ป้องกันโควิดในโรงเรียนแล้ว ถึงบ้านยังต้องซักชุดทันทีหรือไม่

วิธีซักชุดนักเรียนยุค New Normal ทำอย่างไร ไปดูกัน

อัปเดตเมื่อ

school uniform and rucksack hanging on the wall

โรงเรียนเป็นสถานที่แทบจะสุดท้ายที่ได้รับการปลดล็อก ในวันนี้ที่โรงเรียนกลับมาเปิดจึงเป็นสัญญาณที่ดีว่า ประเทศไทยจัดการโควิดได้อยู่หมัด เด็กๆ ดีใจที่ได้เจอเพื่อน ส่วนพ่อแม่ก็โล่งใจที่ลูกๆ จะเรียนทันรอบปีการศึกษา แต่ในความยินดีนี้กลับมีความกังวลแฝงอยู่ นอกจากการป้องกันโควิดในโรงเรียน อีกคำถามที่พ่อแม่มีคือต้องซักชุดนักเรียนทันทีที่กลับถึงบ้านหรือไม่ 

ความเสี่ยงติดโควิดและชุดนักเรียน

โควิดเกาะติดเสื้อ เชื่อหรือไม่

ยังไม่มีการศึกษาแน่ชัดว่าโควิดสามารถอยู่บนผ้าได้กี่วัน หากเราจะเทียบเคียงกับวัสดุอื่น ผ้าเป็นพื้นผิวอ่อนมีรูพรุนก็จะคล้ายกับกระดาษ ซึ่งโควิดอยู่ได้ 3 ชั่วโมง แต่มีผลการศึกษาที่ระบุว่าโควิดอยู่บนพื้นผิวต่างๆได้ ซึ่งบนเสื้อผ้ามักจะมีวัสดุอื่นๆ ประกอบอยู่ด้วย เช่น กระดุมที่เป็นพลาสติก 

สรุปเสี่ยงไหม ใครบอกที

ความเสี่ยงของการติดโควิดจากชุดนักเรียนและเสื้อผ้าโดยรวมถือว่าน้อย ตามข้อสันนิษฐานต่างๆ 

  • การแพร่กระจาย - โควิดแพร่กระจายจากคนสู่คนมากกว่าจากสิ่งของสู่คน 

  • พลังแพร่เชื้อ - ส่วนมากไวรัสจะลดประสิทธิภาพการแพร่เชื้อเมื่อแห้ง และใยผ้ามักจะดูดน้ำออกจากไวรัส 

  • การสัมผัส - โควิดที่มากับละอองฝอย เมื่อโดนเสื้อผ้าจะติดอยู่ในใยผ้าจึงไม่ได้ถ่ายโอนไปบนพื้นผิวอื่น

  • ความอยู่รอด - มีการศึกษาพบว่าโควิดตายไปถึง 90% บนกระดาษเมื่อเวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง

โควิดเป็นโรคใหม่ที่เรายังไม่ค่อยรู้จักมากเท่าที่ควร ดังนั้นแม้จะมีความเสี่ยงน้อยก็ไม่มีอะไรการันตีได้ อย่างไรเราจึงควรมีวิธีป้องกันโควิดอย่างรัดกุม  

วิถีการใช้ชีวิตของคุณในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 หรือล็อกดาวน์ ส่งผลกระทบต่อประเภทของคราบสกปรกบนเสื้อผ้าของคุณหรือไม่?

ไม่ประมาท การ์ดอย่าตก

ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนและเราไม่มีข้อมูลเพียงพออยู่ในมือ ทางที่ดีที่สุดคือกันไว้ดีกว่าแก้  

ด่านชั้นหน้าป้องกันโควิด

คุณพ่อคุณแม่ต้องกำชับให้เด็กๆ ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิดในโรงเรียนอย่างเคร่งครัด เพราะนี่จะช่วยลดความเสี่ยงไปได้มากทีเดียว

