ตอบคำถามคาใจ! คู่มือใส่หน้ากากอนามัยให้เด็ก

แชร์วิธีป้องกันโควิดในเด็กให้คุณพ่อคุณแม่คลายกังวล พร้อมวิธีลดความเสี่ยงในเด็กเล็กที่ไม่สามารถใส่หน้ากากได้

อัปเดตเมื่อ

How old your children to wear a face mask

ขณะนี้หน้ากากอนามัยและหน้ากากผ้ากลายเป็นไอเทมสำคัญของคนทั่วโลกรวมทั้งเด็กๆ ด้วย เนื่องจากเป็นหนึ่งในวิธีป้องกันโควิดเวลาต้องออกไปในที่สาธารณะ แต่หน้ากากไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่สุดเท่ากับการรักษาความสะอาดและสุขอนามัย รวมไปถึงวิธีล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ และการรักษาระยะห่าง


2 กลุ่มเด็กที่ไม่ควรใส่หน้ากากอนามัย

เราขอยืนยันชัดๆ ว่า ไม่ควรใส่หน้ากากอนามัยให้เด็กทารกแรกเกิดจนถึง 1 ขวบ และเด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ ระบบประสาท เด็กที่มีกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือมีความบกพร่องทางสมอง 

ขอให้คุณพ่อคุณแม่ควรเข้มงวดเรื่องการรักษาความสะอาด ล้างมือให้ลูก และควรเคร่งครัดเรื่องการรักษาระยะห่าง

ห้ามทารกใส่หน้ากากและ Face shield  

เด็กแรกเกิดยังมีระบบหายใจที่ไม่แข็งแรง การใส่หน้ากากอนามัยทำให้ความเสี่ยงสูงที่จะทำให้คาร์บอนไดออกไซด์คั่งและส่งผลเสียต่อระบบประสาทของทารก และเสี่ยงโรคไหลตายในทารกในขณะหลับ 

ทางกรมอนามัยได้อธิบายเพิ่มเติมด้วยว่า ทารกแรกเกิดหายใจทางจมูกเป็นหลัก หากขาดออกซิเจน เด็กทารกจึงยังไม่มีความสามารถในการหายใจชดเชยด้วยการอ้าปากหายใจ

ด้านสมาคมกุมารเวชศาสตร์ญี่ปุ่นยังได้ออกมาเตือนว่า เด็กเล็กๆ มีทางเดินหายใจแคบ การใส่หน้ากากอนามัยให้เด็กเล็กจะเป็นการเพิ่มภาระให้หัวใจทำงานหนักและเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคลมแดดหรือโรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) ส่วนสายคล้องหรือยางรัดก็อาจพันรอบคอทารกทำให้ขาดอากาศหายใจได้ 

นอกจากนี้ ความคมของพลาสติกที่ใช้บังหน้าอาจบาดใบหน้าหรือดวงตาเด็กทารก เด็กทารกอาจรำคาญและใช้มือจับหน้ากากบ่อยๆ ทำให้เสี่ยงต่อการรับเชื้อโรคมากขึ้น 

วิธีป้องกันโควิดกับเด็กทารก 

ผู้ใหญ่หรือผู้คนรอบตัวทารกควรปฎิบัติดังนี้

  • ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนสัมผัสตัวทารกแรกเกิดและสิ่งของรอบตัวทารก 

  • ไม่ควรหอมแก้มหรือลูบศีรษะเด็กทารก 

  • งดการเยี่ยมทารกจนกว่าโรคระบาดจะสิ้นสุด 

  • รักษาระยะห่าง 2 เมตร และใส่หน้ากากอนามัยหากต้องอยู่ใกล้ทารก

  • ไม่ควรพาเด็กแรกเกิดไปในที่ชุมชน ยกเว้นพาไปฉีดวัคซีนหรือไม่สบาย

2 ขวบอัพ โตแล้วใส่หน้ากากได้!  

ตามคำยืนยันจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยที่ระบุว่า เด็กควรเริ่มใส่หน้ากากอนามัยตั้งแต่อายุ 2 ขวบขึ้นไป จึงจะปลอดภัย เพราะเด็กวัยนี้สามารถใช้มือดึงหน้ากากออกจากใบหน้าหรือจมูกได้ด้วยตัวเองหากรู้สึกอึดอัดหรือปิดจมูกและปากแน่นเกินไป

ควรใส่หน้ากากอนามัยแบบใดให้ลูกดี 

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจถึงประเภทของหน้ากากอนามัยที่รู้จักกันดีอยู่ 3 ชนิด คือ หน้ากากอนามัยที่ผลิตจากผ้า หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่มีสีเขียว และหน้ากากอนามัยชนิด N95 ที่เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ใช้ ซึ่งไม่เหมาะกับเด็ก 

หากเด็กใส่หน้ากากอนามัย N95 จะทำให้เด็กอึดอัด หายใจลำบากเพราะหน้ากากปิดสนิท อีกทั้งยังมีสายรัดที่บีบแน่นจนเกินไปอาจทำให้หนูน้อยหายใจไม่ออก

เราขอยืนยันฟังธงตรงนี้เลยว่า หน้ากากที่เหมาะสมกับเด็กอายุมากกว่า 2 ขวบคือ หน้ากากผ้า หรือหน้ากากทางการแพทย์ที่มีสีเขียว เพราะหน้ากากทั้งสองประเภทนี้สามารถระบายอากาศได้ดี ใส่นานๆ แล้วไม่อึดอัด โดยควรเลือกขนาดของหน้ากากให้พอดีกับใบหน้าของเด็ก 

ปัจจุบันหน้ากากอนามัยสำหรับเด็กมีขายอยู่ตามร้านค้าทั่วไปทั้ง หน้ากากมัสลิน หน้ากากผ้าชนิดกันน้ำ แถมยังมีสายคล้องที่มีสีสันน่ารักๆ ให้เลือกมากมาย 

เด็กใส่หน้ากากอนามัยนานๆ จะเป็นอันตรายหรือไม่

ตามนิสัยของเด็ก ก็มักจะไม่อยู่นิ่งๆ ยิ่งต้องใส่หลายชั่วโมง หน้ากากอนามัยแบบผ้าหรือทางการแพทย์ (สีเขียว) ก็อาจจะมีกลิ่นอับ คราบเหงื่อไคล ที่มักเกิดขึ้นที่สายคล้องหูหรือตามรอยขอบต่างๆ ไปจนถึงอาจมีการฉีกขาดหากใส่หน้ากากทางการแพทย์  

อย่าลืมว่า ผลต่อเนื่องจากคราบเหงื่อไคลต่างๆข้างต้น เด็กอาจเกิดอาการคันบริเวณใบหน้าหรือลำคอ หากเด็กไอจามในขณะใส่หน้ากาก ก็อาจเกิดการติดเชื้อ จึงควรเปลี่ยนหน้ากากบ่อยๆ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรสอนลูกให้เปลี่ยนหน้ากากทันที และควรติดหน้ากากสำรองเวลาออกจากบ้านหรือติดไว้ในกระเป๋านักเรียนลูก 

3 สิ่งควรทำ &  3 สิ่งห้ามทำ  

วิธีป้องกันโควิดในเด็กไม่ได้ยากอย่างที่คิด ขอเพียงคุณพ่อคุณแม่สะกิดเตือนลูกบ่อยๆ อาศัยความอดทนและสม่ำเสมอ พร้อมกับลงมือทำให้ลูกดู 

มาเช็กกันดีกว่าว่า สามสิ่งที่ควรและไม่ควรทำมีอะไรบ้าง

  • เตือนลูกบ่อยๆ ว่า ไม่ควรสัมผัสกับสิ่งของนอกบ้าน ไม่ให้เด็กนำสิ่งของใกล้มือเข้าปาก ซึ่งอาจจะค่อนข้างยากสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบเพราะเด็กวัยนี้เรียนรู้สิ่งรอบตัวผ่านสัมผัสและนำเข้าปาก 

  • ไม่ควรต่อว่า ตะคอกใส่ลูก หรือดุด่า คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงลูกเชิงบวกเพราะนั่นจะทำให้เด็กจะอับอายและอาจต่อต้านในที่สุด 

  • เน้นการล้างมือให้ลูกบ่อยๆ เด็กมักหยิบเล่นของเล่นอยู่ตลอดเวลา อาจทำให้มือสัมผัสกับเชื้อโรคได้ 

