ทำความสะอาดของเล่นเด็ก เรื่องใหญ่ที่หลายคนมองข้าม

ของเล่นเป็นภัยใกล้ตัวเด็กได้อย่างไร

อัปเดตเมื่อ

ทำความสะอาดของเล่น ป้องกันเด็กป่วยได้

พ่อแม่ผู้ปกครองเคยสงสัยไหมว่า ทำไมเด็กๆ ไม่สบายอยู่เนืองๆ สิ่งใดในบ้านกันหนอที่เป็นต้นตอที่ทำให้ลูกหลานของคุณป่วยเป็นโรคมือเท้าปาก ไข้หวัด ท้องเสีย จุดเสี่ยงเหล่านั้นก็คือ ของเล่นหน้าตากระจุ๋มกระจิ๋มที่มีเชื้อโรคปะปนอยู่นั่นเอง ดังนั้นการทำความสะอาดของเล่นและการฆ่าเชื้อโรค ควรจัดอยู่ในรายการที่ต้องทำประจำบ้าน 

ควรฆ่าเชื้อโรคที่อาจปะปนอยู่ในจุกหลอกด้วยการต้มในน้ำเดือด 5 นาที ปล่อยให้แห้งก่อนนำไปใช้งาน สำหรับเวลาเดินทาง ควรทำความสะอาดด้วยน้ำอุ่นและสบู่ และก่อนใช้ควรตรวจฉลากว่า สามารถฆ่าเชื้อโรคหรือผ่านความร้อนได้ด้วยวิธีการใดบ้าง

ทำความสะอาดของเล่นบ่อยแค่ไหน

ควรทำทุกวัน สำหรับบ้านที่มีเด็กวัย 0-3 ขวบ ที่มักหยิบจับของเข้าปากตัวเอง หรือไม่ได้ล้างมือให้สะอาดแล้วนำมือมาหยิบอาหารเข้าปาก เชื้อโรคก็อาจเข้าสู่ร่างกายเด็กได้โดยง่าย

ส่วนเด็กอายุมากกว่า 3 ขวบ และไม่ได้มีนิสัยเอาของเล่นใส่ปาก ก็ไม่จำเป็นต้องทำทุกวัน แนะนำให้ทำความสะอาดทุก 1-2 สัปดาห์ ยกเว้นกรณีจำเป็นที่ต้องทำความสะอาดของเล่นหรือฆ่าเชื้อโรคทันที 

แยกประเภทของเล่นก่อนทำความสะอาด 

คุณพ่อคุณแม่รุ่นใหม่อย่าเพิ่งถอนหายใจหรือกังวลจนเกินไป เราได้รวบรวมเคล็ดลับในการทำความสะอาดของเล่นของคุณหนูจากผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กมาให้ไว้ที่นี่ให้คุณแล้ว ดังนี้ 

วิธีทำความสะอาดของเล่นที่ทำจากไม้

เช่น กล่องดนตรี รถลาก กล่องหยอดรูปทรงเรขาคณิต ม้าโยก

  • นำผ้าสะอาดชุบน้ํา บิดให้หมาดก่อนนำไปเช็ดของเล่นไม้

  • ไม่ควรใช้ผ้าเปียกๆ เช็ดของเล่น หรือนำของเล่นไปล้างน้ำ เพราะน้ําจะซึมเข้าไปในเนื้อไม้ และก่อให้เกิดเชื้อรา เป็นอันตรายต่อเด็กได้

  • เมื่อเช็ดเสร็จให้นําของเล่นไปตากแดดหรือให้ลมโกรกจนแห้ง แล้วค่อยเก็บของเล่นให้เข้าที่

วิธีทำความสะอาดของเล่นพลาสติก และของเล่นที่ทำจากยาง 

เช่น ลูกบอล ของเล่นเขย่า

  • ล้างด้วยน้ําสบู่ หรือเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำสะอาด

  • สะบัดน้ำออกให้หมดก่อนที่จะนำไปผึ่งลมให้แห้งสนิท

  • นำสำลีชุบแอลกอฮอล์ หรือทิชชู่เปียก มาเช็ดคราบฝังแน่น หรือแช่ของเล่นด้วยน้ำผสมสบู่เด็ก ก่อนจะล้างน้ำให้สะอาด 

  • ใช้ผ้าสะอาดเช็ดของเล่น และผึ่งลมให้แห้ง การตากแดดนานๆ อาจทำให้วัสดุเสื่อมสภาพ

วิธีทำความสะอาดของเล่นที่ทำจากผ้า 

เช่น ตุ๊กตาผ้า โมบายห้อยแขวน

  • นำของเล่นผ้าไปซักด้วยผลิตภัณฑ์ซักผ้าหรือผงซักฟอกที่ใช้ซักเสื้อผ้าเด็กที่มีคุณสมบัติอ่อนโยน หลังซักเสร็จให้บีบจนหมาด ก่อนนำไปตากแดดหรือผึ่งลมให้แห้ง