  • การรักษาระยะห่าง ยังต้องมี บอกกันอีกทีอย่างน้อย 2 เมตร 

  • สวมหน้ากาก เริ่มจากออกบ้านจนกลับถึงบ้าน

  • ล้างมือด้วยสบู่หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ 70% ต่อจากการสัมผัสทุกคนและทุกสิ่ง

  • ลดสัมผัส หัดไม่พิงและไม่เท้าตามที่ต่างๆ 

ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัวอีกด้วย เพราะนอกจากป้องกันโควิดแล้ว ยังป้องกันโรคในเด็กอื่นๆ ที่ติดต่อผ่านการสัมผัส เช่น โรคในทางเดินหายใจ โรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร ไข้หวัด อีสุกอีใส และโรคมือ เท้า ปาก

ด่านชั้นในไม่ให้มีโควิดติดบ้าน

เพื่อให้แน่ใจขั้นสุด ให้เด็กๆ เปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีที่กลับถึงบ้าน โดยไม่ต้องสะบัดเสื้อผ้า หากคุณพ่อคุณแม่สะดวกที่จะซักเสื้อผ้าทันทีก็จะดีมาก แต่หากไม่สะดวกก็ให้นำชุดนักเรียนใส่ถุงรวมกับเสื้อผ้าที่ใช้ใส่ออกไปนอกบ้านเพื่อแยกจากเสื้อผ้าที่ไม่มีความเสี่ยงอย่างชุดนอนหรือชุดอยู่บ้าน แนะนำให้ใส่หน้ากากเวลาจัดการกับเสื้อผ้าในภายหลัง เพื่อป้องกันการสูดดมการฟุ้งกระจายของสิ่งสกปรกจากเสื้อผ้า  

คืนความขาวให้กับชุดนักเรียน

วิธีซักชุดนักเรียนก็คล้ายๆ กับวิธีซักผ้าขาวอื่นๆ แต่คราบอาจจะมีมากหน่อยเพราะเด็กๆ เล่นซนเต็มที่จนไม่ได้ระวังเสื้อผ้าเปรอะเปื้อน ขั้นตอนไม่มากมีดังนี้

#1 แยกผ้าขาวจากผ้าสี 

ไม่ควรซักผ้าสีและผ้าขาวรวมกันเพื่อป้องกันสีตกใส่ผ้าขาวและป้องกันผ้าขาวหม่นหมองด้วย เสื้อนักเรียนที่มีสีขาวจึงควรแยกซักจากเสื้อผ้าอื่นๆ  

#2 ขจัดคราบสีเข้ม

ก่อนนำชุดนักเรียนไปซัก ควรเน้นซักบริเวณที่มีคราบออกก่อน โดยเฉพาะคราบที่มีสีเข้ม

คราบหมึก - ก่อนทำความสะอาดต้องหาอะไรมารองข้างใต้เสื้อ เพื่อป้องกันไม่ให้หมึกกระจายไปเลอะส่วนอื่น 

  • สเปรย์ใส่ผม - เช็ดบริเวณคราบหมึกและทิ้งไว้ 5 นาที จากนั้นใช้สำลีซับ ทำซ้ำจนคราบหลุดออกจนหมดก่อนซักเสื้อตามปกติ

  • น้ำส้มสายชูใส - หยดน้ำส้มสายชูใสบนคราบ จากนั้นทำส่วนผสมแป้งข้าวโพด 1 ถ้วยตวงกับน้ำส้มสายชูใส 2 ถ้วยตวง ใช้แปรงสีฟันขนนุ่มจุ่มและถูที่คราบ จากนั้นทิ้งไว้จนแห้งแล้วซักชุดนักเรียน

  • แอลกอฮอล์ - ใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์จนชุ่ม บีบลงบนคราบ ทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมงแล้วซับออก จากนั้นซักด้วยน้ำเย็น 

สี - เริ่มจากจำแนกชนิดของสีและขูดสีที่แห้งออกก่อน ถ้าเป็นสีน้ำแค่ใช้น้ำซักก็ออก ถ้าเป็นสีน้ำมันให้เช็ดคราบสีด้วยน้ำยาล้างจาน และถ้าเป็นสีเทียนให้เช็ดคราบด้วยน้ำยาล้างจานก่อนจะล้างด้วยน้ำอุ่นให้แว๊กซ์ละลาย  

