ไขข้อข้องใจ ทำไมเรายังต้องล้างรถในหน้าฝน

5 เหตุผลที่หลายคนยังไม่รู้ ล้างรถไปทำไมในเมื่อเดี๋ยวฝนก็จะตกอยู่แล้ว

อัปเดตเมื่อ

washing car

ความเชื่อที่ว่า หน้าฝนไม่จำเป็นต้องล้างรถบ่อยๆ เพราะฝนตกแทบทุกวันอยู่แล้ว ให้น้ำฝนช่วยล้างไปเลยดีกว่า หรือถ้าล้างไปแล้ว พอขับไปลุยฝนข้างนอก รถที่ล้างสะอาดแล้วก็จะเลอะอยู่ดี เป็นเรื่องที่เรามักจะได้ยินบ่อยๆ แต่อยากจะบอกว่าความเชื่อนี้ไม่ถูกต้องนัก เรามีหลายเหตุผลมาอธิบาย

ในหน้าฝน ไม่ควรล้างรถจริงหรือ

คำตอบคือ ไม่จริงเลย ในทางกลับกัน ยิ่งถ้าเป็นหน้าฝนยิ่งต้องล้างรถบ่อยขึ้น เพราะความเข้าใจผิดคิดว่าไม่ควรล้างรถหน้าฝนจะส่งผลเสียในระยะยาวมากกว่าที่คิด ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ล้างรถอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งเพื่อขจัดสิ่งสกปรกและลดปัจจัยต่างๆ ที่อาจทำอันตรายต่อพื้นผิวและชิ้นส่วนอื่นๆ ของรถยนต์ การล้างรถหน้าฝนเป็นประจำมีประโยชน์หลายอย่าง ดังนี้   

ลดโอกาสเกิดคราบฝังแน่น

อย่าหวังพึ่งพาน้ำจากฟ้ามาช่วยชำระล้างรถของคุณ จริงอยู่ น้ำฝนอาจช่วยล้างฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ หรืออะไรก็ตามที่หลุดออกง่ายไปได้บางส่วน แต่สำหรับอนุภาคที่เกาะหนึบอยู่กับพื้นผิว เช่น คราบน้ำมัน คราบไอเสีย มลภาวะ หรือสารเคมีที่กระเด็นมาติดขณะอยู่บนท้องถนน สิ่งเหล่านี้ไม่มีทางหลุดออกง่ายๆ

หากมองด้วยตาเปล่า รถของคุณอาจดูเหมือนสะอาดขึ้นหลังจากขับฝ่าฝนตกหนักมาใหม่ๆ แต่ในความเป็นจริง หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อโดนลม โดนแดดจนน้ำฝนระเหยแห้ง อนุภาคทั้งหลายที่เกาะติดตามพื้นผิวจะแห้งไปด้วย แล้วกลายเป็นคราบฝังแน่นบนพื้นผิวรถยนต์ ซึ่งนอกจากจะทำความสะอาดได้ยากขึ้นแล้ว เมื่อนานไปจะกัดกร่อนสารเคลือบสีและส่งผลให้สีของรถยนต์ของคุณซีดได้

ทางที่ดี หลังจากรถของคุณฝ่าฝนมาใหม่ๆ ควรหาเวลาล้างรถเองโดยใช้น้ำฉีด ตามด้วยการลงแชมพูล้างรถให้ทั่ว แล้วฉีดน้ำล้างฟองออกจนสะอาด ถึงจะไม่สะอาดเนี้ยบเหมือนใช้บริการคาร์วอช แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้คราบต่างๆ ที่มองไม่ค่อยเห็นนั้นแห้งติดสะสม     

ช่วยป้องกันคราบจากเศษใบไม้

ถ้ารถของคุณจอดอยู่ใต้ต้นไม้หรืออยู่ในโซนที่แวดล้อมด้วยป่าไม้ใบหญ้า ขณะฝนตกหรือหลังจากนั้น อาจมีเศษใบไม้ เกสรดอกไม้ เศษกิ่งไม้เล็กๆ หรือแม้แต่แมลง โดยเฉพาะแมงเม่าที่ปีกของมันมักหลุดติดตามพื้นผิวที่เปียก เมื่อสิ่งเหล่าแห้งติดบนพื้นผิวรถจนเป็นคราบแห้งกรัง จะทำความสะอาดได้ยาก รอยเปื้อนบางจุดล้างด้วยแชมพูล้างรถอย่างเดียวไม่ออก ต้องพึ่งพาน้ำยาทำความสะอาดชนิดพิเศษจากบริการคาร์วอชเท่านั้น  

