Unilever logo

แช่ผ้าก่อนซักสำคัญอย่างไร แช่ด้วยวิธีใดผ้าถึงจะสะอาดไร้คราบ เรามีคำตอบ

รวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการแช่ผ้าที่คุณไม่ควรพลาด ผ้าสะอาด สลายคราบหมดจด

อัปเดตเมื่อ

soak clothes

พูดได้เลยว่าการแช่ผ้าก่อนซักเป็นหนึ่งในวิธีการขจัดรอยเปื้อนบนเสื้อผ้าของคนส่วนใหญ่ เพราะเชื่อว่าการแช่ผ้าก่อนซักจะช่วยทำให้สิ่งสกปรกอ่อนตัวและหลุดออกจากเส้นใยผ้า ช่วยให้ซักผ้าได้สะอาดหมดจดยิ่งขึ้น แต่ในความเป็นจริงจะเป็นอย่างที่เข้าใจกันหรือไม่ ผ้าแบบไหนควรแช่ แบบไหนไม่ควรแช่ และจะแช่ผ้าอย่างไรให้ถูกวิธี เรามีคำตอบมาไขข้อสงสัยและให้ความกระจ่าง

การแช่ผ้าก่อนซักสำคัญฉะไหน

การแช่ผ้าก่อนซักถือเป็นวิธีขจัดรอยเปื้อนที่สำคัญมากๆ โดยเฉพาะผ้าที่เปื้อนมาก มีคราบไขมัน หรือคราบฝังแน่น ซึ่งการแช่ผ้าจะสร้างความแตกต่างชัดเจน คราบสกปรกจะอ่อนตัวและหลุดออกไปได้ง่ายขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการซักและผ้าหลังซักจะสะอาดขึ้น

ไม่เพียงแค่นั้น การแช่ผ้าก่อนซักจะทำให้เส้นใยผ้านิ่มขึ้น ผลดีก็คือ ช่วยคุณประหยัดแรงในการซัก ไม่จำเป็นต้องขยี้ผ้าแรงๆ ลดความเสี่ยงที่ผ้าจะเกิดความเสียหาย นอกจากนี้ยังช่วยลดปริมาณการใช้ผงซักฟอก (ช่วยประหยัดผงซักฟองนั่นเอง) เพราะแค่ขั้นตอนนี้เพียงขั้นตอนเดียว สิ่งสกปรกก็หลุดออกไปแล้วไม่มากก็น้อย  

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการแช่ผ้าก่อนซักจะช่วยสลายคราบสกปรกได้จริง แต่ก็ใช่ว่าจะนำเสื้อผ้าทุกชิ้นไปแช่ได้โดยไม่ต้องคิดอะไรมาก ก่อนแช่ คุณควรอ่านป้ายสัญลักษณ์คำแนะนำในการดูแลรักษาผ้าให้ดีก่อนว่าผ้าชิ้นนั้นแช่ได้หรือไม่ ถ้าได้ คุณสามารถแช่ผ้าได้ทั้งในเครื่องซักผ้า หรือแช่แยกต่างหากในภาชนะอื่น กรณีที่จะซักด้วยมือ   

ควรแช่ผ้าก่อนซักนานแค่ไหน

ตอบคำถามที่ว่า ควรแช่ผ้ากี่นาที ระยะเวลาในการแช่นั้นขึ้นอยู่กับชนิดของผ้าและระดับความสกปรก แต่โดยทั่วไป จริงๆ แล้วการแช่ผ้าเพียง 5 นาทีก็เพียงพอที่จะขจัดเชื้อโรคและสิ่งสกปรกออกจากผ้าได้บางส่วนแล้ว 

กรณีผ้าสกปรกมาก อาจแช่ไว้ราว 30 นาที และแม้จะแช่ในน้ำเปล่า หากแช่ไว้ข้ามคืน จะช่วยให้สิ่งสกปรกคลายตัวจากการเกาะติดบนเนื้อผ้า ทำให้รอยเปื้อนหรือคราบฝังแน่นหลุดออกง่ายขึ้นเมื่อถึงขั้นตอนการซักตามปกติ

