ป้องกันลูกน้อยของคุณอย่างไรให้ห่างไกลโควิด-19

สร้างพื้นที่ปลอดภัย ต้องใส่ใจทุกรายละเอียด

อัปเดตเมื่อ

วิธีป้องกันโควิด-19

ช่วงนี้เด็กๆ ไม่ได้ไปโรงเรียนและใช้เวลาเกือบทั้งหมดอยู่บ้าน แต่ถึงอย่างไรก็ยังวางใจไม่ได้ เพราะอาจมีช่องโหว่ที่โควิด-19 จะเล็ดลอดเข้ามาสร้างปัญหาสุขภาพให้กับลูกๆ ของเราได้ตลอดเวลา ดังนั้น วิธีป้องกันไวรัสโคโรนาที่ได้ผลนอกเหนือจากสวมหน้ากากและล้างมือ คือ พยายามสร้างสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน โดยเฉพาะลูกน้อยของคุณ

สกัดตั้งแต่ต้นทางด้วยการล้างมือ

เด็กมักจะเผลอเอามือเช็ดปาก เอานิ้วแคะจมูก จับหน้า หรือขยี้ตา ดังนั้น วิธีป้องกันไวรัสโคโรนาแบบตัดไฟแต่ต้นลมคือ ให้ลูกๆ ล้างมือบ่อยๆ อย่างถูกวิธี ด้วยสบู่และน้ำเป็นเวลา 20 วินาที หรือใช้เจลล้างมือที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าจะก่อนและหลังการกินอาหารหรือหยิบจับสิ่งของต่างๆ สัมผัสสัตว์เลี้ยง หรือเวลาใช้ห้องน้ำ ควรจัดหาสบู่เหลวหรือเจลล้างมือให้เพียงพอ วางไว้ตามจุดที่สามารถหยิบใช้ได้สะดวก ฝึกให้เด็กทำจนเป็นนิสัยพร้อมกำชับให้คนอื่นๆ ในบ้านทำเป็นตัวอย่างด้วย และใครที่จะสัมผัสใกล้ชิดกับเด็กต้องล้างมือให้สะอาดก่อน ส่วนเด็กเล็กที่ยังล้างมือเองไม่ได้ ควรมีผู้ใหญ่ช่วยล้างให้บ่อยๆ

หมั่นทำความสะอาดของเล่นที่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

ของเล่นอาจกลายเป็นจุดพักเชื้อโรค เพราะเวลาเล่นของเล่น เด็กอาจปาลงพื้น บางครั้งก็เอาเข้าปาก หรือวางปะปนกับสิ่งของอื่นๆ ที่ไม่สะอาด ดังนั้น ควรทำความสะอาดของเล่นให้ลูกๆ เป็นประจำ วิธีป้องกันไวรัสโคโรนาอย่างง่าย คือ ผสมน้ำยาทำความสะอาดกับน้ำเปล่า ตามอัตราส่วนที่แนะนำบนฉลาก แช่ของเล่นไว้ประมาณ 10 นาที ก่อนจะนำขึ้นมาผึ่งให้แห้งแล้วจัดเก็บในกล่องที่สะอาดมิดชิด

ลดจุดสัมผัสเสี่ยง

เนื่องจากไวรัสโคโรนาสามารถอยู่บนพื้นผิวต่างๆ ได้นานหลายชั่วโมงหรือเป็นวันๆ สิ่งที่จำเป็นในการลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อโควิด-19 คือ การดูแลสุขอนามัยภายในบ้าน โดยควรทำความสะอาดทุกจุดสัมผัสที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายของไวรัสโคโรนา ไม่ว่าจะเป็นลูกบิดหรือกลอนประตู ก๊อกน้ำ ที่จับ ราวบันได สวิตช์ไฟ พื้นบ้าน รวมถึงมุมโปรดของลูกๆ เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องดนตรี เป็นต้น โดยเช็ดทำความสะอาดใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและน้ำยาฆ่าเชื้อที่หาได้ง่ายตามท้องตลาด ดังนี้

