหงือกและละลายกระดูกเบ้าฟันจนทำให้มีกลิ่นปากและอาจมีเลือดออกง่ายขณะแปรงฟัน หรือถ้าฟันโยกมากจนไม่อาจเคี้ยวอาหารได้และสุดท้ายอาจต้องถอนฟันทิ้งไป 

6 วิธีเด็ดดับกลิ่นปาก เปลี่ยนกลิ่นยี้ให้หอมหมื่นลี้  

ทุกวัน ขอให้คุณถามตัวเองว่า วันนี้ปากแห้ง มีกลิ่นปากหรือเปล่าเอ่ย พอมาถึงจุดนี้ คุณคงคิดว่าก็เรามีตัวช่วยเป็นน้ำยาบ้วนปากแล้วนี่น่า เรื่องก็น่าจะจบด้วยดี แต่ที่เราเป็นห่วงก็คือ น้ำยาบ้วนปากเป็นเครื่องมือช่วยเสริมความมั่นใจ แต่ไม่ใช่วิธีกำจัดคราบหินปูนในช่องปากที่ยั่งยืน วิธีที่ดีที่สุดก็คือแก้ที่ต้นเหตุและใส่ใจดูแลสุขภาพฟันและช่องปากต่างหาก 

1. เลือกยาสีฟันผิด ชีวิตเปลี่ยน

วิธีการกำจัดคราบหินปูนในช่องปากที่เหมาะสำหรับทุกคนไม่ใช่เฉพาะคนที่มีกลิ่นปากก็คือ การเลือกยาสีฟันที่ผสมฟลูออไรด์ ซึ่งจะช่วยกำจัดแบคทีเรียและกลิ่นอาหารได้ดี 

เราขอแนะนำยาสีฟันโคลสอัพ ที่ช่วยซอกซอนอย่างล้ำลึกกำจัดกลิ่นปาก ทำให้คุณมีลมหายใจที่หอมสดชื่นได้ยาวนาน 12 ชั่วโมง มีสองรสให้คุณเลือกใช้ ได้แก่ รส เมนทอล เฟรช ให้ความสดชื่น แบบเย็นสะใจ หรือจะรสเรด ฮอต ให้ความสดชื่น แบบซ่าส์สุดใจ 

ทิปส์เช็กยาสีฟันว่าดีหรือไม่ บีบยาสีฟันเล็กน้อยแล้วถูวนด้วยนิ้วโป้งและนิ้วชี้ ถ้าเนื้อหยาบคล้ายเม็ดทรายละเอียดแสดงว่ายาสีฟันมีสารขัดฟันเนื้อหยาบผสมอยู่ นอกจากจะทำลายเคลือบฟัน แล้วยังทำให้เสียวฟันหากใช้ต่อเนื่องด้วย 

2. วิธีแปรงฟันให้สะอาด กำจัดคราบหินปูนในช่องปาก

ควรแปรงฟันให้สะอาดและถูกวิธีสองครั้งในเวลาเช้าและก่อนนอน เราขอเสนอให้คุณลองให้ใช้นาฬิกาจับเวลาช่วยเพื่อให้แน่ใจว่าได้แปรงฟันนานอย่างน้อย 2 นาที และควรใช้วิธี “Spit. Don’t rinse” (ถุย ไม่ต้องบ้วนน้ำ) ตามที่องค์กรทันตกรรมระดับโลกสอนไว้

วิธีแปรงฟันให้สะอาด ทำตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

  • ถือด้ามแปรงสีฟันให้ทำมุม 45 องศากับผิวฟัน ออกแรงถูฟันพอประมาณ

  • แปรงฟันและแปรงเหงือกให้ทั่วช่องปาก ฟันด้านในด้านนอก ทั้งฟันบนและฟันล่างรวมถึงบริเวณหน้าตัดฟันกราม ขอบเหงือกและฟันที่อยู่ด้านในสุดด้วย

