วิธีซักชุดนักเรียน

ชุดนักเรียนนั้นต้องเจอกับคราบสกปรกสารพัด แต่ไม่ต้องกลัว คู่มือของเราจะช่วยให้คุณซักและทำความชุดนักเรียนให้กลับมาดูเหมือนใหม่ในพริบตา

28 กันยายน 2018

วิธีซักชุดนักเรียน
ครอบครัว

คุณคงอยากให้ชุดนักเรียนของลูกนั้นดูสะอาดเหมือนใหม่และใช้งานไปได้นานๆ แต่เสื้อผ้าของเด็กๆ มักจะต้องเผชิญกับคราบเปื้อนมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เศษหญ้า อาหาร หรือหมึกปากกา สำหรับเด็กๆ แล้ว การได้เล่นเลอะเทอะโดยไม่ต้องกลัวเปื้อนเป็นส่วนสำคัญของความสนุกสนาน และทำให้เด็กกล้าออกสำรวจและเรียนรู้โลกรอบตัว คู่มือของเราจะแนะนำวิธีซักเสื้อนักเรียนให้ขาวเหมือนใหม่อีกครั้งได้ง่ายๆ ไม่ว่าลูกของคุณจะกลับมาบ้านพร้อมกับคราบอะไร คุณก็พร้อมรับมือได้เสมอ เพื่อให้ลูกของคุณได้เผชิญโลกกว้างอย่างไร้กังวล

กระชอนสะอาดๆ นับเป็นเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในการซักผ้า ด้วยรูปทรงที่มีฐานวางมั่นคงพร้อมรูสำหรับระบายน้ำ คุณจึงสามารถซักล้างพร้อมกับค่อยๆ กดไล่น้ำออกจากเสื้อผ้าหนาๆ ได้ง่ายดายยิ่งขึ้น

วิธีซักชุดนักเรียน: ความถี่ในการซัก

เราจะพูดถึงวิธีซักชุดนักเรียนที่ด้านล่างนี้ แต่ก่อนอื่น อีกสิ่งหนึ่งซึ่งสำคัญอย่างยิ่งกับการดูแลรักษาชุดนักเรียนก็คือความถี่ในการซัก เพราะถ้าหากไม่ซักบ่อยๆ ก็จะทำให้เสื้อผ้ามีกลิ่นเหม็นอับสกปรก แต่ถ้าหากซักบ่อยเกินไป เสื้อผ้าก็จะเก่าเร็วทำให้คุณต้องเเสียเงินซื้อใหม่บ่อยๆ เราจึงมีคำแนะนำดีๆ มาฝาก

  • คุณควรหมั่นซักเสื้อ กางเกง หรือสิ่งที่ต้องสัมผัสกับผิวโดยตรงอยู่เสมอ โดยควรซักสัปดาห์ละครั้งเป็นอย่างน้อย
  • ส่วนเครื่องแต่งกายชิ้นอื่นๆ เช่น โบว์คอซอง เนคไท หรือผ้าพันคอลูกเสือ ไม่จำเป็นต้องซักบ่อยๆ

เคล็ดลับ 5 ข้อ ในการซักชุดนักเรียน

  1. อ่านป้ายคำแนะนำในการดูแลเสื้อผ้าและฉลากผลิตภัณฑ์ก่อนที่จะซักหรือทาน้ำยากำจัดคราบทุกครั้ง อย่าลืมทดสอบการใช้งานบนเสื้อผ้าในบริเวณเล็กๆ ที่มองไม่เห็นก่อน
  2. หากปกติแล้วคุณมักจะซักชุดนักเรียนด้วยเครื่องซักผ้า ลองเลือกใช้น้ำเย็นและโปรแกรมซักผ้าบอบบางสำหรับกระโปรงและกางเกง เพื่อช่วยรักษาสภาพของเสื้อผ้าไม่ให้สีซีดจางหรือเก่าเร็วเมื่อซักบ่อยๆ
  3. เพื่อให้ผ้ามีสีสันสดใสอยู่เสมอ คุณควรเลือกน้ำยาซักผ้าที่ช่วยดูแลผ้าสี เช่น โอโม พลัส และน้ำยาปรับผ้านุ่มที่เหมาะสม เช่น คอมฟอร์ท อัลตร้า เป็นต้น
  4. หากคุณใช้วิธีปั่นผ้าให้แห้ง คุณควรเลือกใช้ความร้อนระดับต่ำและโปรแกรมการปั่นที่สั้นที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาผ้าหดตัว และควรเอาชุดนักเรียนออกมาจากเครื่องปั่นในขณะที่ผ้ายังคงชื้นเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ผ้ายับมากจนเกินไป
  5. หากคุณไม่สามารถซักชุดเครื่องแบบนักเรียนด้วยเครื่องซักผ้าได้ ลองทำตามคำแนะนำด้านล่างของบทความนี้เพื่อเรียนรู้วิธีซักแห้งด้วยตนเองที่บ้าน

