วิธีกำจัดสนิมและคราบ ปราบอย่างไรให้อยู่หมัด

สนิมขึ้นที่ต่างๆ ลามได้ถ้าปล่อยไว้ ใช้วิธีกำจัดสนิมช่วยได้

อัปเดตเมื่อ

Get rid of rust

เหล็กถูกนำมาใช้ในการก่อสร้างและทำผลิตภัณฑ์มากมาย เราเลือกใช้เหล็กเพราะความแข็งแกร่ง แต่อยู่ไปสักระยะพอเริ่มมีสนิมจับกลับเปราะบางและผุกร่อน เพราะเหล็กกับสนิมเป็นของคู่กัน จะห้ามไม่ให้มีสนิมเลยคงเป็นไปไม่ได้ หาวิธีกำจัดสนิมและคราบสนิมจะเวิร์คกว่า

สนิมมาจากไหน

สนิมเป็นผลที่เกิดจากปฏิกิริยาไฟฟ้าเคมีของเหล็กเมื่อสัมผัสกับน้ำและความชื้นในอากาศ

ในสภาพแวดล้อมที่มีมลพิษในอากาศอย่างฝนกรดหรือมีไอเกลืออย่างริมทะเลก็จะยิ่งเร่งปฏิกิริยานี้ โดยเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็สามารถลุกลามเป็นวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว และหากกินลึกลงไปถึงเนื้อเหล็กก็จะทำให้เกิดการผุกร่อน

ความเสียหายที่เกิดจากสนิมก็คือลดความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร สิ่งก่อสร้าง และผลิตภัณฑ์ต่างๆ

ส่วนความเชื่อที่ว่าการโดนวัตถุที่มีสนิมบาดจะทำให้เป็นบาดทะยักนั้นไม่ถูกต้องเพราะบาดทะยักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่เพราะวัตถุที่มีสนิมมีผิวขรุขระจึงอาจกลายเป็นแหล่งเจริญเติบโตของแบคทีเรียทำให้เพิ่มความเสี่ยงเป็นบาดทะยักต่างหาก

ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 หรือล็อกดาวน์ คุณมีการเปลี่ยนแปลงวิธีหรือขั้นตอนการทำความสะอาดของคุณหรือไม่?

สีของสนิม เรื่องหยุมหยิมที่ควรรู้

หากสังเกตให้ดีๆ สนิมไม่ได้มีแค่สีเดียว สีของสนิมยังบ่งบอกถึงสภาพแวดล้อมได้ด้วย

  • สีแดง - สนิมสีแดงเกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีออกซิเจนและน้ำสูง มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง แต่สามารถใช้วิธีกำจัดสนิมด้วยการขัดทำความสะอาดออกได้ง่าย
  • สีเหลือง - สนิมสีเหลืองเกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีความชื้นสูงมาก รวมถึงมีความร้อนด้วย เช่น น้ำเดือด
  • สีน้ำตาล - สนิมสีน้ำตาลเกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีออกซิเจนและน้ำสูง แต่มีความชื้นต่ำ มักกระจายเป็นหย่อมๆ และด้วยความแห้งของสนิมชนิดนี้ จึงทำให้ยากต่อการขัดทำความสะอาด
  • สีดำ - สนิมสีดำเกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีออกซิเจนสูงแต่ความชื้นต่ำ หรืออาจเป็นการปนเปื้อนของสารเคมี

วิธีป้องกันก่อนสนิมเกิด

การป้องกันไม่ให้สนิมเกิดขึ้นตั้งแต่แรกจะช่วยยืดอายุใช้งานและรักษาสภาพของสิ่งปลูกสร้าง ยานยนต์ หรือผลิตภัณฑ์ที่มีเหล็กเป็นองค์ประกอบ

เคลือบพื้นผิว

เคลือบผิวเหล็กด้วยสีเคลือบแบบพ่นหรือแบบทาเพื่อป้องกันไม่ให้พื้นผิวเหล็กสัมผัสกับน้ำ ความชื้น และออกซิเจน นอกจากนี้ อีกวิธีในการเคลือบผิวก็คือการชุบโลหะ ซึ่งโลหะที่นิยมใช้ ได้แก่ ดีบุกหรือสังกะสี แต่เพราะการเคลือบเป็นแค่ชั้นบางๆ จึงทำให้หลุดได้ง่าย คุณจึงควรเคลือบผิวอย่างสม่ำเสมอ