  • ทำความสะอาดของเล่นลูกและพื้นที่ที่เล่นของเล่น รวมไปถึงจุกหลอกที่เด็กมักนำหยิบเข้าปากแม้ว่าจะหล่นลงพื้น

  • ให้เด็กใส่หน้ากากผ้าในช่วงที่ต้องออกไปในที่ที่มีคนอยู่เป็นจำนวนมาก

  • ไม่ควรใส่หน้ากากอนามัยตอนออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา 

เราเข้าใจดีว่าไม่ใช่เด็กทุกคนจะร่วมมือในการใส่หน้ากากอนามัย  เราขอนำเสนอทริควิธีรับมือลูกงอแงไม่ยอมใส่หน้ากากเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ได้นำไปประยุกต์ใช้กันด้วย  

วิธีล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์

คุณพ่อคุณแม่ควรสอนลูกว่าวิธีล้างมือที่ถูกวิธีจะช่วยป้องกันโควิดและเชื้อโรคได้ดีที่สุด แต่เมื่อเราอยู่นอกบ้านไม่สะดวกใช้น้ำและสบู่ล้างมือ เราก็จำเป็นต้องใช้วิธีล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์แทนนั่นเอง 

สอนเจ้าตัวเล็กล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์

ก่อนใช้แอลกอฮอล์เจลหรือหากครั้งแรก ควรทดสอบการแพ้ของลูกก่อน ควรใช้เพียงครึ่งช้อนชา และไม่ควรใช้กับบริเวณผิวบอบบาง เช่น รอบดวงตา ผิวหนังที่มีการอักเสบ หากสัมผัสบ่อยๆ ผิวอาจกระด้างได้

  1. กดเจลลงบนฝ่ามือประมาณ 3 ซีซีหรือครึ่งช้อนชา หากใช้หัวปั๋มก็ควรกดให้เต็มหนึ่งหัวปั๋ม
  2. ถูมือให้ทั่วทั้งฝ่ามือ หลังมือ และข้อมือ เป็นเวลา 20 วินาที 
  3. ปล่อยให้มือแห้งเอง ไม่ต้องล้างน้ำ ประมาณครึ่งนาทีแอลกอฮอล์ก็จะระเหยไปเอง 

เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน ทางสถาบันราชานูกุลได้ทำอินโฟกราฟิกมาให้คุณนำไปสอนลูกน้อยกันด้วย

เจลแอลกอฮอล์ สอนใจพ่อแม่

เมื่อไม่นานนี้มีข่าวสะเทือนขวัญคุณพ่อคุณแม่ที่เด็กวัย 3 ขวบ บาดเจ็บสาหัสเพราะถูกไฟลวกหลังจากนำเจลแอลกอฮอล์มาเล่นและป้ายที่มือและแขนขา แล้วพี่ชายวัย 5 ขวบจุดไฟแช็กเล่น ทำให้เกิดประกายไฟลุกท่วมที่แขนและขาน้อง กรณีนี้คือความประมาทของผู้ปกครองและการรู้ไม่เท่าทันของเด็กๆ 

ดังนั้น คุณต้องระลึกอยู่เสมอว่า แอลกอฮอล์เจลไม่ควรใช้กับเด็กทารกและเด็กเล็ก  และควรเก็บแอลกอฮอล์เจลในที่พ้นมือเด็ก หากทามือแล้วยังไม่แห้งก็ควรหลีกเลี่ยงเปลวไฟด้วย

อันตรายที่สุดก็คือเจลแอลกอฮอล์หรือเจลล้างมือเป็นสารไวไฟเพราะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ จึงไม่ควรให้เด็กเล็กพกแฮนด์เจลไปไหนมาไหนเองเป็นอันขาด   หากจำเป็นต้องใช้ก็ควรอยู่ในความดูแลของผู้ใหญ่ตลอด และควรบอกให้เด็กรู้ถึงวิธีล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ที่ถูกต้อง 

ต่อให้หวาดกลัวต่อโควิดเพียงใด แต่ก็ต้องคำนึงถึงสิ่งรอบข้างที่เป็นอันตรายต่อเจ้าตัวเล็กกันด้วยนะจ๊ะ

เผยแพร่ครั้งแรก