คู่มือเอาตัวรอด! 5 วิธีป้องกันโควิด-19 เมื่อกลับจากข้างนอก

“ยกการ์ด” ขณะออกนอกบ้าน กลับเข้าบ้าน “การ์ดก็ไม่ตก”

อัปเดตเมื่อ

วิธีป้องกันโควิด ลดติดและแพร่เชื้อ

ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องออกนอกบ้านในช่วงที่ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ยังระบาดอยู่ วิธีป้องกันตัวเองและคนรอบข้างให้ห่างไกลโควิด ทั้งขณะที่ทำภารกิจอยู่นอกบ้านและเมื่อกลับเข้าบ้าน มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน มารีเช็กกันดูว่าเราจะต้องทำอย่างไรเพื่อลดโอกาสรับหรือแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ล้างมือ ... สกัดเชื้อเพื่อชาติ

นาทีนี้คงต้องเน้นย้ำว่าการล้างมือนั้นมีความสำคัญมากแค่ไหนในการป้องกันโควิด-19 รวมทั้งโรคติดต่ออื่นๆ เพราะเชื้อที่ก่อโรคระบบทางเดินหายใจส่วนใหญ่จะแพร่กระจายผ่านละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย เข้าไปในร่างกายทางตา จมูก และปาก ซึ่งบ่อยครั้งมือของเราเป็นช่องทางส่งผ่านเชื้อจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งมากที่สุด ดังนั้น การล้างมือก่อนเข้าบ้านจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย

ทบทวนวิธีล้างมือ

ในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 การล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำเป็นหนึ่งในวิธีป้องกันไวรัสที่ประหยัด ง่าย และได้ผลที่สุดวิธีหนึ่ง แต่ถ้าทำพอให้เสร็จๆ ไปก็คงป้องกันอะไรไม่ได้แน่ การล้างมืออย่างถูกวิธีมีขั้นตอนดังนี้

  • เปิดน้ำล้างมือให้เปียก

  • ใช้สบู่ในปริมาณที่เพียงพอจะฟอกมือทั้งสองข้าง

  • ฟอกสบู่และถูให้ทั่วมือทั้งสองข้าง รวมถึงหลังมือ ซอกนิ้ว และซอกเล็บ เป็นเวลาอย่างน้อย 20-30 วินาที (ร้องเพลง Happy Birthday จบสองรอบ) ข้อนี้สำคัญมาก!

  • เปิดน้ำล้างฟองสบู่ออกจากมือจนแน่ใจว่าสะอาด ปราศจากฟองตกค้าง  

  • เช็ดมือให้แห้งด้วยผ้าสะอาด (ควรเป็นของส่วนตัว) หรือกระดาษเช็ดมือแบบใช้แล้วทิ้ง

ล้างด้วยน้ำกับสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ อย่างไหนดีกว่ากัน?

ถ้าทำถูกวิธี ทั้งสองแบบสามารถฆ่าเชื้อโรคส่วนใหญ่อย่างได้ผล การล้างด้วยเจลแอลกอฮอล์มีข้อดีตรงที่ให้ความสะดวกมากกว่าเมื่อคุณอยู่นอกบ้าน แต่ปัจจุบันก็ยังถือว่ามีราคาแพงและในบางสถานการณ์ไม่มีให้ใช้ เว้นแต่จะพกติดตัวตลอด

อีกอย่าง เจลแอลกอฮอล์ล้างมือฆ่าไวรัสโคโรนาได้ แต่ไม่สามารถกำจัดแบคทีเรียและไวรัสตัวอื่นๆ ได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ถ้าสามารถพกติดตัวหรือมีติดบ้านไว้ใช้ย่อมดีกว่าไม่มี ที่สำคัญ ต้องเลือกเจลล้างมือที่มีความเข้มข้นของเอทิลแอลกอฮอล์อย่างน้อย 70% ตามมาตรฐาน และถูให้ทั่วทุกซอกทุกมุมของมือทั้งสองข้างอย่างน้อย 20 วินาที แล้วทิ้งไว้ให้แห้ง ไม่ต้องล้างออก     

ควรล้างมือตอนไหนบ้าง?