เลือกใช้เหล็กกล้า

เลือกใช้เหล็กที่ผสมกับธาตุอื่นเพื่อลดการเกิดสนิม เช่น สแตนเลส ที่มีการผสมระหว่างเหล็กกับคาร์บอนจึงยากต่อการกัดกร่อน อีกทั้งมีโครเมียมเป็นส่วนประกอบ จึงทำให้มีเคลือบฟิล์มป้องกันอีกชั้น เหล็กกล้ามีให้เลือกหลากหลายตามการใช้งาน

การใช้ของให้ถูกประเภท

คุณควรสำรวจพื้นที่ที่คุณจะใช้ผลิตภัณฑ์หรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ โดยหากเป็นสิ่งของที่มีเหล็กเป็นองค์ประกอบ ก็ไม่ควรนำไปใช้ในที่ที่มีน้ำหรือความชื้นสูง เช่น ชุดโต๊ะเหล็กไม่ควรตั้งกลางสวน

ทำความสะอาดเครื่องมือ

เครื่องมือต่างๆ ที่เป็นเหล็ก เมื่อใช้งานเสร็จแล้วให้ทำความสะอาด เช็ดให้แห้ง และพ่นน้ำยากันสนิม โดยการเก็บอย่างถูกต้องในที่แห้งก็สำคัญไม่แพ้กัน

การใช้โลหะกันกร่อน

วิธีนี้ใช้การผูกโลหะกันกร่อนกับสิ่งที่ไม่ต้องการให้เกิดสนิม โดยมากมักเป็นแมกนีเซียม สังกะสี หรืออะลูมิเนียม

ทำเองได้ ไม่ซับซ้อน วิธีกำจัดสนิมรถยนต์

การใช้งานของรถยนต์ในทุกๆ วัน ต้องเผชิญกับแดดและฝนอยู่ตลอด ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีสนิมขึ้นได้ หากคุณพบสนิมตอนที่ยังเป็นบริเวณเล็กๆ ให้รีบจัดการก่อนจะขยายพื้นที่

อุปกรณ์ 

  • ถุงมือ
  • ที่ขูดโลหะหรือที่ขูดพลาสติก
  • ฟองน้ำล้างรถ

ผลิตภัณฑ์กำจัดสนิม

คุณสามารถถามหาสิ่งเหล่านี้ได้เลยที่แผนกแต่งยนต์ในห้างสรรพสินค้าหรืออู่ซ่อมรถใกล้บ้าน ถ้าคุณโชคดีมีงานมอเตอร์โชว์หรืองานมหกรรมยานยนต์พอดี ให้ไปซื้อเลย ราคาดีและมีครบ

  • น้ำยาล้างรถ
  • เทปสำหรับงานทาสี
  • กระดาษทรายเบอร์ 40 120 220 และ 2000
  • น้ำยากันสนิม
  • สีรองพื้น
  • สีเบอร์เดียวกับรถ ซึ่งอาจติดอยู่ด้านในประตูด้านคนขับ หรือใต้ฝากระโปรงรถ หรือระบุในคู่มือรถ หากหาไม่เจอให้ลองหาในเว็บไซต์ของผู้ผลิต
  • สีเคลือบใส

สเต๊บบายสเต็บ วิธีกำจัดสนิมรถยนต์

สนิมรถยนต์เกิดได้ทั้งบนอะไหล่ภายนอกและภายในห้องเครื่อง ซึ่งไม่ว่าจะตำแหน่งใดการผุกร่อนทำให้มีอันตรายได้เมื่อเกิดการกระแทกหรือเกิดอุบัติเหตุ