อย่างไรก็ตาม หากแช่ผ้าไว้นานเกินไป นอกจากจะกลายเป็นการเพาะพันธุ์เชื้อโรคและเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์แล้ว ยังอาจสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อสี รูปทรง คุณสมบัติ และความกระชับของเนื้อผ้า เส้นใยผ้าบางประเภทอาจจะเปื่อย ผ้าหมอง เกิดคราบเหลืองหรือสีซีดง่าย เสียทรง และเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควรจะเป็น

ในการแช่ผ้าขนแกะ ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะผ้ามีเส้นใยที่นิ่มและบอบบาง ผ้าขนแกะอาจจะหดได้หากแช่ทิ้งไว้นานเกินไป ดังนั้น คุณจึงต้องคอยเตือนตัวเองในการซักผ้าครั้งต่อๆ ไปว่า อย่าเผลอแช่ผ้าทิ้งไว้นานเกินความจำเป็น มิเช่นนั้น เสื้อผ้าตัวโปรดของคุณอาจเกิดความเสียหายจนไม่สามารถแก้ไขให้กลับมาเหมือนเดิมได้อีกเลย

วิธีแช่ผ้าก่อนซักในเครื่องซักผ้า

ถ้าคุณมีแผนจะซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้าอยู่แล้ว คุณสามารถแช่ผ้าก่อนซักในถังซักของเครื่องซักผ้าได้เลย ทั้งนี้ การแช่ผ้าในเครื่องซักผ้าฝาบนจะทำได้ง่ายกว่าแช่ในเครื่องซักผ้าฝาหน้า แต่ถ้าคุณใช้เครื่องซักผ้าฝาหน้า ควรตรวจสอบดูก่อนว่าเครื่องนั้นมีฟังก์ชั่นแช่ผ้าให้เลือกใช้ด้วยหรือไม่

  • ขั้นแรก เปิดน้ำใส่เครื่องซักผ้า โดยกดปุ่ม Start เพื่อเริ่มการซักโดยยังไม่ต้องใส่ผ้าลงไป พอน้ำถูกเติมลงถังซักได้อย่างน้อยครึ่งความจุถัง ให้กด Stop เพื่อหยุดการทำงานของเครื่อง 

  • ใส่ผงซักฟอกหรือผงขจัดคราบลงไป โดยใช้ในปริมาณปกติที่คุณจะใช้ซักผ้าหรือตามคำแนะนำบนฉลาก กวนให้ผงซักฟอกกระจายตัวและละลายในน้ำจนน้ำเป็นสีขาวขุ่น จากนั้นใส่ผ้าลงไปแช่ในน้ำผงซักฟอกที่นิ่ง  

  • เมื่อใส่ผ้าทุกชิ้นที่ต้องการจะซักลงในถังซักของเครื่องซักผ้าแล้ว ตรวจสอบให้แน่ใจว่าน้ำผงซักฟอกท่วมผ้าทุกชิ้น แช่ผ้าทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที หรืออาจนานถึง 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับชนิดของผ้าและระดับความสกปรก 

  • หลังแช่ผ้าตามระยะเวลาที่ต้องการแล้ว นำผ้าออกจากเครื่อง ระบายน้ำที่ใช้แช่ผ้าออกจากเครื่องให้หมด แล้วนำผ้าไปล้างน้ำเปล่าเพื่อขจัดผงซักฟอกหรือน้ำยาขจัดคราบออกก่อนแล้วค่อยนำกลับมาซัก แต่ถ้าคุณคิดจะซักต่อเลยทันที ขั้นตอนการล้างน้ำอาจไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ คุณสามารถซักต่อได้เลย

  • เริ่มซักผ้าตามปกติ แต่ถ้าเห็นว่าการแช่ผ้ารอบแรกยังไม่ทำให้คราบสลายไปเท่าที่ควร ลองแช่อีกรอบ ระวังไม่ทำรุนแรงกับผ้า เช่น เพิ่มปริมาณผงซักฟอกหรือแปรงผ้าแรงๆ ระหว่างแช่อาจขยี้ผ้าหรือใช้แปรงค่อยๆ ขัดคราบฝังแน่นเฉพาะจุดออก แล้วจึงกดปุ่มเริ่มซักตามปกติ 