ลดโอกาสเกิดสนิม

การใช้งานรถยนต์ในขณะที่ฝนตกบ่อยๆ เท่ากับว่ารถของคุณมีโอกาสสัมผัสความชื้นมากขึ้น ความชื้นสะสมอาจส่งผลให้ชิ้นส่วนต่างๆ ของรถ รวมถึงเครื่องยนต์ภายใน เป็นสนิมได้ การล้างทำความสะอาดเป็นประจำ เช็ดให้แห้ง และพยายามจอดในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทดี จะช่วยลดความชื้นสะสมที่เป็นต้นเหตุของการเกิดสนิมได้

ขจัดสิ่งสกปรกและฝุ่นละอองที่ทำลายพื้นผิว

ในหน้าฝนหรือช่วงที่มีฝนตก รถของคุณคงหลีกเลี่ยงโคลน เศษดิน เม็ดทรายขนาดใหญ่ น้ำเสีย หรือสารพัดสิ่งสกปรกบนท้องถนนไม่ได้ อย่าลืมว่า โคลน ดิน ทราย ล้วนประกอบด้วยแร่ธาตุที่อาจมีฤทธิ์กัดกร่อน ขณะที่น้ำเสียมักมีสารเคมีปนเปื้อนอยู่หลายชนิด ซึ่งคุณก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่ามีอะไรบ้าง หากปล่อยไว้นาน สิ่งสกปรกเหล่านี้อาจเกาะติดพื้นผิวรถยนต์ของคุณและพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้สีรถหมอง 

ร้ายไปกว่านั้นอาจแปรสภาพกลายเป็นคราบไคลที่ต้องใช้วิธีการขัดสีเพียงอย่างเดียว เป็นเหตุให้คุณมีรายจ่ายที่ไม่ควรจะต้องจ่ายเพิ่มขึ้นอีก  

ป้องกันการกัดกร่อนจากฝนกรด

สำหรับใครที่อาศัยอยู่ใกล้เขตโรงงานอุตสาหกรรมหรือต้องนำรถไปจอดในพื้นที่นั้น รถของคุณมีความเสี่ยงสูงที่จะเจอทั้งมลภาวะ หมอกควัน และฝนกรดที่มีค่าความเป็นกรดสูงมากกว่าน้ำฝนทั่วไป ซึ่งถ้าโดนบ่อยๆ และติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน สารเคลือบสีของรถยนต์จะเกิดความเสียหายชนิดยากจะฟื้นคืน ดังนั้น ถ้าจะดี ควรล้างรถให้สะอาดที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทันทีหลังฝนตก  

ล้างรถขณะฝนตก ควรหรือไม่

ฝนที่ตกลงมาก็มีประโยชน์เหมือนกัน ถ้าวันไหนฝนตกไม่หนักมากและคุณคิดจะล้างรถพอดี น้ำฝนจะช่วยทุ่นแรงและประหยัดเวลาล้างรถของคุณได้มากทีเดียว (แต่ต้องแน่ใจว่าคุณไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงจะเกิดฝนกรด) โดยก่อนที่จะลงแชมพูล้างรถ คุณสามารถนำรถไปจอดด้านนอกโรงจอดรถเพื่อให้น้ำฝนช่วยชะล้างฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกออกไปบางส่วน แล้วค่อยลงแชมพูล้างรถ

น้ำฝนที่ตกลงมาในช่วงแรกอาจยังไม่ปลอดภัยสำหรับรถของคุณ ควรรอสัก 3-5 นาที ให้น้ำฝนช่วงแรกชะล้างสิ่งสกปรกในอากาศก่อน ซึ่งน้ำฝนช่วงหลังจากนั้นจะเป็นน้ำที่ค่อนข้างสะอาดตามธรรมชาติและไม่ค่อยมีแร่ธาตุปนเปื้อนมากนัก สามารถใช้เป็นน้ำล้างรถรอบแรกก่อนลงแชมพูได้เลย

