5 วิธีล้างผักผลไม้ให้สะอาดปลอดภัยในยุคโควิด

ล้างอย่างไรจะลดสารพิษตกค้าง ห่างไกลเชื้อโรค

อัปเดตเมื่อ

ผลไม้และผักในกระดาษและถุงผ้า

แม้ว่าในผักผลไม้จะอุดมด้วยสารอาหารและวิตามินที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันต้านโรค แต่ด้วยสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19 ก่อนนำมารับประทานหรือปรุงอาหาร เราต้องแน่ใจว่าผักผลไม้เหล่านั้นสะอาด ปลอดภัย ไม่ปนเปื้อนสารพิษและเชื้อโรค ซึ่งก็มีวิธีล้างผักผลไม้อยู่หลายวิธีที่ทำได้ง่ายๆ และใช้ของที่มีอยู่แล้วในครัว

ล้างโดยให้น้ำไหลผ่านให้ทั่ว

การล้างโดยให้น้ำไหลผ่านเป็นวิธีล้างผักผลไม้ที่ง่ายและสะดวกที่สุด

  • เริ่มด้วยการเด็ดผักออกเป็นใบๆ ใส่ลงในตะกร้าหรือตะแกรงโปร่ง 
  • จากนั้นเปิดน้ำด้วยความแรงพอประมาณให้น้ำไหลผ่าน (ยิ่งถ้ามีหัวก๊อกแบบที่เป็นฝักบัวยิ่งดี เพราะละอองฝอยของน้ำจากฝักบัวจะช่วยให้ผักไม่ช้ำ) 
  • ระหว่างล้างให้ใช้มือช่วยคลี่ใบผักและถูไปมาให้ทั่ว โดยเพิ่มระยะเวลาล้างจากปกติที่แนะนำประมาณ 2 นาที เป็น 5 นาที

ส่วนผลไม้ก็ใช้วิธีคล้ายๆ กัน โดยให้น้ำไหลผ่านทั่วทุกผล โดยเฉพาะชนิดที่ไม่ใช่ผลเดี่ยวหรือเป็นพวง เช่น องุ่น ควรตัดแยกเป็นพวงย่อยๆ เพื่อให้น้ำผ่านเข้าไปชะล้างได้ทั่วถึง วิธีนี้จะช่วยลดสารตกค้างจากยาฆ่าแมลงได้กว่าครึ่ง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการดูดซับสารเคมีของผักผลไม้แต่ละชนิด แม้วิธีล้างผักผลไม้โดยให้น้ำไหลผ่านจะไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้โดยตรง แต่การล้างอย่างพิถีพิถันจะช่วยลดปริมาณเชื้อโรคที่เกาะติดตามผิวของผักผลไม้ได้มากจนถึงระดับที่น่าจะปลอดภัย 

ล้างด้วยน้ำส้มสายชู

วิธีนี้จะช่วยลดสารพิษจากยาฆ่าแมลงได้ถึง 60-84% ทั้งยังช่วยชะล้างไข่พยาธิในผักสดได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยลดปริมาณเชื้อโรคที่เกาะติดบนผักผลไม้ได้มากขึ้นกว่าการล้างด้วยน้ำเพียงอย่างเดียว การล้างผักด้วยน้ำส้มสายชูทำได้ง่ายๆ โดยนำน้ำส้มสายชูชนิดที่มีกรดน้ำส้มเข้มข้น 5% ผสมกับน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1:10 จากนั้นนำผักมาแช่ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกรอบ

แต่ก็มีข้อควรระวัง คือ ไม่ควรใช้ภาชนะพลาสติก เพราะกรดน้ำส้มจะทำปฏิกิริยาพลาสติกและอาจทำให้ผักบางชนิดมีกลิ่นของน้ำส้มสายชูติดไปด้วยหรือาจทำให้ผักบางชนิดเปลี่ยนสีหรือมีรสชาติเปลี่ยนไป

ล้างด้วยเบกกิ้งโซดา

เบกกิ้งโซดา (Baking Soda) หรือโซเดียมไบคาร์บอเนต (Sodium bicarbonate) เป็นวิธีล้างผักผลไม้อีกวิธีที่ได้รับการยอมรับจากองค์กรด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยในอาหารทั่วโลกแล้วว่าได้ผล โดยใช้เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำ 10 ลิตร นำผักหรือผลไม้มาแช่ไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีก 2 ครั้ง

