แก้ได้! ลูกงอแงไม่ยอมใส่หน้ากากอนามัยเด็ก

เคล็ดลับจูงใจลูกให้ร่วมมือต้านโควิด-19

อัปเดตเมื่อ

วิธีสอนลูกให้รับมือกับโควิด-19 แบบเข้าใจง่าย

โรคโควิด-19 เป็นโรคระบาดที่มีความร้ายแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตและขณะนี้ยังไม่มียารักษา อีกทั้งพบโควิดในเด็กด้วย คุณพ่อคุณแม่จึงควรสอนวิธีป้องกันโควิด และวิธีสอนลูกให้รับมือกับโควิด-19 ด้วยการรักษาระยะห่าง วิธีล้างมือที่ถูกต้อง สอนให้สวมหน้ากากอนามัยเด็ก รวมถึงวิธีฆ่าเชื้อโควิดที่ไม่ซับซ้อนตามวิถี New Normal 

ติดอาวุธให้ลูกสู้โควิดตัวร้าย

เริ่มแรกวิธีสอนลูกให้รับมือกับโควิด-19 อาจจะค่อนข้างหนักสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องพร่ำบอกบ่อยๆ เพื่อให้ลูกได้ซึมซับจนเป็นนิสัยเสียก่อน หลังจากนั้นเด็กก็จะรู้จักทำด้วยตัวเอง ไม่ต้องมาคอยสอนเหมือนครั้งแรกๆ

  • สอนให้ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำสบู่ หรือถูมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ เด็กๆ มักหยิบจับนี่นั่นอยู่เสมอ อาจติดโรคโควิดจากการไปสัมผัสของใช้ของคนที่มีเชื้อไวรัส ใช้เพลงหรือนิทานล้างมือสนุกๆ เป็นสื่อในการฝึกให้เด็กรู้จักการล้างมือให้ถูกวิธีและฟอกมืออย่างต่ำ 20 วินาที ควรบอกเด็กว่าการล้างมือคืออาวุธฆ่าเชื้อโควิด

  • สอนให้รู้จักอันตรายของโรค เพื่อให้เด็กได้รู้ทันโรคร้าย มีอะไรบ้างที่ควรทำและไม่ควรทำ เช่น ไม่ควรเอามือขยี้ตา แคะจมูกหรือสัมผัสปากหากยังไม่ได้ล้างมือ ไอหรือจามลงบนกระดาษทิชชูและทิ้งลงถังที่มีฝาปิด รวมทั้งควรอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีเมื่อถึงบ้าน

  •  ถ้าไม่มีทิชชูอยู่ใกล้ตัว ควรไอหรือจามลงบนข้อพับแขนแล้วรีบไปล้างมือ

  • พกเจลแอลกอฮอล์ติดตัว และให้ถูมือทุกครั้งที่มีการหยิบจับสิ่งของต่างๆ

  • สอนการใส่หน้ากากอนามัยเด็ก 

  • หมั่นทำความสะอาดของใช้ส่วนตัวบ่อยๆ และไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น

  • สอนลูกเรื่องการรักษาระยะห่าง อยู่ห่างจากคนอื่นๆ 1-2 เมตร กับคนอื่น หลีกเลี่ยงฝูงชน ไม่กอด หอม หรือจับมือและไม่สัมผัสตัวผู้อื่น

  • กินอาหารที่สดใหม่ ไม่กินอาหารดิบหรือปรุงไว้นานแล้ว  

โควิดในเด็กเล็ก หรือวัยรุ่นพบบ่อยหรือไม่

ตามงานวิจัยขององค์การอนามัยโลกระบุว่า เด็กและวัยรุ่นมีแนวโน้มที่จะติดเชื้อโควิดได้เท่ากับกลุ่มอายุอื่นๆ สามารถแพร่เชื้อได้ และอาจมีอาการรุนแรงด้วย เด็กและผู้ใหญ่จึงควรปฎิบัติตามข้อแนะนำเรื่องการกักตัวและการรักษาระยะห่าง หากมีความเสี่ยงสัมผัสโรคหรือมีอาการ ที่สำคัญเด็กไม่ควรอยู่ใกล้ผู้สูงวัยหรือผู้ที่มีความเสี่ยงสูง