  • ค่อยๆ แปรงไม่ต้องรีบร้อน หรือจะแปรงทีละส่วนๆ ละ 10-20 ครั้งก่อนจะเปลี่ยนจุด

  • ใช้วิธี Spit, don’t rinse ไม่ต้องบ้วนน้ำ ถุยอย่างเดียว ฟลูออไรด์จะได้ไม่หลุดออกไป

  • สุดท้าย ใช้แปรงสีฟันแปรงลิ้น ค่อยๆ แปรงจากโคนลิ้นออกมา แล้วทำซ้ำ 

3. แปรงลิ้น ดับกลิ่นปาก

มีงานวิจัยต่างประเทศระบุว่า การแปรงลิ้นและแปรงฟันร่วมกับการใช้ไหมขัดฟันจะช่วยลดอาการเลือดออกตามไรฟันได้อย่างชัดเจน กลิ่นปากก็อาจลดลงภายในสองสัปดาห์

ดังนั้น หนึ่งในวิธีการกำจัดแบคทีเรียในช่องปากก็คือการกำจัดแบคทีเรียที่ลิ้น 

เราอาจลืมคิดไปว่าแบคทีเรียสะสมจนทำให้ฟันผุและเป็นโรคเหงือกอักเสบ แล้วแบคทีเรียยังซ่อนตัวอยู่ในลิ้นด้วย การแปรงลิ้นจึงสำคัญมาก 

4. ไหมขัดฟัน จัดเต็มจ้า

กลิ่นปากที่เกิดจากฟันผุ เหงือกอักเสบ ฟันคุด ฟันหน้าซ้อนเก คนใส่ฟันปลอม (ทั้งถอดได้หรือแบบติดแน่น)  ทางทันตแพทย์เสนอให้ใช้ไหมขัดฟันบวกกับวิธีแปรงฟันให้สะอาดและถูกวิธีจะดีที่สุด โดยแนะนำให้คุณขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง 

วิธีขัดฟันให้สะอาด 

  • ดึงไหมขัดฟันยาวประมาณ 18 นิ้ว นำไหมขัดฟันมาพันไว้ที่นิ้วมือและดึงให้ตึง จากนั้นค่อยๆ สอดไหมขัดฟันเข้าไปที่ช่องระหว่างฟันหรือซอกฟัน 

  • คราวนี้มาถึงวิธีขัดฟัน เลื่อนไหมขึ้นบนและลงล่างเพื่อขจัดเอาคราบไบโอฟิล์มออก 

  • ต่อจากนั้นจัดไหมขัดฟันให้เป็นเส้นโค้งและขัดรอบฐานฟันแต่ละซี่เบาๆ เพื่อกำจัดไบโอฟิล์มใต้ขอบเหงือก 

  • ควรใช้ไหมขัดฟันส่วนใหม่ทำความสะอาดฟันแต่ละซี่

  • ท็อปทิปส์ ใช้ไหมขัดฟันหลังการแปรงฟันก่อนนอนจะช่วยลดกลิ่นปากในตอนเช้าได้ดีมาก 

5. แป้งและหมากฝรั่งดับกลิ่นปาก

ผู้เชี่ยวชาญทางด้านทันตกรรมไทยได้ตรวจพบว่า คนส่วนใหญ่ 90% ที่มีกลิ่นปากเนื่องจากกินอาหารรสจัด มีกลิ่นฉุน เช่น กระเทียม หัวหอม แอลกอฮอล์ บุหรี่ จนกลายเป็นกลิ่นอาหารที่ตกค้างหลังมื้ออร่อยของคุณนั่นเอง ดังนั้นวิธีแปรงฟันให้สะอาดหลังกินอาหารเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการกำจัดกลิ่นปากและเศษอาหารที่เกิดขึ้นได้ 

