วิธีการใช้น้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดาสำหรับการซักผ้า

การเลือกใช้เบกกิ้งโซดากับน้ำส้มสายชูสำหรับการซักผ้าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่มีอาการแพ้สารเคมี หรือต้องการรักษาสิ่งแวดล้อม เพราะทั้งเบกกิ้งโซดาและน้ำส้มสายชูมีคุณสมบัติในการดับกลิ่นและช่วยทำให้ผ้าของคุณขาว ถ้าอยากรู้ว่าวิธีการใช้น้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดาสำหรับการซักผ้าอย่างไร คุณสามารถเข้ามาอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

อัปเดตเมื่อ 10 ตุลาคม 2566

·

ผู้เขียน โดยทีม Cleanipedia

เวลาอ่าน ๒ นาที

ขวดโซดาไบคาร์บอเนตขนาดเล็กและครึ่งหนึ่งของมะนาวอยู่ข้างๆจานไม้ที่มีโซดาไบคาร์บอเนต. การซักผ้า

เบกกิ้งโซดากับน้ำส้มสายชูเป็นวัตถุดิบภายในบ้าน ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะช่วยทำความสะอาดเสื้อผ้าของคุณได้ โดยนอกจากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอย่างผงซักฟอก น้ำยาซักผ้า หรือน้ำยาปรับผ้านุ่มแล้ว คุณยังสามารถซักทำความสะอาดด้วยวัตถุดิบธรรมชาติที่มีในบ้านของคุณเอง ไม่ว่าผ้าจะหมองหรือมีกลิ่นอับ น้ำส้มสายชู และเบกกิ้งโซดาต่างมีคุณสมบัติที่ช่วยให้ผ้าขาว และมีกลิ่นหอมได้อย่างง่ายดายอย่างที่หลายๆ คนอาจไม่เคยรู้มาก่อน เราได้รวบรวมข้อดีและวิธีขจัดคราบด้วยน้ำส้มสายชูเละเบกกิ้งโซดามาให้ดูทางด้านล่างนี้

ก่อนใช้เบกกิ้งโซดา และน้ำส้มสายชูซักผ้า ควรตรวจเช็คดูให้ดีก่อนลงมือซัก ด้วยการทดลองบนผ้าบริเวณเล็กๆ ก่อนเพื่อดูว่าเนื้อผ้าเสียหายจากการใช้น้ำส้มสายชูหรือเบกกิ้งโซดาหรือไม่

ข้อดีของการใช้เบกกิ้งโซดา และน้ำส้มสายชู ซักผ้า

ขวดแก้วพร้อมฝาปิดเกลียวที่เทผงผงขาวราดออกมาบนพื้นผิวไม้
  • น้ำส้มสายชูมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรคและช่วยขจัดคราบสกปรกต่างๆ

  • หากใช้เบกกิ้งโซดาหรือน้ำส้มสายชูซักผ้ามีคุณสมบัติช่วยทำให้ผ้าขาวขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้น้ำส้มสายชูยังช่วยให้ผ้าสี ไม่ตกสีอีกด้วย

  • น้ำส้มสายชู และเบกกิ้งโซดา ดับกลิ่นต่างๆ ได้ โดยเฉพาะกลิ่นเหงื่อ และกลิ่นเหม็นอับ

    น้ำส้มสายชูเเละเบกกิ้งโซดาสามารถใช้เเทนน้ำยาขจัดคราบเเละกลิ่นก่อนน้ำเสื้อผ้าไปซักกับผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่มีพลังในการกำจัดคราบได้อย่างหมดจดอย่างผลิตภัณฑ์ของบรีส

วิธีใช้น้ำส้มสายชู และเบกกิ้งโซดา ซักผ้า

ขวดน้ำส้มสายชู, มะนาวหั่นครึ่ง, ใบกระวาน และเกลือบนพื้นหินอ่อน.