  1. ตรวจตราจุดเสี่ยง จุดที่มีการสัมผัสและขยับบ่อยๆ มักจะมีโอกาสเกิดสนิมได้ง่าย เพราะมีการเสียดสีที่อาจทำให้สารเคลือบผิวหลุด เช่น ฝากระโปรงหน้าหรือฝาถังน้ำมัน จุดที่มีโอกาสโดนน้ำบ่อยๆ เช่น บริเวณขอบด้านล่างประตู รวมถึงจุดที่เป็นหลืบร่องที่ความชื้นเข้าไปสะสมได้และแห้งช้า เช่น บานพับประต นอกจากนี้ ภายในห้องเครื่อง เช่น หม้อน้ำ ก็มีสิทธิ์ที่จะมีสนิมเกิดขึ้นได้ ซึ่งสนิมอาจลามไปอะไหล่อื่นๆ จนส่งผลกระทบถึงระบบการทำงานของยานยนต์
  2. เตรียมการ ก่อนเริ่มลงมือกำจัดสนิมรถยนต์ ให้คุณล้างรถยนต์ของคุณด้วยน้ำยาล้างรถตามปกติ โดยบริเวณที่มีสนิม ให้ใช้ฟองน้ำค่อยๆ ขัดจนสิ่งสกปรกและเศษผงต่างๆ หลุดออกจนหมด ในขั้นตอนนี้คุณต้องระวังพื้นผิวที่คมและขรุขระจะบาดมือ จากนั้นล้างน้ำและเช็ดแห้ง เมื่อรถพร้อมแล้ว ต่อมาเป็นการเตรียมพื้นที่ทำงานเพื่อป้องกันส่วนอื่นๆ ของรถ โดยใช้เทปกาวสำหรับงานทาสีแปะรอบๆ รอยสนิม
  3. กำจัดสนิม เริ่มจากขัดคราบสนิมเกรอะกรังออกก่อน โดยระหว่างการทำคุณต้องใส่ถุงมือป้องกันการทิ่มแทง อุปกรณ์ขัดอาจเป็นที่ขูดโลหะหรือที่ขูดพลาสติกก็ได้ จากนั้นก็มาถึงขั้นตอนการขัดด้วยกระดาษทราย เริ่มจากกระดาษทรายเบอร์ 40 ซึ่งเป็นกระดาษทรายหยาบ ค่อยๆ ขัดจนเริ่มเห็นเนื้อโลหะด้านใน หลังจากนั้นเปลี่ยนไปใช้กระดาษทรายเบอร์ 120 ซึ่งเป็นกระดาษทรายเนื้อละเอียด ขัดเบาๆ เป็นวงกลมโดยเน้นที่ขอบรอยสนิม ขัดจนพื้นที่ที่เป็นสนิมเนียนเรียบ สุดท้ายเก็บรายละเอียดด้วยกระดาษทรายเบอร์ 220
  4. ป้องกันสนิม ขั้นตอนต่อไปให้คุณใช้น้ำยากันสนิมซึ่งอาจเป็นแบบสเปรย์พ่นหรือแบบเจลใช้ทาก็ได้ พ่นหรือทาลงไปบริเวณที่ใช้วิธีกำจัดสนิมจนไม่เหลือสนิมแล้ว ทิ้งไว้ให้แห้งสนิทก่อนทำขั้นตอนต่อไป
  5. สีรองพื้น ล้างบริเวณที่ทำอีกครั้งด้วยน้ำยาล้างรถ ล้างน้ำตาม และเช็ดแห้ง เพื่อล้างเศษต่างๆ ออกให้หมด สเปรย์สีรองพื้นให้ทั่วบริเวณ โดยให้ถือขวดสเปรย์ห่างจากรถประมาณ 30 เซนติเมตร เมื่อแห้งแล้วขัดด้วยกระดาษทรายเบอร์ 2000 พร้อมเทน้ำไปด้วยตอนขัด
  6. พ่นสีและปิดงาน พ่นสีที่เตรียมไว้ โดยถือขวดสเปรย์ให้ห่างจากจุดที่จะพ่นประมาณ 30 เซนติเมตร ระวังอย่าพ่นเยอะจนสีหยด ทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วปิดท้ายด้วยการพ่นสีใสเคลือบ

วิธีกำจัดสนิมภายในบ้าน

ส่วนต่างๆ ของบ้าน รวมถึงของใช้มากมายภายในบ้านที่มีส่วนผสมของเหล็กและสแตนเลส สามรถมีสนิมเกิดขึ้นได้