ควรทำอย่างไรหากลูกมีอาการของโรคโควิดในเด็ก

รีบพาลูกไปพบแพทย์โดยสวมหน้ากากอนามัยเด็ก พยายามหลีกเลี่ยงการไปยังสถานที่สาธารณะ เช่น การขึ้นรถสาธารณะ โรงเรียน สถานที่ทำงาน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น ทั้งนี้ตามคำแนะนำของยูนิเซฟไทยแลนด์ อาการของโรคโควิด อาจมีอาการไอหรือเป็นไข้คล้ายกับไข้หวัดธรรมดาหรือไข้หวัดใหญ่

วิธีสอนลูกให้รับมือกับโควิด-19 เมื่อสมาชิกครอบครัวแสดงอาการ 

หากคุณหรือลูกหายใจลำบากและมีไข้ ไอ ควรไปพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ และแจ้งให้โรงพยาบาลทราบล่วงหน้าว่า คุณได้เดินทางไปยังพื้นที้เสี่ยง หรือไปยังพื้นที่ที่มีรายงานการพบผู้ป่วยโควิด 

ควรให้ลูกหยุดเรียนหรือไม่ หากสงสัยว่าลูกจะเป็นโรคโควิดในเด็ก

ควรหยุดเรียนและพาลูกไปพบแพทย์และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ให้ลูกพักผ่อนอยู่ที่บ้านขณะที่มีอาการ และหลีกเลี่ยงการไปยังสถานที่สาธารณะต่างๆ 

เด็กวัยใดควรสวมหน้ากากอนามัยเด็ก 

เด็กอายุมากกว่า 2 ขวบสามารถสวมใส่หน้ากากได้ ยกเว้นเด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น ระบบทางเดินหายใจหรือบกพร่องทางสมอง ส่วนทารกแรกเกิดถึง 1 ขวบไม่ควรสวมหน้ากาก เพราะยังมีระบบหายใจที่ไม่แข็งแรง ยางรัดอาจพันรอบคอทำให้ขาดอากาศหายใจ อีกทั้งความคมของพลาสติกอาจบาดหน้าหรือตา ส่วนเด็ก 1-2 ขวบ ควรใส่โดยมีผู้ใหญ่ดูแลตลอดและใส่ในระยะสั้น

8 วิธีชวนลูกใส่หน้ากากอนามัยเด็ก

เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 3 ขวบ ควรใช้คำอธิบายง่ายๆ พร้อมเล่านิทานสั้นๆ ทำไมต้องใส่หน้ากากอนามัย เน้นเพื่อความปลอดภัย ไม่ข่มขู่ว่า ถ้าไม่ใส่ ตำรวจจะจับ ส่วนเด็กอายุมากกว่า 3 ขวบ เน้นเล่าเรื่องโดนใจและชวนพูดคุยเกี่ยวกับเชื้อโรคให้ฟังบ่อยๆ 

  • พ่อแม่ควรสวมใส่หน้ากากอนามัยให้ลูกดู เริ่มลองสวมหน้ากากที่บ้านก่อน

  •  ฝึกให้เป็นนิสัยชวนสวมหน้ากากก่อนออกจากบ้าน เด็กจะได้ไม่โดดเดี่ยวหรือแปลกแยก

  • ขณะสวมใส่หน้ากาก ลองให้เด็กส่องกระจก ชวนคุยเรื่องใส่หน้ากาก

  • ลองสวมหน้ากากอนามัยเด็กให้ตุ๊กตาตัวโปรด หรือวาดรูปหน้ากากบนตัวการ์ตูนที่เด็กชอบ

  • ให้เด็กดูรูปเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันที่สวมหน้ากาก

  • ชวนเล่นตกแต่งหน้ากากอนามัยเด็กให้เป็นรูปต่างๆ 

  • เลือกหน้ากากอนามัยให้พอดีกับใบหน้าลูก ให้เด็กเลือกลวดลายที่ชอบ เช่น ลายการ์ตูนน่ารักๆ ลายดอกไม้ หรือลายซูเปอร์ฮีโร่ ควรเลือกหน้ากากที่มีการออกแบบมาสำหรับเด็กและเลือกให้พอดีกับใบหน้า คลุมจมูกและปากอยู่ไม่หลุดง่าย สามารถปรับสายให้กระชับ 