และเมื่อลงแชมพูและถูจนสะอาดจนทั่วทั้งคันแล้ว คุณค่อยนำรถไปจอดด้านนอกเพื่อให้น้ำฝนชะล้างแชมพูออก แล้วค่อยนำกลับมาจอดในโรงจอดรถเพื่อล้างน้ำสะอาดอีกรอบ

ข้อดีอีกอย่างของการล้างรถในขณะฝนตก ก็คือ รถของคุณจะไม่เกิดคราบจากการระเหยแห้งของน้ำที่นำมาใช้ล้าง ซึ่งต่างจากการล้างในวันที่อากาศร้อนหรือแสงแดดจัดๆ เพราะถ้าคุณใช้ผ้าซับน้ำออกไม่ทันหลังล้างเสร็จ กรณีน้ำที่นำมาใช้ล้างมีความกระด้างสูงหรือไม่สะอาดพอ มันจะระเหยแห้งกลายเป็นคราบหยดน้ำให้เห็นประปรายทั่วรถทั้งคัน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คุณควรควรระวังอย่างที่สุดและหลีกเลี่ยง คือ การล้างรถในช่วงเวลาที่ฝนตกฟ้าคะนองหรือมีลมพัดแรง เพราะอาจเกิดอันตรายได้ ควรนำรถเข้าจอดในโรงจอดรถและหลบเข้าบ้านจะปลอดภัยกว่า          

วิธีล้างรถให้สะอาดเอี่ยมด้วยตัวเอง

การล้างรถให้ถูกวิธีด้วยตนเอง ถือเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ช่วยให้คุณได้ผ่อนคลาย ได้ออกกำลังกาย และที่สำคัญยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการล้างรถอีกด้วย โดยเฉพาะในหน้าฝนที่รถของคุณต้องบุกตะลุยและรับมือกับสารพัดสิ่งสกปรก  

เตรียมพร้อมก่อนลงมือล้างรถ

จอดรถในที่ร่ม ไม่ควรล้างรถกลางแดด เพราะจะทำให้พื้นผิวรถยนต์ร้อนและแห้งเร็ว ส่งผลให้เกิดคราบน้ำบนพื้นผิวและทำให้ล้างทำความสะอาดยากขึ้น เสียเวลาเพิ่มขึ้น

อุปกรณ์ล้างรถ

  • แชมพูหรือน้ำยาล้างรถ

  • ถังน้ำ 2 ใบ สำหรับใส่น้ำยาล้างรถและซักผ้าหรือล้างฟองน้ำ

  • ฟองน้ำ 2 อัน สำหรับล้างพื้นผิวรถยนต์และล้างล้อรถยนต์

  • แปรงพลาสติกสำหรับขัดยางรถ กรณีที่ยางรถยนต์สกปรกมาก

  • ผ้าไมโครไฟเบอร์ 3 ผืน

  • ผ้าเช็ดพื้นผิวรถ ไม่ใช้ปนกับผ้าเช็ดล้อรถ เพราะถ้าใช้ผ้าเช็ดล้อแล้วมาเช็ดผิวรถ อาจจะเกิดรอยคล้ายขนแมวที่พื้นผิวรถยนต์ได้

 ผสมน้ำยาล้างรถกับน้ำเปล่าในปริมาณที่เหมาะสม และเตรียมถังน้ำเปล่าสำหรับล้างฟองน้ำให้พร้อม

7 ขั้นตอนการล้างรถอย่างถูกวิธี

ล้างรถ ใครๆ ก็ล้างได้ แต่จะล้างอย่างไรให้ถูกวิธีและไม่มีคราบไม่พึงประสงค์เป็นของแถม มาดูกัน 

  • ฉีดน้ำเพื่อขจัดคราบสกปรก ขั้นตอนนี้จะช่วยให้ฝุ่นละอองหรือสิ่งสกปรกที่อยู่บนพื้นผิวรถยนต์อ่อนตัวลง โดยฉีดน้ำทั้งคันไล่จากบนหลังคารถ ลงมาด้านหน้าและด้านข้างของรถ และด้านท้ายรถตามลำดับ

  • ล้างส่วนล้อรถยนต์ก่อน เพราะเป็นส่วนที่สกปรกที่สุด เพื่อที่สิ่งสกปรกจากล้อจะได้ไม่กระเด็นไปโดนส่วนอื่นของรถ หากล้างล้อรถยนต์เป็นลำดับสุดท้าย ขณะที่กำลังล้างล้อรถยนต์ พื้นผิวรถอาจจะแห้งก่อนและทำให้เกิดคราบน้ำบนพื้นผิวรถได้