ส่วนคนที่กำลังลดน้ำหนักและงดกินแป้ง ก็จะมีกลิ่นปากที่ต่างประเทศตั้งชื่อว่า ‘Dragon Breathe’ (ลมหายใจมังกร) รวมไปถึงผู้หญิงช่วงที่มีประจำเดือนที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงก็จะมีน้ำลายน้อยลงด้วย ทางแก้ง่ายๆ ตามหลักการเดินทางสายกลางก็คือ ทานแป้งบ้างแทนที่จะเลิกทานไปเลย หรือลองเคี้ยวหมากฝรั่งแบบไม่มีน้ำตาล (Sugar Free) 

6. จิบน้ำบ่อยๆ ช่วยแก้ปากแห้ง

กลิ่นปากยังพบในกลุ่มคนที่ใช้ยาบางประเภท เช่น กินยาคลายกล้ามเนื้อบ่อยๆ ยาลดน้ำมูก ยาจิตเวช ยาลดสิว ยาดังกล่าวทำให้น้ำลายน้อย เกิดอาการปากแห้ง ซึ่งวิธีแก้ไขก็ไม่ได้ยากเลย ขอเพียงจิบน้ำบ่อยๆ นำขวดน้ำมาวางใกล้ตัว จะได้หยิบดื่มได้สะดวก

สำหรับบ้านที่มีเด็กๆ ข้อพึงระวังก็คือ เด็กๆ ก็มีกลิ่นปากได้ด้วยนะ เด็กๆ ที่แอ๊คทีฟหรือชอบเล่นกีฬา อาจลืมดื่มน้ำเพราะมัวแต่ห่วงเล่น 

เมื่อลูกหลานคุณดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ช่องปากก็จะผลิตน้ำลายมาชะล้างแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการมีกลิ่นปากได้น้อยลง นอกจากนี้การมีน้ำลายไม่พอ อาจส่งผลให้ฟันผุและเป็นโรคปริทันต์ได้ ควรดูแลให้เด็กๆ ดื่มน้ำให้เพียงพอ 

เพราะรักจึงบอก

การมีกลิ่นปากไม่ใช่แค่กลิ่นไม่พึงประสงค์ แต่มันส่งผลต่อบุคลิกภาพ การงาน ความสัมพันธ์ ไปจนถึงส่งผลต่อสุขภาพปากและฟันด้วย

ดังนั้น คุณควรบอกคนใกล้ตัวและคนที่คุณห่วงใยว่า มีกลิ่นปาก  (ขอให้บอกแบบสุภาพ ไม่ทำลายจิตใจ) หาจังหวะและโอกาสดีๆ ไม่ใช่บอกต่อหน้าสาธารณชน เดี๋ยวจะพาลเกลียดหน้ากันไปตลอดชีวิต  

พอบอกเสร็จ ก็ลองชวนกันไปตรวจฟันที่สถานทันตกรรมด้วยนะ เช่น ถึงเวลาที่ฉันจะไปหาหมอฟันพอดี เธอไปด้วยกันเลยนะๆ   

คำตอบสุดท้ายของลมปากสดชื่น

กุญแจสำคัญของลมปากสะอาดสดชื่นก็คือ สุขอนามัยในช่องปากที่ดี ซึ่งคุณสามารถควบคุมดูแลที่บ้านได้เอง

แม้ว่าคุณจะทำตามวิธีกำจัดคราบหินปูนในช่องปากและวิธีแปรงฟันให้สะอาดตามที่เราแนะนำไว้ข้างต้นแล้ว แต่เรื่องสำคัญที่ควรทำอย่างยิ่งก็คือ ควรไปพบคุณหมอฟันเพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและทำความสะอาดทั้งช่องปากทุกๆ 6 เดือน (ปีละ 2 ครั้งเอง) จะได้เสริมสร้างความมั่นใจด้วยลมหายใจที่หอมสดชื่นเป็นหมื่นลี้ 

เผยแพร่ครั้งแรก