  • ชมเชยลูกด้วยคำหวานเพื่อกระตุ้นให้เขาอยากสวมในครั้งต่อไป หากครั้งแรกๆ ลูกยังไม่ยอมใส่ ก็ไม่ควรบ่นหรือดุว่า แต่ให้อดทนและลองเริ่มใหม่อีกครั้ง

ควรสอนให้ลูกพกซองหรือถุงพลาสติกไว้ใส่หน้ากากอนามัยเมื่อไม่ได้ใช้ ระหว่างวันจะมีช่วงที่ต้องถอดหน้ากากเพื่อรับประทานอาหาร หรือทำกิจกรรมอื่น ควรถอดหน้ากากและเก็บใส่ซองพลาสติกไว้ในกระเป๋านักเรียน เพื่อจะได้นำกลับมาซักใหม่ (สำหรับหน้ากากอนามัยแบบผ้า) และยังช่วยให้หน้ากากไม่สัมผัสสิ่งสกปรกอีกด้วย หากเลือกใช้หน้ากากผ้าควรซักทุกวันและมีมากกว่า 1 ผืนเพื่อใช้สัปเปลี่ยน

3 ทริคแก้ปัญหาลูกไม่ยอมใส่หน้ากากอนามัยเด็ก

เด็กๆ อาจไม่คุ้นเคยและไม่ยอมรับกับการสวมใส่หน้ากากอนามัยเด็ก ขอให้คุณพ่อคุณแม่อดทนและพยายามสร้างความคุ้นเคยให้ทีละนิดๆ ถือคติน้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน           

  • เลือกนิทานโดนใจบอกเหตุผลที่แท้จริงกับลูก เพื่อให้เขาตระหนักเกี่ยวกับสถานการณ์  ถ้าไม่ใส่หน้ากากจะต้องเจอความเสี่ยงแบบใด และคนเป็นโรคนี้อันตรายอย่างไร การไม่บอกความจริง อาจทำให้เด็กไม่ตื่นตัว และไม่อยากทำตาม 

  • ใส่หน้ากากเป็นเพื่อนลูก (เช่นเดียวกับการชวนลูกไปล้างมือพร้อมกัน) วิธีการสอนลูกที่ดีที่สุดก็คือต้องทำเป็นตัวอย่าง ถ้าพ่อแม่ใส่หน้ากากทุกวัน ใส่ให้เด็กเห็น และบอกให้ลูกรู้ว่าเพราะอะไรถึงต้องใส่หน้ากาก ก็จะทำให้เด็กต้องการอยากจะใส่เช่นกัน เพราะถ้าใช้วิธีบังคับ เด็กก็จะไม่อยากทำตามเท่าไร

  • แนะนำเวลาใดที่ควรใส่ เวลาใดที่ถอดได้ การบังคับให้ลูกใส่หน้ากากอนามัยเด็กตลอดเวลา อาจทำให้เด็กอึดอัดและไม่อยากทำตาม แต่การบอกเวลาที่ควรใช้หน้ากาก จะทำให้เด็กรู้สึกสบายใจขึ้น เช่น “ถ้าลูกออกไปนอกบ้าน ต้องใส่หน้ากากอนามัยเด็กตลอดนะคะ/ครับ เวลาอยู่บ้านก็ถอดออกได้นะ” 

ในวันนี้คุณลูกอาจหน้าหงิกหน้างอ รู้สึกว่าทำไมคุณพ่อคุณแม่ขี้บ่นจัง ให้ทำนี่ทำนั่นมากมาย แต่วันหนึ่งทุกสิ่งที่คุณได้ทำลงไปที่แฝงไปด้วยความห่วงใย จะแสดงให้ลูกได้เห็นถึงความรักอันบริสุทธิ์ และจะส่งผลดีต่อชีวิตลูกน้อย 

ทำให้เขาเป็นคนเต็มคนในวันข้างหน้า

เผยแพร่ครั้งแรก