การใช้น้ำส้มสายชูในการทำความสะอาด: ประโยชน์ของน้ำส้มสายชูและเคล็ดลับ

น้ำส้มสายชูเป็นของประจำบ้านที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากมายจนคาดไม่ถึง ลองดูเคล็ดลับวิธีทำความสะอาดด้วยน้ำส้มสายชูกันดีกว่า

28 กันยายน 2018

วิธีการทำความสะอาดด้วยน้ำส้มสายชู
ภายในบ้าน

คุณสามารถนำน้ำส้มสายชูกลั่นไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายในการทำความสะอาดบริเวณต่างๆ ภายในบ้าน แต่คุณจะทราบได้อย่างไรล่ะว่าเมื่อใดที่ควรใช้น้ำส้มสายชูและเมื่อใดที่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เพราะถึง ประโยชน์ของน้ำส้มสายชูจะมีมากมายสารพัด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้ใช้กับทุกอย่างเสมอไป ด้านล่างนี้คือ 4 สถานการณ์ที่เราแนะนำให้ทำความสะอาดด้วยน้ำส้มสายชูแทนการใช้น้ำยาทำความสะอาด

ถึงแม้ประโยชน์ของน้ำส้มสายชูจะมีนับไม่ถ้วน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีข้อเสียเลย ก่อนใช้น้ำส้มสายชูทำความสะอาด คุณควรทำการทดสอบกับพื้นผิวเป็นบริเวณเล็กๆ เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย

เมื่อใดที่ควรใช้น้ำส้มสายชูทำความสะอาด

เนื่องจากเป็นสารทำความสะอาดตามธรรมชาติที่ไม่เป็นพิษ น้ำส้มสายชูจึงเหมาะเป็นพิเศษกับการทำความสะอาดเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่มีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเฉพาะทางหรือต้องใช้สารเคมีที่เป็นพิษกับสิ่งแวดล้อมหรืออันตรายเกินกว่าที่จะใช้ในบ้านที่มีเด็กเล็กๆ โดยตัวอย่างการใช้งานสี่ประเภท เช่น

1. จัดการกับกลิ่น – แทนที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นเพื่อกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ลองใช้น้ำส้มสายชูที่มีสรรพคุณในการกำจัดกลิ่น โดยถึงแม้กลิ่นของน้ำส้มสายชูเองจะไม่น่าพิศมัยเท่าไหร่ แต่กลิ่นของมันสามารถจางหายไปเองได้ในเวลาไม่นาน

  • เทน้ำส้มสายชู ½ ถ้วย และน้ำเปล่า ½ ถ้วย ลงในชามที่เข้าไมโครเวฟได้ จากนั้นอุ่นให้ร้อนเป็นเวลา 2-3 นาที เพื่อกำจัดกลิ่นในไมโครเวฟ โดยคุณควรระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะน้ำและชามอาจจะร้อนมาก คุณจึงควรปล่อยทิ้งให้เย็นสนิทก่อนจะนำชามออกจากไมโครเวฟ
  • อีกวิธีหนึ่งคือ คุณอาจจะแช่ฟองน้ำในน้ำผสมน้ำส้มสายชูเพื่อใช้เช็ดด้านในของเตาอบให้ทั่ว ล้างทำความสะอาดในน้ำเปล่า และปล่อยให้แห้งสนิท เพียงแค่นี้เตาอบของคุณก็จะปราศจากกลิ่นกวนใจ ซึ่งดีกว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ดับกลิ่น เนื่องจากสารเคมีอาจจะตกค้างอยู่บนพื้นผิวที่ใช้ประกอบอาหาร และอาจจะปนเปื้อนในอาหารทำให้เป็นอันตรายได้

2. กำจัดตะกรัน – ด้วยสรรพคุณน้ำส้มสายชูที่เป็นกรดตามธรรมชาติทำให้สามารถกำจัดตะกรันและน้ำกระด้างที่ตกค้างอยู่บนพื้นผิวที่อาจจะต้องสัมผัสกับอาหารหรือร่างกาย จึงทำให้น้ำส้มสายชูเป็นทางเลือกที่เหมาะสมอย่างยิ่งในกรณีที่คุณไม่มีน้ำยาทำความสะอาดโดยเฉพาะที่แรงๆ

  • ต้มน้ำผสมน้ำส้มสายชูในกาให้เดือด แล้วปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืนเพื่อกำจัดคราบตะกรันที่ติดอยู่ด้านใน ล้างกาให้สะอาดด้วยน้ำเปล่าก่อนใช้งานเพื่อกำจัดคราบตะกรันที่ยังหลงเหลืออยู่
  • หากหัวฝักบัวของคุณอุดตันเพราะตะกรัน ให้ลองถอดหัวฝักบัวออก และนำไปแช่น้ำผสมน้ำส้มสายชูทิ้งไว้ข้ามคืน

3. ผสมน้ำส้มสายชูขณะซักผ้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการซักยิ่งขึ้น – ถึงแม้การใช้น้ำส้มสายชูซักผ้าเพียงอย่างเดียวนั้นจะอาจจะไม่เพียงพอ แต่ก็ช่วยให้ผ้าสีสันสดใสขึ้นและช่วยกำจัดกลิ่นเมื่อใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ซักผ้าคุณภาพดี อย่างเช่น โอโม เป็นต้น