ควรให้ความสำคัญกับการสร้างสุขนิสัยที่ดีด้วยการล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ ไม่เฉพาะภายหลังจากออกไปนอกบ้าน หลังทำกิจกรรมต่างๆ ภายในบ้านก็ควรจบด้วยการทำความสะอาดมือเช่นกัน

  • ทุกครั้งก่อนและหลังการใช้ห้องน้ำ/ห้องส้วม

  • ทุกครั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร เตรียมอาหาร หรือปอกผลไม้

  • หลังการจามหรือไอ หรือสัมผัสสารคัดหลั่งของสมาชิกในบ้านที่เจ็บป่วย (แม้ว่าจะไม่ได้ป่วยด้วยเชื้อโควิด-19 ก็ตาม)

  • หลังทำความสะอาดบ้านและบริเวณบ้าน

  • หลังสัมผัสหรือเล่นกับสัตว์เลี้ยง

  • ก่อนและหลังการทำกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องมีการสัมผัสสิ่งของที่ใช้ร่วมกับผู้อื่น  

  • หลังหยิบจับเหรียญและธนบัตร รวมถึงการรับสิ่งของหรือกล่องอาหารที่ส่งด้วยบริการเดลิเวอรี่

ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 หรือล็อกดาวน์ คุณมีการเปลี่ยนแปลงวิธีหรือขั้นตอนการทำความสะอาดของคุณหรือไม่?

ทิ้งหน้ากากอนามัยให้ถูกที่และถูกวิธี

หน้ากากอนามัยเป็นอุปกรณ์ป้องกันที่สำคัญมากก็จริง แต่ถ้าใช้และทิ้งแบบไม่ใส่ใจก็อาจกลายเป็นภัยร้ายใกล้ตัว เท่ากับเปิดโอกาสให้เชื้อโรคกระจายมาถึงตัวเราเองและคนอื่นๆ ดังนั้น เมื่อกลับเข้าบ้านก็ควรรีบถอดหน้ากากทันที  

  • ก่อนถอดหน้ากาก ควรล้างมือให้สะอาด จากนั้นใช้มือทั้งสองข้างจับที่สายรัดหู แล้วดึงหน้ากากอนามัยออกไปทางด้านหน้าเป็นแนวตรง ห้ามใช้มือสัมผัสด้านหน้าของหน้ากาก เพราะเป็นจุดที่รับเชื้อโรคไว้มากที่สุด

  • พับหน้ากากอนามัยด้านที่สัมผัสใบหน้าเข้าข้างใน เพื่อป้องกันสารคัดหลั่งจากน้ำลายหรือน้ำมูกแพร่กระจาย ม้วนแล้วมัดให้แน่นด้วยสายรัดหูทั้งสองด้าน ใส่หน้ากากที่ม้วนแล้วในถุงหรือซองพลาสติก มัดปากถุงให้แน่นหรือปิดซองให้สนิท

  • ถ้าเป็นไปได้ให้แยกทิ้งในถังขยะติดเชื้อ (ถังสีแดง) หรือถังขยะที่มีฝาปิดมิดชิด

  • ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทันที

ข้อสำคัญ หน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วควรทิ้งไป ไม่แนะนำให้ใช้ซ้ำ ส่วนหน้ากากผ้าควรรีบซักรีบตากให้แห้งสนิท แยกเก็บในถุงซิปล็อค 1 ถุงต่อ 1 ชิ้น (ถ้ามีซองกันชื้นใส่ลงไปด้วยยิ่งดี) และไม่ควรใช้ร่วมกับคนอื่น

อาบน้ำ สระผม เปลี่ยนเสื้อผ้า

เมื่อกลับจากข้างนอก หลังจากล้างมือและถอดทิ้งหน้ากากอนามัยแล้ว อย่าเพิ่งไปคลุกคลีกับคนในบ้านขณะที่ยังไม่อาบน้ำ ควรรีบอาบน้ำ สระผม และเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนทำกิจกรรมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการดูทีวีในห้องนั่งเล่น เข้าครัวไปทำกับข้าว นั่งกินข้าว พูดคุยสังสรรค์กันเองในบ้าน หรือนอนอ่านหนังสือแล้วเผลอหลับไป

ต้องอาบน้ำ สระผมกี่รอบถึงจะพอ

โดยทั่วไป ผิวหนังทุกส่วนของร่างกายคนเรา รวมถึงเส้นผม มีเชื้อโรคเกาะติดอยู่แล้วตามธรรมชาติ การรักษาความสะอาดร่างกายตามปกติด้วยการอาบน้ำ ฟอกสบู่ และสระผม อย่างมากสุด 2 รอบ ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว มากกว่านั้นอาจทำให้ผิวแห้ง ลอก และคัน