เบกกิ้งโซดากับน้ำส้มสายชูสามารถซักผ้าขาวและผ้าสีกับเครื่องซักผ้าได้ โดยขั้นตอนการซักผ้าด้วยน้ำส้มสายชู และเบกกิ้งโซดานั้นไม่ได้แตกต่างจากขั้นตอนการซักทำความสะอาดผ้าแบบปกติมากนัก เเต่ที่สำคัญอย่าลืมตรวจสอบป้ายสัญลักษณ์การดูแลผ้า และควรแยกสีผ้าก่อนการซักทำความสะอาดเสื้อผ้าด้วย

  1. 1

    ใส่เสื้อผ้าลงไปในเครื่องซักผ้า จากนั้นเติมน้ำส้มสายชูหรือเบกกิ้งโซดาลงไปบนกองผ้าประมาณ 1-2 ถ้วย

  2. 2

    เปิดเครื่องซักผ้าตามปกติ เพื่อให้เครื่องซักผ้าทำความสะอาดเสื้อผ้า

  3. 3

    หากเสื้อผ้ามีกลิ่นอับ คุณสามารถเลือกใส่ น้ำส้มสายชูหรือเบกกิ้งโซดาในน้ำสุดท้าย เพื่อกำจัดกลิ่นอีกด้วย

การใช้เบกกิ้งโซดากับน้ำส้มสายชูมาซักผ้าให้ขาวและสะอาด เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่มองหาการทำความสะอาดผ้าด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่ว่าจะเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม หรือหลีกเลี่ยงอาการแพ้สารเคมีต่างๆ หากคุณรู้วิธีการใช้ที่ถูกต้องในการซักผ้าสี และซักผ้าขาว เบกกิ้งโซดา และน้ำส้มสายชูอาจกลายเป็นผลิตภัณฑ์คู่ใจที่คุณอยากใช้บ่อยๆ แต่อย่างไรก็ตามยังมีผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่มีคุณสมบัติในการขจัดคราบได้ดีเช่นเดียวกับการใช้เบกกิ้งโซดาเละน้ำส้มสายชู เราขอแนะนำ บรีส เอกเซล สูตรน้ำ ที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดคราบหนักไม่ว่าจะเป็นผ้าขาวหรือผ้าสี คราบหนักแค่ไหนก็หายห่วง

คุณสมบัติหลักๆ ของน้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดามีมากมาย ดังนี้ 

  • น้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดาช่วยขจัดกลิ่นเหม็นและคราบเหลืองใต้รักแร้ โดยถูน้ำส้มสายชู หรือเบกกิ้งโซดาลงบนคราบ จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ก่อนขยี้คราบออก แล้วล้างออกด้วยน้ำ ก่อนนำไปซักทำความสะอาดตามปกติด้วยผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่คุณใช้เป็นประจำ

  • น้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดาช่วยให้ผ้าหมองกลับมาขาวเหมือนใหม่ โดยการแช่ผ้าในน้ำผสมเบกกิ้งโซดา จากนั้นทิ้งไว้ข้ามคืน ก่อนนำไปซักทำความสะอาด

  • หากเสื้อมีกลิ่นเหม็นเล็กน้อย แต่ยังไม่สกปรกมาก และคุณยังไม่อยากนำไปซัก หรือยังไม่สามารถนำไปทำความสะอาดได้ในตอนนั้น คุณสามารถนำน้ำส้มสายชูผสมน้ำฉีดลงไปบนผ้า ก่อนนำไปตากแดดเพื่อกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์

ข้อควรระวังสำหรับการใช้น้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดา

ทั้งน้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดาเป็นตัวช่วยทำความสะอาดและช่วยซักผ้าได้สะอาดอย่างดีเยี่ยม แต่ทั้งสองอย่างไม่ควรนำมาผสมกันเด็ดขาด เนื่องจากน้ำส้มสายชูมีสภาพเป็นกรด ส่วนเบกกิ้งโซดามีค่าเป็นด่าง ทำให้เมื่อทั้งสองถูกนำมาผสมกันจะเกิดปฎิกิริยาทำให้เปลี่ยนเป็นก๊าซ แม้ก๊าซจะไม่ได้มีอันตรายหรือเป็นพิษมากนัก ก็ควรพยายามหลีกเลี่ยงผสมวัตถุดิบทั้งสองไว้ด้วยกันจะดีกว่า เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและสมาชิกภายในบ้าน 

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?