สะบัดน้ำออกให้หมดก่อนที่จะนำไปผึ่งลมให้แห้งสนิท

  • หากต้องการซักตุ๊กตาขนนุ่มด้วยเครื่องซักผ้า กรุณาตรวจที่ป้ายก่อนว่าสามารถซักด้วยเครื่องซักผ้าได้หรือไม่ และดูว่าควรใช้น้ำอุณหภูมิเท่าใด

  • หากเป็นตุ๊กตาตัวโปรดของคุณหนูๆ ที่ค่อนข้างมอมแมม ควรโรยผงเบกกิ้งโซดาไปที่ตำแหน่งสกปรกก่อน แล้วผสมน้ำส้มสายชูเล็กน้อยลงไปน้ำระหว่างซักมือ เพื่อช่วยกำจัดคราบได้ง่ายขึ้น

วิธีทำความสะอาดของเล่นที่ต้องใช้แบตเตอรี่

ควรถอดแบตเตอรี่ออกจากของเล่นก่อนทำความสะอาด ระวังไม่ให้น้ำซึมเข้าไปในที่ใส่แบตเตอรี่ หลีกเลี่ยงการโดนน้ำในบริเวณที่เป็นแผงวงจรไฟฟ้า สำหรับการทำความสะอาดส่วนอื่นๆ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำสบู่เช็ดทำความสะอาดให้ทั่ว แล้วนำไปผึ่งลมให้แห้ง ก่อนเก็บของเล่น

ควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคเพื่อทำความสะอาดของเล่นหรือไม่  

ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ควรทำความสะอาดของเล่นทันที หากเด็กนำของเล่นออกไปเล่นข้างนอกบ้าน หรือนำไปโรงเรียน อาจมีเชื้อโรคจากการสัมผัสโดยบุคคลอื่นๆ อาจตกหล่นปนเปื้อนเชื้อโรค  หรือเลอะคราบสกปรก เช่น คราบอาหาร คราบน้ำมูกน้ำลายเสมหะ คราบอาเจียน คราบอุจจาระปัสสาวะ สกัดเชื้อโรคให้ลูกน้อยตั้งแต่ต้นทาง 

ขั้นตอนฆ่าเชื้อโรคเพื่อทำความสะอาดของเล่น

ควรทำความสะอาดฆ่าเชื้อของเล่นทันที หากลูกเพิ่งหายจากการเจ็บป่วยหรือเป็นหวัด  หรือมีเด็กคนอื่นๆ มาเล่นของเล่นของลูกคุณ เพราะอาจมีเชื้อโรคแฝงอยู่

  • ก่อนใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ คุณควรกำจัดคราบสกปรกที่ติดอยู่ก่อน ล้างคราบด้วยน้ำสบู่ และใช้ฟองน้ำหรือผ้าสะอาดถูเบาๆ

  • เมื่อไม่มีคราบแล้ว จึงเช็ดของเล่นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ

  • หากน้ำยาฆ่าเชื้อมีส่วนผสมของคลอรีน ควรเช็ดด้วยน้ำเปล่าอีกรอบเพื่อล้างคลอรีน แต่ถ้าใช้น้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับเด็กที่สกัดจากสารธรรมชาติ ก็จะไม่มีสารเคมีตกค้าง 

ไม่จำเป็นต้องเช็ดน้ำยาออก เพียงแค่ผึ่งลมให้แห้งก่อนเก็บของเล่นก็พอ

หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ ก็อยากเห็นลูกมีสุขภาพแข็งแรงและมีพัฒนาการที่ดี วิธีที่ดีที่สุดและทำง่ายที่สุดก็คือ หมั่นล้างมือให้ลูก และพร่ำสอนให้เด็กๆ ล้างมือวันละหลายๆ ครั้ง จนกลายเป็นนิสัย เพื่อจะนำไปสู่สุขอนามัยแบบยั่งยืน ไม่ยาก! สอนลูกรักล้างมือ

การทำความสะอาดของเล่นลูกเปรียบเสมือนยิงนัดเดียวได้นกสองตัว นอกจากจะป้องกันไม่ให้ของเล่นเป็นแหล่งเชื้อโรคที่ทำให้ลูกป่วยแล้ว ยังเป็นการตรวจเช็คสภาพว่า มีชิ้นส่วนใดชำรุด ควรซ่อมแซม หรือเสื่อมสภาพ

เผยแพร่ครั้งแรก