จุดสำคัญอย่างที่รู้กันก็คือ การล้างมือให้สะอาด หลีกเลี่ยงการเอามือไม่สะอาดไปจับหน้า ขยี้ตา แคะจมูก เกาหัว หรือจับลูกบิด ราวบันได มือจับตู้เย็น รีโมทคอนโทรล หรือสิ่งของอื่นใดที่ต้องใช้ร่วมกับคนในบ้าน 

ต้องถึงขั้นแยกห้องน้ำหรือไม่

ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้ห้องน้ำร่วมกัน หลังอาบน้ำหรือทำธุระหนักเบาเสร็จ ควรหมั่นทำความสะอาดสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ ได้แก่ โถส้วม ก๊อกน้ำ ฝักบัว และสายฉีดชำระ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ซึ่งเราขอแนะนำผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำโปรแมกซ์ ฟ้า ที่ สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ถึง 99.9%

เราสามารถทำใช้เองได้ง่ายๆ โดยผสมน้ำยาซักผ้าขาวที่มี Sodium Hypochlorite ความเข้มข้น 6% w/w กับน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1:11 ก็จะได้ความเข้มข้นโดยประมาณ 0.5% จากนั้นเทลงในขวดสเปรย์ก็พร้อมใช้งานได้เลย สูตรนี้ฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนาได้ภายใน 1 นาที 

เปลี่ยนใส่เสื้อผ้าชุดใหม่เสมอ

เพื่อสุขอนามัยที่ดีคุณควรเปลี่ยนไปใส่เสื้อชุดใหม่เสมอ ส่วนเสื้อผ้าที่ใส่ออกนอกบ้าน เมื่อใช้งานเสร็จแล้วควรถอดและแยกไว้ต่างหาก โดยหาตะกร้าอีกใบไว้เก็บเสื้อผ้าประเภทนี้โดยเฉพาะเพื่อรอซัก แนะนำให้เลือกตะกร้าแบบโปร่งและระบายอากาศได้ดี เพื่อป้องกันผ้าเหม็นอับหรือชื้นจนกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและเชื้อรา

ทำความสะอาดสิ่งของที่ติดตัวออกไปนอกบ้าน

สิ่งของที่ควรทำความสะอาดหลังกลับจากข้างนอกมากที่สุด ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ นาฬิกา กระเป๋าสตางค์ กระเป๋าถือ รองเท้า กุญแจ ไม่ควรวางปะปนกับสิ่งของอื่น เนื่องจากอาจมีเชื้อโรคเกาะอยู่บนพื้นผิว เมื่อทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือสเปรย์แอลกอฮอล์แล้วก็ควรเก็บเข้าที่เข้าทางเสมอ 

โทรศัพท์มือถือ

ก่อนทำความสะอาด ให้ถอดเคสออก จากนั้นใช้ผ้านุ่มและสะอาดชุบแอลกอฮอล์ 70% หรือน้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดทั้งที่ตัวเครื่องและเคส สำหรับจุดที่เป็นซอกมุมเข้าถึงยากอย่างเลนส์กล้องถ่ายรูป ปุ่ม และช่องเสียบอุปกรณ์ต่อพ่วง ให้ใช้สำลีพันปลายไม้จิ้มฟันแล้วเช็ดสิ่งสกปรกออก

กระเป๋าถือและกระเป๋าสตางค์

เริ่มจากการใช้ทิชชูเปียกที่มีส่วนสมของน้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดสิ่งสกปรกภายนอกออกก่อน จากนั้นบีบเจลล้างมือลงบนพื้นผิวที่ต้องการทำความสะอาด แต่ละจุดขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียว แล้วใช้ผ้านุ่มหรือกระดาษทิชชูเช็ดวนให้ทั่ว โดยเฉพาะหูหิ้วและก้นกระเป๋า ทิ้งไว้ให้แห้ง