  • สำหรับพื้นผิวทั่วไป สามารถใช้น้ำยาฟอกขาวเจือจาง 1 ส่วนผสมน้ำ 99 ส่วน (ความเข้มข้น 0.05% หรือเท่ากับ 500 ppm) เช็ดทำความสะอาดทุกวัน
  • สำหรับพื้นผิวที่เป็นโลหะ สามารถใช้แอลกอฮอล์ 70 % เช็ดทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ

เสื้อผ้า-ของใช้ ต้องไม่ปะปน

เสื้อผ้าและของใช้ของเด็กกับผู้ใหญ่ควรแยกเก็บเป็นสัดส่วนและไม่ควรใช้ของส่วนตัวร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ จาน ชาม ช้อน เนื่องจากเชื้อก่อโรคทางระบบทางเดินหายใจสามารถเข้าสู่ร่างกายได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ สำหรับเสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน และปลอกหมอน ควรทำความสะอาดและฆ่าเชื้อก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ทุกครั้ง โดยซักด้วยน้ำที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส สามารถใช้ผงซักฟอกชนิดที่ใช้ในครัวเรือนได้

เช็คเคล็ดลับการซักผ้าที่ถูกต้อง และการเลือกน้ำยาซักผ้าเพื่อกำจัดไวรัส

อย่ามองข้ามห้องน้ำ-ห้องครัว

ห้องน้ำอาจเป็นแหล่งแพร่ไวรัสโคโรนาได้เช่นกัน ดังนั้น ควรทำความสะอาดโถส้วม ฝารองนั่ง ฝาปิดชักโครก ที่กดชักโครก สายฉีดชำระ กลอนหรือลูกบิดประตู และก๊อกน้ำ ด้วยแอลกอฮอล์ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์มากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ หรือใช้ฟองน้ำกับสบู่เหลวทำความสะอาดให้ทั่วแล้วล้างด้วยน้ำสะอาด จากนั้นเช็ดให้แห้ง และควรเปิดพัดลมระบายอากาศในห้องน้ำเป็นประจำด้วย ส่วนห้องครัวที่เด็กอาจเดินเข้าเดินออกทั้งวันเพื่อหาของกิน ควรทำความสะอาดสิ่งของเครื่องใช้ เช่น อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบอาหาร ขวดเครื่องปรุง ตู้เย็น และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ เป็นประจำ ด้วยน้ำยาทำความสะอาด โดยเน้นบริเวณที่มีการสัมผัสบ่อยๆ

อาหารสร้างปราการต้านไวรัสโคโรนา

ช่วงอยู่บ้านถือเป็นโอกาสดีที่คุณจะได้ดูแลเอาใจใส่เรื่องอาหารการกินของลูกๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้พวกเขามีสุขภาพแข็งแรงและภูมิคุ้มกันต้านไวรัสโคโรนา ลูกน้อยของคุณควรได้รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ไข่และเนื้อสัตว์ต้องแน่ใจว่าปลุงสุกแล้วจริงๆ พร้อมเมนูผักและผลไม้เพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วน และอย่าลืมให้เด็กๆ ดื่มน้ำสะอาดมากๆ นับเป็นวิธีป้องกันไวรัสโคโรนาอีกทางหนึ่ง

ขยับร่างกาย ยืดเส้นยืดสาย ส่งผลดีต่อเด็ก

การอยู่บ้านนานๆ ถ้าปล่อยให้ลูกๆ มีแต่กินกับนอน ดูหนัง หรือเล่นเกมทั้งวันคงไม่ดีแน่ เพราะนั่นอาจกลายเป็นนิสัยที่นำไปสู่โรคอ้วน ซึ่งอาจน่ากลัวยิ่งกว่าโควิด-19 คุณควรจัดเวลาให้ลูกๆ ได้ออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30-60 นาที หรือทำกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เด็กๆ ได้เคลื่อนไหวร่างกายและผ่อนคลาย เช่น ช่วยกันปลูกผักสวนครัวหรือทำความสะอาดบ้าน ปิดท้ายด้วยการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ วันละ 9-11 ชั่วโมง นอกจากจะมีร่างกายแข็งแรงต้านโรคแล้ว ยังส่งเสริมพัฒนาการทุกด้านของเด็กอีกด้วย

เผยแพร่ครั้งแรก