วิธีนี้จะช่วยลดสารพิษตกค้างได้มากถึง 80-95% เลยทีเดียว ทั้งยังช่วยลดปริมาณเชื้อโรคที่เกาะติดอยู่ได้อีกด้วย ซึ่งปริมาณเชื้อโรคที่ลดลงเท่ากับความเสี่ยงที่เราจะได้สัมผัสหรือรับประทานเข้าไปก็จะลดลงด้วย อย่างไรก็ตาม เบกกิ้งโซดามีส่วนผสมของโซเดียมอยู่และอาจถูกดูดซึมเข้าไปในเส้นใยผักและผลไม้ที่นำไปแช่ ถ้าล้างไม่สะอาดและร่างกายรับเข้ามากเกินไป อาจทำให้ท้องเสียได้

ล้างด้วยน้ำยาล้างผัก

ปัจจุบันมีน้ำยาล้างผักให้เลือกมากมายในท้องตลาด แต่ตอนเลือกซื้อต้องดูฉลากให้ละเอียดว่าน้ำยาล้างผักนั้นมีส่วนผสมอะไรบ้าง แนะนำว่าควรมีส่วนผสมที่รับประทานเข้าไปแล้วไม่เกิดอันตรายต่อร่างกาย (ผ่านมาตรฐานรับรองว่าเป็น food grade หรือสูตรออแกนิก) และต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง โดยควรเลือกชนิดเจือจางประมาณ 0.3% อัตราส่วนในการใช้ตามคำแนะนำบนฉลาก

นำผักผลไม้ไปแช่ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ไม่ควรแช่นานเกินกว่านี้ เพราะน้ำยาจะซึมเข้าในผักผลไม้จนอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด วิธีนี้จะช่วยลดปริมาณสารพิษจากยาฆ่าแมลงได้ประมาณ 25-70%

ล้างคู่กันกับผงปูนคลอรีน

วิธีล้างผักผลไม้ให้สะอาดโดยใช้ผงปูนคลอรีน (แคลเซียมไฮโปคลอไรต์) เป็นอีกวิธีที่น้อยคนจะรู้ แต่ต่อจากนี้ไปควรต้องซื้อหาติดบ้านไว้ วิธีการ คือ ใช้ผงปูนคลอรีน 60% ในปริมาณครึ่งช้อนชา (ความเข้มข้นของคลอรีน 50 พีพีเอ็ม) ผสมกับน้ำ 20 ลิตร แช่ผักผลไม้ทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาที วิธีนี้จะช่วยฆ่าเชื้อโรคและทำลายไข่พยาธิได้ดีมาก

ล้างสะอาดแล้วไม่ควรพลาดเรื่องการจัดเก็บ

ผักผลไม้ที่ล้างสะอาดแล้ว ควรจัดเก็บอย่างเหมาะสมเพื่อให้สดนานและป้องกันการปนเปื้อนจากเชื้อโรคก่อนที่จะนำมาประทาน วิธีเก็บผักผลไม้ที่สะดวกง่ายดายที่สุดแบบไม่ต้องใช้ทักษะใดๆ ให้ยุ่งยาก ก็คือ การจัดเก็บในตู้เย็น ซึ่งตู้เย็นส่วนใหญ่จะแบ่งช่องจัดเก็บอาหารประเภทต่างๆ ไว้ให้แล้วอย่างเป็นสัดเป็นส่วน จึงควรจัดเก็บผักผลไม้ตามช่องเก็บที่ผู้ผลิตแนะนำ โดยใส่ภาชนะหรือถุงพลาสติกที่สะอาดไม่อัดแน่น และแยกประเภทกัน หรือถ้าเก็บไว้นอกตู้เย็น ควรบรรจุในภาชนะที่โปร่งสะอาด สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 75 ซม. มีวัสดุปกปิดเพื่อป้องกันฝุ่นละอองและสัตว์นำโรค แต่ในขณะเดียวกันก็ควรมีการระบายอากาศที่ดี ไม่ร้อนอบหรืออับชื้น จะเห็นว่าวิธีล้างผักผลไม้ให้สะอาดและเหมาะกับสถานการณ์ช่วงนี้มีหลายวิธี แต่จะเลือกวิธีไหนก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละคน รวมไปถึงชนิดและปริมาณของผักผลไม้

แต่สิ่งที่สำคัญอย่างมาก ก็คือ ควรเลือกซื้อผักผลไม้จากร้านหรือสถานที่ที่ไว้ใจได้และใส่ใจเรื่องความสะอาด แล้วอย่าลืมรับประทานอาหารหลากหลายให้ครบทั้ง 5 หมู่ เลือกอาหารที่ปรุงสุกใหม่ งดกินอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ ถ้าเป็นไปได้ควรแยกใช้ภาชนะและช้อนส่วนตัว ดูแลเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ให้สะอาดอยู่เสมอ สวมหน้ากากและล้างมือบ่อยๆ เพื่อป้องกันตัวเราเองให้ปลอดภัยจากเชื้อ COVID-19

เผยแพร่ครั้งแรก