ข้อควรระวัง อย่าแช่ผ้านานเกินไปกว่าระยะเวลาที่แนะนำ โดยเฉพาะเส้นใยที่เปราะบางอย่างขนแกะและฝ้าย ซึ่งอาจเปื่อยหรือรุ่ยเมื่อแช่อยู่ในน้ำผงซักฟอกหรือน้ำละลายผงขจัดคราบนานๆ 

กรณีผ้าสกปรกมาก ให้แช่นานขึ้นอีก โดยเฉพาะผ้ายีนส์หรือผ้าแคนวาส  ควรแช่ไว้หลายๆ ชั่วโมง เพื่อให้คราบสลายตัวได้ง่ายเมื่อคุณนำไปซัก เราขอแนะนำบรีส เอกเซล แอคทีฟ เฟรช  ที่มาพร้อม แอนตี้ โอดอร์เทคโนโลยีที่ช่วยสลายคราบพร้อมสยบกลิ่นอับได้อยู่หมัด  

กรณีซักมือ มีวิธีแช่ผ้าก่อนซักอย่างไร    

การแช่ผ้าก่อนซักในเครื่องสะดวกตรงที่คุณไม่จำเป็นต้องย้ายผ้าไปมาหลังแช่ แต่ถ้าคุณมีแผนจะซักด้วยมือ ไม่แนะนำให้แช่ผ้าในเครื่องซักผ้า

  • ขั้นแรก หาภาชนะที่เหมาะสม เช่น ถัง กะละมัง อ่างอาบน้ำ หรือภาชนะใดๆ ก็ได้ที่มีขนาดและก้นลึกพอที่จะจุน้ำและผ้าที่จะแช่ได้ โดยเมื่อนำผ้าลงไปแช่แล้ว น้ำในภาชนะต้องท่วมผ้าทุกชิ้นและไม่ล้นออกมา

  • ใส่ผ้าที่ต้องการจะซักลงในถังและจากนั้นเติมน้ำลงจนท่วมผ้า อย่าให้ผ้าอัดกันจนแน่นในภาชนะ ถ้ามีผ้าต้องแช่ในปริมาณมาก ให้แยกแช่ทีละส่วนหรือแช่พร้อมๆ กันในภาชนะหลายอัน

  • ใส่ผงซักฟอกหรือผงขจัดคราบลงไป โดยใช้ในปริมาณที่เคยใช้ซักผ้าตามปกติหรือตามคำแนะนำบนฉลาก ตีและกวนสารทำความสะอาดจนแน่ใจว่ากระจายตัวและละลายในน้ำอย่างทั่วถึง

  • ใช้มือกดผ้าให้จมน้ำ ชิ้นไหนที่โผล่พ้นน้ำ ให้กดลง และพยายามให้ผ้าทุกส่วนได้สัมผัสกับน้ำผงซักฟอก   

  • แช่ผ้าทิ้งไว้ ระยะเวลาแช่ขึ้นอยู่กับประเภทของผ้า เช่น ผ้ายีนส์อาจต้องใช้เวลาแช่หลายชั่วโมง ส่วนผ้าขนแกะหรือผ้าฝ้ายไม่ควรแช่เกิน 20-30 นาที (โดยเฉพาะในน้ำผสมผงขจัดคราบ) หากคุณต้องการซักตามปกติ แต่ถ้าต้องการขจัดคราบฝังแน่นหรือสกปรกมากเป็นพิเศษ อาจต้องแช่นานชั่วโมง 

กรณีที่ต้องการขจัดคราบสกปรกเฉพาะจุดที่มีเพียงเล็กน้อยหรืออยู่ในวงจำกัด ให้แช่เฉพาะจุดที่มีคราบสกปรก ใช้วิธีขยี้เบาหรือใช้แปรงค่อยๆ ขัดคราบฝังแน่นออก แล้วแช่ต่อไปอีกสักพัก วิธีนี้จะช่วยประหยัดทรัพยากร ทั้งภาชนะ น้ำ และผงซักฟอก  