แว่นตา

ขั้นแรกให้เปิดน้ำไหลผ่านแว่นตา เพื่อชำระฝุ่นออกไปก่อน จากนั้นหยดน้ำยาล้างจานใส่ฝ่ามือและใช้น้ำเปล่าเจือจาง (ไม่แนะนำเทน้ำยาล้างจานใส่แว่นโดยตรง) แล้วใช้นิ้วมืออีกข้างแตะน้ำยาไปถูบนแว่นตาให้ทั่ว ทั้งเลนส์ แป้นจมูก และขาแว่น ทำแบบนี้ประมาณ 30 วินาที จากนั้นล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด ใช้กระดาษทิชชูซับน้ำออก (ห้ามถูเด็ดขาด) เช็ดอีกรอบด้วยผ้าเช็ดเลนส์

นาฬิกา

การทำความสะอาดหน้าปัดนาฬิกา ให้ใช้ผ้าชามัวส์หรือแปรงขนอ่อนชุบน้ำที่ผสมน้ำยาล้างจาน เช็ดถูให้ทั่ว ส่วนสายนาฬิกา ถ้าเป็นสายหนังให้ใช้ผ้าชุบน้ำยาฆ่าเชื้อหมาดๆ เช็ดเบาๆ ถ้าเป็นสายโลหะให้ใช้แปรงขนอ่อนชุบน้ำสบู่ขัดสิ่งสกปรกออก ตามด้วยการใช้ผ้าสะอาดเนื้อนุ่มเช็ดสิ่งสกปรกออกอีกรอบ  

รองเท้า

นำผ้าขนหนูเนื้อนุ่มสะอาดชุบน้ำสบู่ (ใช้สบู่สูตรอ่อนโยนที่มีสารแอนตี้แบคทีเรียผสมกับน้ำอุ่น) เช็ดถูเบาๆ ให้ทั่วพื้นผิวด้านบนของรองเท้า เช็ดอีกรอบด้วยกระดาษเช็ดมือหรือล้างด้วยน้ำอุ่น ห้ามใช้น้ำยาฟอกขาว เพราะอาจทำให้รองเท้าด่าง ส่วนพื้นรองเท้าให้ใช้สเปรย์ฆ่าเชื้อหรือแอลกอฮอล์ล้างมือชนิดน้ำฉีด ถ้าเป็นรองเท้าหนังที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ แนะนำให้ใช้โฟมทำความสะอาดเครื่องหนังโดยเฉพาะ และถ้าเป็นไปได้ควรจัดชั้นวางรองเท้าแยกไว้นอกบ้านอีกจุดหนึ่งด้วย    

แยกผ้าก่อนซัก ลดโอกาสแพร่เชื้อ

เสื้อผ้าและผ้าเช็ดตัวถือเป็นของใช้ส่วนตัวที่ไม่ควรปะปนกับของคนอื่นในบ้าน ถ้าจะให้ดี ควรใช้วิธีแยกผ้าซัก นอกจากจะแยกตามข้อมูลที่ระบุไว้บนป้ายคำแนะนำในการดูแลรักษาแล้ว เสื้อผ้าที่ใส่ออกนอกบ้านต้องแยกไว้ซักและฆ่าเชื้อต่างหาก

วิธีฆ่าเชื้อเสื้อผ้าที่ได้ผลดีอีกวิธีหนึ่ง คือ การซักผ้าด้วยน้ำอุ่นที่อุณหภูมิประมาณ 60-90 องศาเซลเซียส กับสารทำความสะอาด เช่น ผงซักฟอกหรือสบู่ จากนั้นนำไปตากในที่แสงแดดส่องถึงหรือใช้เครื่องอบผ้า รับรองว่าเชื้อโรค รวมถึงไวรัสโคโรนา จะตายสนิท เราขอแนะนำผลิตภัณฑ์ผงซักฟอก โอโม พลัส แอนตี้แบค เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการขจัดเชื้อโรคและแบคทีเรีย

การกำจัดเชื้อโควิดบนเสื้อผ้าโดยวิธีใช้น้ำยาซักผ้าขาวก็เป็นอีกวิธีที่ได้ผล แต่ต้องใช้ตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์อย่างเคร่งครัด เพราะน้ำยาประเภทนี้ผสมสารที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูงและอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังและเยื่อบุต่างๆ ได้

เพราะทุกที่ถือว่าเป็นจุดเสี่ยง เมื่อกลับจากข้างนอกแล้วทำได้ตามคำแนะนำข้างต้นทุกครั้ง คุณและทุกคนในครอบครัวจะเสี่ยงติดโควิด-19 น้อยมาก

เผยแพร่ครั้งแรก