วิธีที่ 1 ทำความสะอาดผ้าม่านโดยใช้เครื่องซักผ้า
- ✦
หากเครื่องซักผ้าของคุณมีหลายระบบในการทำความสะอาด ให้เลือกระบบซักแบบน้ำเย็นด้วยแรงปั่นแบบช้าสุด
- ✦
น้ำยาซักผ้าแบบปกติสามารถใช้ในการซักได้ แต่หากคุณกังวลว่า จะมีชิ้นส่วนของผ้าม่านหลุดไปในเครื่องซักผ้า อย่าเสี่ยงที่จะซักด้วยวิธีนี้ ให้ใช้การซักมือแทน
วิธีนี้ดีต่อการซักผ้าม่านที่มีน้ำหนักเบามากกว่าผ้าม่านที่มีความหนัก เนื่องจากแห้งยาก อย่างไรก็ตาม นึกไว้เสมอว่า วัสดุบางชนิด ต้องการการดูแลเป็นพิเศษก่อนที่จะนำใส่ในเครื่องซักผ้า เช่น ผ้าฝ้ายเหมาะที่จะซักแบบน้ำร้อน อย่าลืมตรวจสอบป้ายคำแนะนำบนผ้าม่าน ก่อนที่จะทำการซัก
วิธีที่ 2 การซักผ้าม่านด้วยมือ การซักผ้าม่านด้วยมือ เป็นทางเลือกสิ่งที่ปลอดภัยต่อผ้าม่านของคุณ
- ✦
ไม่ว่าจะใช้น้ำยาซักผ้าแบบปกติ หรือใช้น้ำยาที่ออกแบบมาป็นพิเศษเพื่อการซักด้วยมือ ก็ได้ทั้งนั้น และถ้าจะให้ดี คุณควรจะเลือกน้ำยาสูตรอ่อนโยนเพื่อป้องกันการทำลายวัสดุของผ้าม่าน
- ✦
ทำตามคำแนะนำบนฉลากที่ติดอยู่กับผลิตภัณฑ์ วัสดุต่างชนิดกัน ก็ต้องการได้รับการดูแลที่ต่างกัน
การซักด้วยมือนั้น เป็นงานที่ใหญ่กว่า การซักด้วยเครื่องซักผ้า แต่มันสามารถลดความเสี่ยง และเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับวัสดุที่มีความยากในการซัก เช่น ผ้าฝ้าย 100% เหมาะกับการซักด้วยมือมากกว่า เนื่องจากวัสดุเหล่านั้นแห้งยาก
วิธีที่ 3 การทำความสะอาดผ้าม่านด้วยไอน้ำ เครื่องทำความสะอาดแบบมีเบาะหุ้มเหมาะกับการทำงานนี้ที่สุด ในการทำความสะอาดด้วยไอน้ำ เป็นทางเลือกที่สบายที่สุดในการทำความสะอาดผ้าม่าน
- ✦
เริ่มทำความสะอาดจากด้านบนสุดลงมาด้านล่างตามแนวของผ้าม่าน
- ✦
หากคุณรู้ว่ามีของที่อาจจะเปียกจากน้ำที่จะหยดลงมา ให้นำไปวางไว้ให้ห่างจากผ้าม่าน
- ✦
ระมัดระวังในการใช้เครื่องทำความสะอาดแบบไอน้ำ อ่านวิธีการใช้ก่อนจะเริ่มทำความสะอาดผ้าม่าน และจำไว้ว่า ไอน้ำสามารถทำอันตรายต่อผิวหนังของคุณได้
หลังจากการทำความสะอาดผ้าม่าน ให้นำไปแขวนไว้นอกบ้าน โดยห้ามแขวนให้โดนแสงแดดโดยตรง เพื่อป้องกันการฟอกจางของสี ปล่อยให้ผ้าม่านแห้งตามธรรมชาติ หากผ้าม่านมีรอยยับให้รีดด้วยเตารีดด้วยความเร็ว แค่นี้ก็จะทำให้ดูเหมือนใหม่
วิธีการรักษาผ้าม่านให้สะอาดอยู่เสมอ
- ✦
พยายามลดการดูดของกลิ่น เวลาทำอาหาร ให้ปิดประตูห้องครัวตลอดเวลา และเมื่อต้องการสูบบุหรี่ ให้ไปสูบบุหรี่นอกบ้านเพื่อลดกลิ่น
- ✦
ดูดฝุ่นบนผ้าม่านบ่อยๆ ด้วยแปรงแบบนิ่มทุกๆวัน เพื่อกำจัดฝุ่นและสิ่งสกปรก อีกทั้งยังป้องกันคราบติดบนผ้าม่านอีกด้วย
- ✦
หากมีกลิ่นที่ไม่ดี ให้นำผ้าม่านออกจากราง และนำไปตากไว้ที่ๆลมโกรก สักหนึ่งถึงสองชั่วโมง เพียงแค่นี้ คุณก็จะได้ผ้าม่านที่ดูสะอาดเหมือนใหม่อยู่ตลอดเวลาแล้ว