สอนลูกทำงานบ้านเสริมพัฒนาการที่สำคัญยิ่ง

เด็กที่ช่วยทำงานบ้านตั้งแต่เล็ก จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบ พร้อมจิตสำนึกสาธารณะ

อัปเดตเมื่อ

รวมสารพัดวิธีสอนลูกทำงานบ้าน

ผลการวิจัยจากต่างประเทศที่ใช้เวลานาน 25 ปี พบว่า ความสำเร็จของคนวัยทำงานช่วงเบญจเพส มักเกิดขึ้นมาจากการช่วยทำงานบ้านในช่วงวัยเด็ก ( 3-4 ขวบ)  เนื่องจากได้ฝึกหน้าที่ความรักผิดชอบมาตั้งแต่เล็กๆ นั่นเอง หากบ้านไหนตามใจลูกหรือไม่ให้เขาลงมือทำงานอะไรเลย เขาก็จะคิดว่าไม่ต้องทำงานอะไรก็ได้ เดี๋ยวก็มีคนมาทำให้ อาจส่งผลเสียกลายเป็นนิสัยติดตัวไปจนโต ดังนั้น ยิ่งให้ลูกเริ่มต้นทำงานบ้านเร็วๆ เขาก็จะยิ่งเรียนรู้ได้ดีขึ้น

พ่อแม่ต้องใจแข็งไม่ควรทำงานบ้านแทนลูก ถ้าลูกไม่ยอมนำเสื้อผ้าที่ใช้แล้วไปใส่ในตะกร้า ก็ลองปล่อยให้ลูกไม่มีเสื้อผ้าสะอาดใช้หรือใส่ไปโรงเรียน ลูกก็จะได้บทเรียน ไม่ลืมงานบ้านที่ได้รับมอบหมายอีก

ควรสอนลูกทำงานบ้านตั้งแต่อายุเท่าไร และจะเลือกอย่างไรให้เหมาะกับวัย

เริ่มสอนได้ตั้งแต่ยังเล็กในวัยที่เริ่มเดิน หรือประมาณ 2 ขวบ ซึ่งเป็นวัยที่ชอบทดลองและอยากเรียนรู้ งานบ้านเป็นกิจกรรมเสริมพัฒนาการให้เด็กเล็กได้ดี เด็กมักเลียนแบบผู้ใหญ่ ควรเริ่มจากเก็บเตียงนอนและเก็บของเล่นให้เข้าที่ อาจจัดหาไม้กวาดน้อยๆ และที่โกยผงอันเล็กๆ มาให้ลูก คุณอาจช่วยถือที่โกยผงให้ในเวลาที่ลูกกวาด หรือสอนให้นำเสื้อผ้าที่ใช้แล้วมาใส่ในตะกร้า (ควรนำตะกร้ามาวางไว้ใกล้ๆ ห้องน้ำ) หรือจะสอนให้ลูกวางรองเท้าที่ชั้นวางก็ได้ เด็กในวัยนี้สามารถเก็บของเล่นที่อยู่ตามพื้นมาใส่ในกล่องได้ อย่าลืมว่าเด็กวัยนี้กล้ามเนื้อยังไม่แข็งแรง เวลากวาดถูบ้านก็ยังไม่สะอาด ขอให้คุณพ่อคุณแม่ให้กำลังใจและชมเชยบ่อยๆ 

พอลูกอายุ 4 ขวบ ควรสอนให้รู้จักรับผิดชอบมากขึ้น ฝึกทำงานบ้านตามเวลาที่กำหนด เช่น เก็บที่นอนและเครื่องนอน จัดโต๊ะอาหาร ช่วยทำอาหารง่ายๆ เก็บของเล่นแยกตามประเภทได้ (อาจหากล่องหรือถังสีสดๆ มาช่วยแยกประเภทของเล่น) พับผ้าและกลับด้านในเสื้อผ้า อีกทั้งสามารถแยกประเภทเสื้อผ้า เช่น จับคู่ถุงเท้า และนำไปเก็บในลิ้นชัก 

เมื่อเข้าสู่วัยเรียน ควรเลื่อนขึ้นมาเป็นงานบ้านที่ยากขึ้น ต้องใช้ความพยายามจึงจะสำเร็จ เช่น แยกประเภทขยะทิ้งลงถังให้ถูกต้อง ดูแลสวนและสัตว์เลี้ยง