สำหรับวิธีซักผ้าหลังแช่ ให้นำผ้าที่ผ่านการแช่แล้วไปซักตามปกติ โดยล้างผ้าให้สะอาดก่อนซักเพื่อชะล้างน้ำผงซักฟอกที่เต็มไปด้วยสิ่งสกปรกออกก่อน หากการแช่ครั้งนั้นยังไม่ช่วยขจัดคราบ อาจแช่ซ้ำอีกรอบ แต่ไม่ควรใช้ผงซักฟอกมากเกินไป 

ผ้าเปื้อนเลือด ควรแช่อย่างไรดี    

กรณีผ้าเปื้อนเลือด ควรแช่ในน้ำเย็น เพราะน้ำเย็นจะช่วยให้คราบเลือดสลายตัว แต่ถ้าใช้น้ำอุ่น คราบเลือดจะแข็งติดจนกลายเป็นคราบฝังแน่น ซึ่งอาจแก้ไม่หาย หลังแช่แล้ว ล้างคราบเลือดอีกครั้งในน้ำเย็นผสมสบู่หรือใช้น้ำผสมเกลือแกงป้ายตรงรอยเปื้อน ถูเบาๆ สักครู่ จากนั้นนำไปซักตามปกติ

ถ้าคุณเผลอแช่ผ้าในน้ำร้อนหรือใส่ลงในเครื่องอบผ้าแห้งโดยไม่ตั้งใจ ลองนำผ้าที่มีรอยเปื้อนเลือดไปแช่ในน้ำผสมไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ ในอัตราส่วน 50:50 จากนั้นนำผ้าไปซักในน้ำเย็น

อาหารหกเลอะเสื้อผ้า ควรแช่ผ้าก่อนซักไหม

กรณีคราบสกปรกจากอาหาร ยิ่งแช่ได้เร็วเท่าไรยิ่งดี เพราะถ้าปล่อยให้แห้งแล้วอาจแก้ยากหรือซักไม่ออกเลย วิธีขจัดคราบอาหารออกจากเสื้อผ้าที่ง่ายที่สุด คือ ใช้น้ำผสมน้ำยาล้างจานคู่ครัวไทยอย่าง น้ำยาล้างจานซันไลต์ เพียงคุณแช่ผ้าไว้ข้ามคืน วันรุ่งขึ้นค่อยนำไปซักตามปกติ วิธีนี้จะช่วยชะล้างสีจากเครื่องปรุงและคราบมันจากอาหารออกได้เกือบทั้งหมด  

วิธีนี้ช่วยขจัดคราบบางอย่างที่อาจไม่สามารถกำจัดออกด้วยการซักตามปกติได้ก็จริง แต่ต้องระวัง สารทำความสะอาดในน้ำยาล้างจานไม่เหมาะกับผ้าบางชนิดที่สีตกง่าย ดังนั้น ถ้ารู้ว่าเสื้อผ้าชิ้นไหนสีตก ไม่ควรเลือกใช้วิธีนี้     

วิธีแช่ผ้าขาวที่เปื้อนคราบช็อกโกแลต

กรณีที่ของโปรดอย่างช็อกโกแลตหยดเปื้อนบนเสื้อสีขาว เช่น เสื้อนักเรียน เสื้อเชิ้ตใส่ทำงาน เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ ไม่ต้องหนักใจ เพราะวิธีขจัดคราบช็อกโกแลตบนผ้าขาวนั้นง่ายมากๆ โดยใช้ของที่มีอยู่ในครัว

เพียงนำมะนาวที่ฝานมาถูตรงรอยเปื้อน ทิ้งไว้สักพัก ก่อนจะนำไปแช่ในน้ำที่ผสมผงซักฟอก ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นนำผ้าไปซักตามปกติ เท่านี้คุณก็จะได้ผ้าขาวสะอาดดังเดิม