  • เติมน้ำส้มสายชู ¼ ถึง ½ ถ้วย ลงในน้ำสุดท้ายของการซักผ้า เพื่อช่วยให้ผ้ามีสีสันสดใส ช่วยล้างคราบสบู่ตกค้าง และกำจัดกลิ่นอับชื้น แถมยังช่วยลดไฟฟ้าสถิตบนเสื้อผ้าได้อีกด้วย แต่อย่าลืมว่าห้ามผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำยาซักผ้าขาว เพราะจะทำให้เกิดปฏิกริยากลายเป็นแก๊สคลอรีนซึ่งเป็นแก๊สพิษ

4. ช่วยขจัดคราบกาว – ถ้าหากคุณเคยประสบปัญหาลอกสติกเกอร์หรือป้ายราคาออกมาแล้วพบว่ายังมีคราบกาวตกค้างอยู่บนของขวัญสำหรับคนสำคัญหรือบนพื้นผิวเครื่องใช้ในครัวเรือน เรามีวิธีแก้ปัญหานี้ง่ายๆ มาบอก เพียงนำผ้าชุบน้ำส้มสายชู จากนั้นวางทิ้งไว้บนคราบสัก 15-20 นาที แล้วเช็ดออก รับรองว่าคราบจะหายหมดจดจนคุณคาดไม่ถึงเลยล่ะ

เมื่อใดที่ไม่ควรใช้น้ำส้มสายชูทำความสะอาด

ถึงสรรพคุณน้ำส้มสายชูจะมีมากมาย แต่การทำความสะอาดด้วยน้ำส้มสายชูนั้นไม่ได้เหมาะกับทุกสถานการณ์เสมอไป ด้านล่างนี้คือตัวอย่างที่คุณไม่ควรใช้น้ำส้มสายชูเพราะอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพหรือสิ่งของภายในครัวเรือนได้ โดยในกรณีนี้ คุณควรเลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดเฉพาะทางจะดีที่สุด

1. ไม่ควรใช้น้ำส้มสายชูแทนสบู่ – ถึงแม้ประโยชน์ของน้ำส้มสายชูจะมีมากมาย แต่น้ำส้มสายชูมีฤทธิ์เป็นกรด คุณจึงควรใช้สบู่และสารทำความสะอาดอัลคาไลน์ (เช่น น้ำยาล้างจาน) ในการทำความสะอาดคราบมันออกจากจาน เช่นเดียวกันนี้ ควรใช้โอโมในการกำจัดคราบสกปรกและคราบมันออกจากเสื้อผ้า โดยใช้น้ำส้มสายชูช่วยเสริมประสิทธิภาพการซักให้ดียิ่งขึ้นอีกระดับเท่านั้น

2. ไม่ควรใช้น้ำส้มสายชูกับหม้ออะลูมิเนียมและกะทะเหล็กหล่อ – โลหะเหล่านี้มีเป็นพื้นผิวที่มีการทำปฏิกริยากับสารเคมี ดังนั้นน้ำส้มสายชูอาจไปกัดกร่อนให้เสียหายได้ คุณควรใช้ผลิตภัณฑ์ล้างจาน เช่น ซันไลต์ ในการทำความสะอาดจานชามจะดีที่สุด โดยถ้าหากคุณต้องการใช้น้ำส้มสายชูกำจัดคราบตะกรันหรือคราบสบู่ คุณควรใช้กับเฉพาะเครื่องครัวสแตนเลสสตีลหรือเหล็กหล่อเคลือบอีนาเมลเท่านั้น

3. ไม่ควรใช้น้ำส้มสายชูกับผิวเคลือบแว็กซ์ – น้ำส้มสายชูจะกัดแว็กซ์ ทำให้พื้นผิวเสียความเงาวาว ไม่ควรใช้น้ำส้มสายชูกับรถยนต์ที่เคลือบแว็กซ์ และพื้นไม้ลงเงา แต่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดโดยเฉพาะจะดีที่สุด

4. ไม่ควรผสมน้ำส้มสายชูผสมกับน้ำยาฟอกขาว – ข้อนี้เป็นข้อห้ามที่สำคัญมากในการใช้น้ำส้มสายชูทำความสะอาด โดยถึงแม้น้ำส้มสายชูจะมีประโยชน์มากมาย แต่การผสมเข้ากับกรด เช่น สารฟอกขาว จะก่อให้เกิดแก๊สคลอรีนซึ่งเป็นพิษ ดังนั้นจึงควรใช้ผลิตภัณฑ์ฟอกขาวโดยเฉพาะเพียงอย่างเดียวโดยไม่ผสมน้ำส้มสายชู นอกจากนี้ ให้อ่านคำแนะนำบนฉลากให้ละเอียดและทดสอบกับบริเวณเล็กๆ ก่อนใช้ทุกครั้ง

ตัวอย่างเหล่านี้คงจะทำให้คุณเข้าใจดีขึ้นว่าเมื่อไหร่ที่ควรใช้น้ำส้มสายชูและเมื่อไหร่ที่ควรหลีกเลี่ยง เมื่อคุณเชี่ยวชาญในการเลือกใช้ตัวช่วยสารพัดประโยชน์อย่างน้ำส้มสายชูแล้ว ก็รับรองได้ว่าบ้านของคุณจะทั้งสะอาดปิ๊ง ปลอดภัยต่อสุขภาพ และอินเทรนด์รักษ์โลกแบบสุดๆ ไปเลย

ควรใช้สารชีวฆาตอย่างระมัดระวัง โปรดอ่านฉลากและข้อมูลผลิตภัณฑ์ทุกครั้งก่อนใช้งาน