คุณอาจสงสัยว่าสแตนเลสไม่ขึ้นสนิมไม่ใช่หรือ จริงอยู่ที่สแตนเลสผลิตมาโดยมีการผสมโครเมียม 10% ในเหล็ก เพื่อเพิ่มผิวเคลือบป้องกันการเกิดสนิมและคราบ แต่เมื่อใช้งานไปผิวเคลือบอาจกระเทาะหรือหลุดทำให้เนื้อเหล็กด้านในสัมผัสกับน้ำและอากาศจนเกิดสนิม

เพื่อป้องกันการหลุดของผิวเคลือบ ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของคลอไรด์ แอลกอฮอล์ แอมโมเนีย หรือสารผสมของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน รวมถึงไม่ใช้แปรงที่ทำจากโลหะ

อุปกรณ์

  • ผ้าหรือฟองน้ำ
  • ช้อนตวง
  • ถ้วยตวง
  • แปรงสีฟันขนนุ่ม
  • หม้อ

วัตถุดิบกำจัดสนิม

  • เบกกิ้งโซดา
  • น้ำส้มสายชู
  • น้ำมะนาว
  • เกลือ
  • ครีมออฟทาร์ทาร์
  • มันฝรั่ง
  • ไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์

ระยะเวลา: 30 นาที

วิธีกำจัดสนิมสแตนเลส เห็นวัตถุดิบแล้วอย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าเรากำลังจะเข้าครัวทำอาหาร วิธีกำจัดสนิมสแตนเลสสามารถทำได้ง่ายโดยใช้วัตถุดิบที่คุณมีติดบ้านอยู่แล้ว ไม่ต้องซื้อหาและไม่มีสารตกค้าง

  1. เบกกิ้งโซดา ผสมเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำ 2 ถ้วยตวง คนส่วนผสมให้เข้ากัน ใช้แปรงสีฟันจุ่มครีมที่ได้ไปป้ายบนบริเวณพื้นผิวสแตนเลสที่มีสนิม ป้ายให้ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงจนแห้ง จากนั้นล้างออกด้วยน้ำและเช็ดแห้ง
  2. น้ำส้มสายชู หากเป็นสิ่งของชิ้นเล็ก ให้แช่ลงไปในน้ำส้มสายชูเลย แต่หากเป็นของชิ้นใหญ่ให้นำน้ำส้มสายชูใส่ขวดสเปรย์และพ่นบริเวณที่มีสนิม ทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างด้วยน้ำยาล้างจาน ตามด้วยน้ำเปล่า และเช็ดแห้ง
  3. น้ำมะนาวและเกลือ โรยเกลือลงไปบริเวณที่มีสนิม บีบมะนาวตามลงไป ทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นใช้แปรงสีฟันขัด ล้างออกด้วยน้ำ และเช็ดแห้ง
  4. น้ำมะนาวและเบกกิ้งโซดา ผสมน้ำมะนาวและเบกกิ้งโซดาในอัตราส่วน 1:1 ป้ายส่วนผสมบนบริเวณที่มีสนิม ทิ้งไว้ 15-30 นาที ใช้ฟองน้ำบิดหมาดขัด และล้างออก
  5. ครีมออฟทาร์ทาร์ ตวงครีมออฟทาร์ทาร์ 1 ช้อนโต๊ะ บีบมะนาวลงไป คนส่วนผสมให้เนียนเข้ากัน ป้ายไปบนพื้นผิวที่เป็นสนิม ทิ้งไว้สักพัก และใช้ฟองน้ำบิดหมาดเช็ดออก
  6. มันฝรั่ง มันฝรั่งมีส่วนประกอบของกรดออกซาลิก ชนิดเดียวกับที่มีในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหลายชนิด ซึ่งกรดนี้ช่วยละลายสนิม เพียงคุณหั่นครึ่งมันฝรั่ง บีบน้ำยาล้างจานไปบนเนื้อด้านในของมันฝรั่ง โรยเกลือหรือเบกกิ้งโซดาบนมันฝรั่ง ใช้มันฝรั่งขัดไปบนพื้นผิวที่มีสนิม จากนั้นล้างน้ำและเช็ดแห้ง