น้ำผลไม้ - ใช้สำลีชุบน้ำส้มสายชูใสแล้วบีบลงบนคราบแล้วทิ้งไว้ จากนั้นผสมเบกกิ้งโซดา 4 ช้อนโต๊ะกับน้ำ ¼ ถ้วยตวง แล้วนำส่วนผสมมาถูที่คราบแล้วล้างออก 

ซอส - ก่อนอื่นแกะคราบแห้งกรังของซอสออกให้หมดก่อน จากนั้นใช้มะนาวฝานหรือผ้าชุบน้ำส้มสายชูใสเช็ดวนที่คราบเป็นวงกลมจากข้างในออกข้างนอก สุดท้ายเปิดก๊อกน้ำและนำบริเวณที่มีคราบไปรองให้น้ำไหลผ่านทั้งด้านนอกและด้านในของเสื้อ 

โคลน - ขูดโคลนออกให้หมดและใช้แปรงสีฟันแปรงเศษโคลนเล็กๆ ที่แทรกอยู่ในเนื้อผ้าออก จากนั้นหยดน้ำสบู่ลงบนคราบและใช้นิ้วถูคราบโคลนออก ก่อนนำชุดนักเรียนไปซัก

#3 คืนความขาว

เมื่อกำจัดคราบสีเข้มออกแล้ว ขั้นตอนต่อมาก็เป็นวิธีซักผ้าขาว 

คอและใต้รักแร้ - ทำส่วนผสมเบกกิ้งโซดาเช่นเดียวกับที่ใช้ขจัดคราบน้ำผลไม้ คือเบกกิ้งโซดา 4 ช้อนโต๊ะกับน้ำ ¼ ถ้วยตวง ใช้แปรงสีฟันขนนุ่มจุ่มและถูเสื้อบริเวณคอและใต้รักแร้ที่มีคราบฝังแน่น

น้ำมะนาว - แช่เสื้อในส่วนผสมน้ำมะนาวครึ่งถ้วยตวงกับน้ำอุ่นและทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง หรือหากคราบฝังแน่นมากอาจทิ้งไว้ข้ามคืนก่อนนำไปซัก

น้ำส้มสายชู - ผสมน้ำอุ่น 1 ลิตร กับน้ำยาล้างจานครึ่งช้อนชา และน้ำส้มสายชูใส 1 ช้อนโต๊ะ แช่ชุดนักเรียน 30 นาทีก่อนนำไปซักปกติ

เบกกิ้งโซดา - เติมเบกกิ้งโซดาครึ่งถ้วยตวงลงในถังซักผ้าและปล่อยให้เครื่องซักผ้าเดินรอบตามปกติ

โอโมพลัส ผงซักฟอก สูตรเข้มข้น- ผสมผสานวิธีซักชุดนักเรียนคราบหนักและวิธีซักผ้าขาวเข้าด้วยกันแบบที่คุณไม่ต้องเหนื่อย แต่ต้องระวังไม่ใช้น้ำยาซักผ้ามากเกินไปเพราะจะตกค้าง ล้างไม่หมดและทำให้สิ่งสกปรกมาติดเพิ่ม

ฆ่าเชื้อโรค

ไม่ว่าจะเป็นโควิดหรือโรคไหนๆ เด็กก็ติดกันได้ง่ายอยู่แล้วในโรงเรียน การซักผ้าฆ่าเชื้อโรคจึงขาดไม่ได้ เพียงซักผ้าด้วยน้ำร้อนที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยอุณหภูมิต้องอย่างน้อย 70 องศาเซลเซียสขึ้นไป ไม่ว่าเชื้ออะไรก็ตายเรียบ

วิธีซักชุดนักเรียนง่ายๆ นี้ ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่หายห่วงทั้งเรื่องติดโควิดและเรื่องเล่นซนของลูกๆ 

เผยแพร่ครั้งแรก