กรณีซักผ้าขาวด้วยเครื่อง เพียงผสมน้ำ 4 ลิตรกับเบกกิ้งโซดา 1 ถ้วยตวง จากนั้นนำผ้าขาวลงแช่ทิ้งไว้แล้วค่อยนำไปซักตามปกติ

เจอคราบไวน์ อย่าเพิ่งส่ายหน้า

อย่าเพิ่งตระหนกตกใจถ้าเจอไวน์หกเลอะเสื้อผ้า เพียงนำน้ำส้มสายชูราดบนรอยเปื้อน วิธีขจัดคราบไวน์เช่นนี้จะช่วยให้สีม่วงและแดงของน้ำไวน์เจือจางลง จากนั้นป้ายน้ำยาซักผ้าลงไปบนคราบ แล้วนำไปซักด้วยน้ำอุ่น แค่นี้คุณก็โบกมือลาคราบไวน์ได้เลย

วิธีแช่ผ้าเปื้อนโคลน เลอะแค่ไหนก็เอาอยู่

ถ้าเสื้อผ้าเลอะโคลนดีดแทบจะทั่วทั้งตัว การกำจัดคราบเฉพาะจุดคงไม่ใช่ทางออกแน่ๆ วิธีขจัดคราบโคลนดีดที่ได้ผล คือ อย่าเพิ่งล้างออกหรือแช่ผ้าทันที ปล่อยให้โคลนแห้งก่อน เพราะถ้ายิ่งเปียก คราบยิ่งจะเหนียวเหนอะ เลอะ และขยายวงออกไป

เมื่อปล่อยให้แห้งแล้ว ให้ปัดหรือขูดเอาคราบโคลนแข็งๆ ออกไปก่อน ขั้นต่อไปให้เอาผ้าใส่ถังพลาสติกหรือกะละมัง เทน้ำอุ่นลงไปจนท่วมผ้า แล้วหยดน้ำยาซักผ้าลงไป 2-4 หยด จากนั้นแช่ไว้ประมาณ 30 นาทีหรือข้ามคืนได้ยิ่งดี ขึ้นอยู่กับระดับความสกปรก แล้วนำผ้าไปซักตามปกติ

กรณีซักเครื่อง หากเครื่องซักผ้าสามารถเลือกอุณหภูมิน้ำได้ควรใช้น้ำอุ่น เพราะจะทำความสะอาดคราบสกปรกจากโคลนได้ดีกว่าน้ำเย็น และควรแยกผ้าที่เปื้อนโคลนออกจากผ้าอื่นๆ ไม่ควรนำมาซักรวมกัน

หากทำตามขั้นตอนดังกล่าวแล้ว โคลนยังออกไม่หมด อย่าเพิ่งท้อใจโยนเสื้อผ้านั้นทิ้ง ลองทำตามขั้นตอนเดิมซ้ำอีกรอบ คราบสกปรกจะค่อยๆ ลบเลือนไป

ใช้เกลือแก้ปัญหา ถ้าไม่อยากแช่ผ้าสีตกอีกต่อไป   

ไอออนของแมกนีเซียมและแคลเซียมในเกลือจะช่วยลดการละลายของสีในน้ำได้ ดังนั้น คุณสามารถบอกลาปัญหาผ้าสีตกด้วยเกลือ เพียงแค่ใส่น้ำเปล่าในกะละมังที่จะแช่ผ้า ตามด้วยเกลือ 1-2 กำมือ คนให้ละลาย แล้วแช่ผ้าทิ้งไว้อย่างน้อย 6 ชั่วโมง หรือ 1 คืน จากนั้นนำผ้ามาล้างน้ำให้สะอาด ก่อนนำไปซักตามปกติ ควรจะทำครั้งละ 1-2 ชิ้น เพื่อผลลัพธ์ที่ดี