สำหรับวิธีกำจัดสนิมบนเหล็ก ก็สามารถใช้วิธีเดียวกันกับการกำจัดสนิมบนสแตนเลสได้เลย ในส่วนของกระป๋องอาหารที่มีการขึ้นสนิม หากขึ้นบริเวณพื้นผิวตื้นๆ ที่แปรงออกได้ ก็ยังสามารถกินของข้างในได้ แต่หากสนิมกัดกินเนื้อกระป๋องเข้าไปลึก อาจทำให้มีรูและแบคทีเรียหรือเชื้อโรคเข้าไปได้ จึงควรนำไปทิ้ง

วิธีกำจัดคราบสนิมบนเสื้อผ้า

อย่าลืมว่าบนเสื้อผ้าของคุณก็มีสิ่งของที่ทำจากเหล็ก ทั้งซิป กระดุม และตะขอ การซักและการใช้งานเป็นประจำก็อาจทำให้เคลือบผิวหลุดและเกิดสนิมได้ หากสนิมเลอะเสื้อผ้าจะเกิดคราบแต่คุณอย่าเพิ่งตกใจว่าต้องโยนเสื้อผ้าทิ้ง เพราะเรามีวิธีกำจัดคราบสนิมมาฝาก

  1. ไอน้ำและน้ำมะนาว ต้มน้ำในหม้อจนเดือด ปิดเตาให้เรียบร้อยแล้วยกออกจากเตา นำเสื้อบริเวณที่มีคราบสนิมมาอังไอน้ำบนเตา บีบมะนาวลงบนคราบแล้วทิ้งไว้สักครู่ ล้างออกเพื่อดูผล หากยังมีคราบหลงเหลือให้ทำซ้ำจนคราบหลุดออกหมด
  2. เกลือและน้ำมะนาว แผ่เสื้อออกและวางกระดาษทิชชูหนาที่ด้านล่างของคราบเพื่อกันไม่ให้คราบกระจายไปจุดอื่น โรยเกลือลงไปบนคราบ บีบมะนาวลงทับไปบนเกลือ ทิ้งไว้สักพัก จากนั้นใช้เปลือกมะนาวถูเบาๆ บริเวณคราบ สุดท้ายนำเสื้อไปซักตามปกติ
  3. ครีมออฟทาร์ทาร์ ต้มน้ำ 2 ลิตร โดยใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ลงไปด้วย 6 ช้อนชา เมื่อส่วนผสมร้อนให้ปิดเตาและยกหม้อลงจากเตา แช่เสื้อผ้าลงไป ทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมง ก่อนนำไปซักตามปกติ
  4. ไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์ ผสมครีมออฟทาร์ทา์ 1 ช้านชา เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา และหยดไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์ลงไป 2-3 หยด คนให้เข้ากันแล้วป้ายไปบนคราบ ทิ้งไว้ 30 นาทีก่อนซักตามปกติ
  5. น้ำยาซักผ้าสูตรพิเศษ หากคุณเป็นมนุษย์เงินเดือนหรือคุณแม่ลูกอ่อนที่มีเวลาน้อย ลองเลือกน้ำยาซักผ้าสูตรพิเศษที่เข้มข้นและสามารถจัดการกับคราบหนักได้อย่างบรีส เอกเซล สูตรเข้มข้น ที่เพียงป้ายน้ำยาลงบนคราบ ทิ้งไว้สักครู่ก็ซักได้เลย

ข้อควรระวัง! หากเป็นเสื้อผ้าสีเข้ม ให้ทดลองส่วนผสมกับจุดที่ลับตาก่อนเพื่อให้มั่นใจว่าสีเสื้อผ้าจะไม่ด่าง และสำหรับวิธีกำจัดคราบสนิมบนเสื้อผ้า ห้ามใช้น้ำยาฟอกขาวชนิดคลอรีนและห้ามปั่นแห้งเด็ดขาด เพราะจะทำให้คราบสนิมฝังแน่น

ต่อจากนี้คุณก็ใช้สิ่งต่างๆ ที่มีเหล็กและโลหะได้อย่างสบายใจไร้กังวล เพราะมีวิธีกำจัดสนิมและวิธีกำจัดคราบสนิมติดเสื้อ

เผยแพร่ครั้งแรก