การกำจัดคราบต่างๆ ออกจากชุดนักเรียน

ยิ่งคุณจัดการกับคราบได้เร็วเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งขจัดคราบออกได้ง่ายขึ้นเท่านั้น โดยเราได้นำเสนอวิธีการกำจัดคราบชนิดต่างๆ ที่คุณมักจะพบบ่อยๆ ไว้ที่ด้านล่างนี้ ซึ่งถ้าหากคุณหาวิธีกำจัดคราบที่คุณต้องการไม่พบ ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะที่ Cleanipedia เราได้รวบรวมวิธีการรับมือกับกลิ่นและคราบไว้มากมาย เพียงแค่ใช้เครื่องมือค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ ทั้งนี้ อย่าลืมอ่านป้ายคำแนะนำในการดูแลเสื้อผ้าและทดสอบผลิตภัณฑ์หรือวิธีทำความสะอาดบนเสื้อผ้าเป็นบริเวณเล็กๆ ดูก่อนทุกครั้ง

  • หญ้า – แช่ผ้าในน้ำเย็น จากนั้นทาน้ำยากำจัดคราบหรือน้ำยาซักผ้าลงไป หากคราบนั้นฝังแน่น ลองใช้แอลกอฮอล์ล้างแผลหรือสเปรย์ฉีดผมเพื่อกำจัดคราบดังกล่าว
  • อาหาร – ใช้น้ำยากำจัดคราบ น้ำยาซักผ้า หรือน้ำยาล้างจานค่อยๆ แตะเบาๆ ที่คราบสกปรก
  • หมึกปากกา – ใช้สเปรย์หรือสารทำละลายที่มีแอลกอฮอล์ เช่น เจลล้างมือหรือแอลกอฮอล์ล้างแผล เช็ดที่รอยเปื้อน
  • สี – สำหรับสีที่มีเบสเป็นน้ำ ให้ใช้น้ำอุ่นล้างที่คราบก่อน จากนั้นใช้น้ำยากำจัดคราบ น้ำยาซักผ้า หรือแอลกอฮอล์ล้างแผลช่วยกำจัดคราบที่ยังฝังแน่นอยู่
  • เลือด – ซักผ้าในน้ำเย็นทันที แล้วตามด้วยสบู่ สำหรับคราบฝังแน่นให้ใช้น้ำเย็นผสมเกลือทาทิ้งไว้ที่คราบ 15 นาที
  • โคลน – ทิ้งให้โคลนแห้ง จากนั้นขูดออกให้ได้มากที่สุด แล้วใช้น้ำยากำจัดคราบหรือน้ำยาซักผ้าป้ายลงไปที่คราบ ระวังอย่านำทั้งชุดไปแช่ในน้ำ

ด้วยเคล็ดลับดีๆ ที่บอกไปข้างต้นนี้ คุณจะสามารถรับมือกับคราบต่างๆ บนชุดนักเรียนของลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าอีกด้วย ทีนี้ไม่ว่าเด็กๆ จะไปเล่นสนุกแบบไหนที่โรงเรียน คุณก็จะยังมั่นใจได้ว่าชุดนักเรียนของพวกเขาจะสะอาดเหมือนใหม่และใช้งานต่อไปได้นานไร้กังวล