  • จากนั้นล้างรถจากบนหลังคารถลงมาด้านข้างของรถ ก่อนจะเริ่มขัดพื้นผิวรถ ให้แช่ผ้าหรือฟองน้ำล้างรถในน้ำยาที่ผสมไว้ แล้วค่อยนำมาขัดทำความสะอาดพื้นผิว ไม่ควรออกแรงขัดมากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดรอยขีดข่วนหรือทำให้สีรถยนต์เสียหายได้

  • ล้างสิ่งสกปรกออกจากฟองน้ำบ่อยๆ เพราะอาจมีฝุ่นละอองหรือเม็ดทรายเล็กๆ ติดอยู่ตามตามรูพรุนของฟองน้ำ แต่ถ้าใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ โอกาสที่จะเกิดรอยขีดข่วนหรือรอยคล้ายขนแมวบนผิวรถจะน้อยกว่า

  • ล้างช่วงล่างเป็นลำดับสุดท้าย โดยใช้ฟองน้ำแยกกันต่างหาก ไม่ใช้ปนกันกับส่วนอื่นๆ

  • หลังจากล้างน้ำยาแต่ละส่วนเสร็จ ให้ฉีดน้ำล้างน้ำยาล้างรถออกให้หมด ไม่ควรปล่อยให้น้ำยาล้างรถแห้งบนพื้นผิวรถ เพราะจะทำให้เกิดคราบ เมื่อล้างเสร็จทั้งคันแล้ว ให้ล้างน้ำเปล่าซ้ำอีกรอบ

  • เช็ดรถให้แห้งด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์เพื่อป้องกันการเกิดสนิมและการเกิดคราบน้ำ โดยเช็ดไล่จากด้านบนหลังคารถยนต์ลงมาด้านล่าง และเช็ดล้อเป็นลำดับสุดท้าย ขณะเช็ดควรเปลี่ยนผ้าหลายๆ ผืน เพื่อลดโอกาสเกิดรอยขีดข่วน

เคล็ดลับบอกต่อเกี่ยวกับการล้างรถ

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการล้างรถ คุณจะได้ไม่พลาดทำอะไรที่ไม่เป็นผลดีกับรถของคุณโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ 

  • ควรล้างรถด้วยแชมพูสำหรับล้างรถโดยเฉพาะ ไม่แนะนำให้ใช้น้ำยาล้างจานและแชมพูที่ไม่ได้คุณภาพ เพราะอาจทำให้เกิดเป็นคราบตามมาได้ ซึ่งจะส่งผลเสียในระยะยาว ทำให้สีรถซีดจางและหมอง  

  • ที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ ควรเลือกใช้ฟองน้ำสำหรับล้างรถโดยเฉพาะ ฟองน้ำที่ดีจะไม่ทำให้พื้นผิวรถเกิดรอยขีดข่วน บางยี่ห้อสามารถกักเก็บฝุ่นหรือเม็ดกรวดไว้ได้ด้วย ลดโอกาสที่เม็ดกรวดเหล่านั้นจะสร้างความเสียหายต่อพื้นผิวรถ

  • ขณะล้างรถ ควรให้พื้นผิวรถทั้งคันเปียกน้ำ เพื่อป้องกันการเกิดคราบน้ำบนพื้นผิวรถ

  • การเช็ดรถให้แห้ง ควรเลือกใช้ผ้าชามัวร์หรือไมโครไฟเบอร์เท่านั้น ผ้าประเภทนี้สามารถซับน้ำได้ดีและที่สำคัญไม่ทำให้เกิดรอยขีดข่วน

เพิ่มสง่าราศีให้รถของคุณด้วยการขัดเงารถ

ถ้ายังพอมีเวลาหลังจากล้างและเช็ดรถให้แห้งแล้ว คุณสามารถลงแว็กซ์ด้วยตนเองเพื่อเพิ่มความเงางามและปกป้องสีของรถคันโปรดของคุณจากมลภาวะบนท้องถนน มีคำแนะนำและวิธีขัดเงารถง่ายๆ ดังนี้