ประโยชน์จากการสอนลูกทำงานบ้าน

จากการวิจัยพบว่าเด็กที่ทำงานบ้านมาตั้งแต่ยังอายุน้อยๆ จะทำให้เด็ก

  • เติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบ

  • มีจิตสำนึกสาธารณะ พร้อมให้ความช่วยเหลือและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เพราะตัวเองเคยผ่านความยากลำบากมาแล้วจากการทำงานบ้าน

  • ช่วยให้เด็กทำงานได้รวดเร็วและสามารถจับประเด็นได้ดี ซึ่งเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้สิ่งต่างๆ

  • จะเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ง่าย และเข้าใจความรู้สึกทุกข์ยากของคนอื่นได้ดี 

  • มีความสุขกับชีวิตครอบครัวมากยิ่งขึ้น จากแนวคิดที่ว่าการทำงานบ้านเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตครอบครัว

เทคนิคเลี้ยงลูกให้ฉลาดด้วยการสอนลูกทำงานบ้าน

ลูกไม่ชอบให้ออกคำสั่ง แค่เปลี่ยนโทนเสียงของคุณมาเป็นคำชวนให้ลูกช่วยงานบ้าน เช่น “เรามาช่วยกันพับผ้านะลูก” โดยให้ลูกเลือกงานที่ชอบและเหมาะกับวัย คุณพ่อคุณแม่ควรทำให้ลูกดูเป็นตัวอย่างทีละขั้นตอน ปล่อยให้ลูกทำเท่าที่ทำได้ แล้วคุณค่อยตามเก็บงานทีหลัง คุณพ่อคุณแม่อาจจะเหนื่อยสักหน่อย แต่คุ้มค่าระยะยาวแน่นอน 

ลองทำตารางงานเพื่อกระตุ้นให้ลูกทำงานบ้านอย่างมสม่ำเสมอ อาจทำตารางงานน่ารักๆ ติดสติ๊กเกอร์ที่ลูกชอบ หรือให้ลูกช่วยวาดภาพและระบายสี แล้วนำปากกาสีสดมาแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบในแต่ละวัน

ควรสอนลูกทำงานบ้านทีละอย่าง เริ่มต้นจากเรื่องง่ายๆ และให้ลูกได้ทำงานบ้านซ้ำๆ จนกว่าจะได้ผลที่น่าพอใจ ลองจัดให้ลูกดูแลห้องนอนหรือมุมโต๊ะเขียนหนังสือของเขาก่อน แล้วค่อยๆ ขยับมาเป็นงานส่วนร่วม เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ต่อจากนั้นจึงทยอยสอนงานใหม่ๆ ถือเป็นกิจกรรมเสริมพัฒนาการได้ด้วย 

จะทำอย่างไรหากลูกไม่ช่วยทำงานบ้าน

ใช้โทนเสียงที่นุ่มนวลแต่มั่นคงเพื่อกำหนดขอบเขตในการช่วยทำงานบ้าน ดีกว่าใช้คำสั่งลอยๆ เปลี่ยนคำพูดจาก “เก็บของเล่นลงกล่องเดี๋ยวนี้” เป็น “ลูกต้องเก็บของใส่กล่องให้เสร็จก่อน แล้วค่อยออกไปเล่นข้างนอกนะคะ/ครับ” ถ้าได้ยินเสียงบ่นจากลูกตามมา คุณก็ควรใช้น้ำเสียงนิ่งๆ แต่เด็ดขาดว่า “ลูกจะร้องไห้ก่อนก็ได้ ร้องให้เสร็จแล้ว ก็ไปเก็บที่นอนให้เรียบร้อยนะคะ/ครับ” 

เปลี่ยนบรรยากาศให้แจ่มใสขึ้นด้วยการเปิดเพลงคลอไประหว่างทำงานบ้าน เลือกเพลงที่ลูกชอบ ประสานเสียงร้องเพลงในระหว่างทำงานบ้าน หรือเต้นเข้าจังหวะขณะกวาดบ้าน ถูพื้น เก็บของ หรือพับผ้า ก็อาจลดความน่าเบื่อของงานบ้านลงได้ 

การทำงานบ้านไม่ใช่แค่การทำงานให้ผ่านไปวันๆ แต่มันคือวิธีการเลี้ยงลูกให้ฉลาด เป็นกิจกรรมเสริมพัฒนาการ และเป็นทักษะสำคัญของชีวิตที่จะคงอยู่กับลูกน้อยของคุณตลอดกาล

เผยแพร่ครั้งแรก