น้ำส้มสายชูก็ช่วยได้   

นอกจากคุณสมบัติที่ช่วยขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกจากผ้าแล้ว น้ำส้มสายชูกลั่นยังสามารถใช้กับการแช่ผ้าได้อีกด้วย โดยเติมน้ำส้มสายชูกลั่น 1 ถ้วยตวงลงในถังที่มีน้ำอุ่น แล้วนำผ้าลงไปแช่ทิ้งไว้ข้ามคืน

อีกวิธีหนึ่ง ให้ป้ายจุดที่มีคราบสกปรกด้วยน้ำส้มสายชูผสมเบกกิ้งโซดา จากนั้นขยี้เบาๆ ถ้ายังมีคราบเขรอะเหลืออยู่ คุณสามารถเติมน้ำส้มสายชูและผงซักฟอก 2-3 ช้อนโต๊ะลงในถังน้ำและแช่ผ้าทิ้งไว้ข้ามคืน จากนั้นนำผ้าไปซักตามปกติ ผ้าของคุณจะสะอาดสดใส ไร้กลิ่นอับ  

เคล็ดลับเพิ่มเติม

ขอย้ำอีกครั้ง ก่อนแช่ผ้า ควรอ่านป้ายสัญลักษณ์คำแนะนำในการดูแลรักษาให้เข้าใจดีก่อน ขั้นตอนนี้เป็นสิ่งที่ต้องทำ เพราะผ้าบางประเภทแช่ได้ แต่บางประเภทไม่ควรแช่ โดยทั่วไป ผ้าที่เนื้อหนาและคงทน สามารถแช่ก่อนซักได้ ส่วนผ้าเนื้อบางหรือผ้าที่ต้องการถนอม เหมาะกับการขยี้หรือแปรงมากกว่าแช่ทิ้งไว้ สำหรับเทคนิคและคำแนะนำเพิ่มเติม มีดังนี้   

  • ขณะนำผ้าลงแช่ ควรคลี่หรือแผ่ผ้าออกก่อน เพื่อให้ทุกส่วนเปียกน้ำ และไม่ควรแช่ผ้าหลายชิ้นในภาชนะใบเดียวจนแน่น ยิ่งแน่นเท่าไหร่ การทำความสะอาดอ่อนซักจะยิ่งยากและได้ผลน้อยลงเท่านั้น

  • ไม่ควรแช่ผ้าขาวและผ้าสีปนกัน โดยเฉพาะผ้าไนลอนสีขาว และไม่ควรแช่ผ้าในอ่างเคลือบ (อ่างอาบน้ำ) หรือกะละมังโลหะ เพราะโลหะอาจทำปฏิกิริยากับสารทำความสะอาดจนเกิดคราบเกาะติดเสื้อผ้าได้

  • ไม่ควรแช่ผ้าประเภทผ้าขนสัตว์ (ขนสัตว์อื่นนอกเหนือจากขนแกะ) ผ้าไหม หนัง วัสดุที่มีสารเคลือบป้องกันการติดไฟ หรือเสื้อผ้าที่มีชิ้นส่วนบางส่วนเป็นโลหะ เช่น กระดุมหรือซิป เพราะความเปียกชื้นจะเป็นตัวเร่งให้กระดุมหรือซิปโลหะขึ้นสนิม ควรเลี่ยงและเลือกขจัดคราบก่อนซักด้วยวิธีอื่น 

  • ในกรณีที่แช่ผ้าด้วยน้ำอุ่น ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าน้ำอุ่นจริงๆ ไม่ใช่น้ำร้อน น้ำที่อุณหภูมิสูงเกินไปจะทำให้ผ้าหดและเสียทรง 

รู้กลเม็ดเด็ดในการแช่ผ้าก่อนซักกันแล้ว อย่าลืมนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ แล้วการซักผ้าก็จะไม่ใช่งานหนักสำหรับคุณ ทั้งเบาแรงซัก ทั้งประหยัดเวลา ประหยัดทรัพยากร รับรองว่าเสื้อผ้าของคุณ ทั้งผ้าขาวและผ้าสี จะกลับมาสะอาดสดใสผ้าและไร้คราบให้รำคาญใจ

เผยแพร่ครั้งแรก