  • ควรใช้ฟองน้ำสำหรับลงแว็กซ์เคลือบสีรถโดยเฉพาะ เพราะเนื้อฟองน้ำประเภทนี้จะมีความละเอียดสูง เนื้อนุ่ม ไม่ทำให้เกิดรอยขีดข่วน

  • ในการเคลือบขัดเงา ให้ลงแว็กซ์ทีละส่วนของตัวรถ ลงเป็นวงกลมคล้ายก้นหอย วนไปเรื่อยๆ จนครบทุกส่วนของพื้นผิวรถ

  • เมื่อลงแว็กซ์วนคล้ายก้นหอยจนทั่วทั้งคันแล้ว ให้ปล่อยทิ้งไว้จนขึ้นเป็นฝ้าประมาณ 10-15 นาที

  • จากนั้นให้ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดแว็กซ์ออก แล้วขัดวนเบาๆ จนขึ้นเงา โดยทำไปทีละส่วน   

ข้อแนะนำในการลงแว็กซ์ คือ ไม่ควรลงแว็กซ์ เคลือบสีรถในขณะที่เครื่องยนต์หรือตัวรถร้อน หรือมีอุณหภูมิที่สูงอยู่ และไม่ควรลงแว็กซ์กลางแสงแดด เพราะจะทำให้เนื้อแว็กซ์เซ็ตตัวเร็วเกินไป โดยไม่ทันได้ทำปฏิกิริยากับพื้นผิว อย่างไรก็ตาม มีแว็กซ์บางยี่ห้อที่สามารถใช้เคลือบสีรถขณะอยู่กลางแสงแดดได้ เนื่องจากผู้ผลิตได้พัฒนาคุณสมบัติของเนื้อแว็กซ์มาอย่างดีแล้ว แต่ราคาค่อนข้างแพง ซึ่งคุณก็ไม่จำเป็นต้องลงทุนขนาดนั้น เลี่ยงมาทำในที่ร่มจะดีกว่า   

รวมเคล็ดวิธีดูแลรถยนต์ในหน้าฝนหรือวันฝนตก

เมื่อฝนหยุด อย่าจอดรถกลางแดด เพราะนั่นอาจก่อให้เกิดคราบฝังอยู่บนพื้นผิวรถได้ง่ายขึ้น ยิ่งเป็นแดดจัดๆ ด้วยแล้วยิ่งไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากความร้อนจะทำให้น้ำฝนระเหยแห้งกลายเป็นคราบ บางครั้งอาจร้ายแรงถึงขั้นกัดลึกเข้าไปในเนื้อสีได้เลยทีเดียว

เลี่ยงการจอดรถใต้ร่มไม้ที่เต็มไปด้วยเกสรหรือผลที่พร้อมจะหล่นลงใส่รถของคุณ ยางเกสรของต้นไม้บางชนิดและผลเล็กๆ อย่างเช่นผลของต้นไทร มีลักษณะเหนียวหนึบและเช็ดออกยากมาก อาจทำให้สีรถเป็นรอยด่างและเกิดความเสียหายได้

ถ้าไม่อยากให้คราบน้ำฝน โคลน หรือฝุ่นละอองเกาะติดพื้นผิวรถแบบฝังแน่น วิธีง่ายที่สุดหากคุณยังไม่มีเวลาล้างรถแบบจริงจัง ก็คือ ใช้สายฉีดน้ำฉีดไล่คราบต่างๆ ออกไปก่อน

การใช้ผ้าแห้งเช็ดหลังฝนหยุดตกก็ไม่ควรทำ เพราะน้ำฝนไม่ได้สะอาดอย่างที่คิด การใช้ผ้าแห้งเช็ดรถขณะที่รถยังไม่สะอาดพอเท่ากับซ้ำเติมให้ทุกอย่างเลวร้ายขึ้น เสี่ยงที่รถของคุณจะเจอทั้งรอยด่าง คราบสะสม และรอยขีดข่วน ทางที่ดี ในช่วงฤดูฝน แนะนำให้คุณล้างรถอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งก็ยังดี

เป็นอย่างไรบ้าง หวังว่าคุณจะยังไม่เหนื่อยหน่ายและท้อใจกับการดูแลรถยนต์ในหน้าฝน เชื่อว่าทุกคนสามารถเอาคำแนะนำและเคล็ดลับดีๆ ที่เรานำมาฝากไปใช้ได้แน่นอน  

เผยแพร่ครั้งแรก