เคยสงสัยกันไหมว่าล้างผักด้วยอะไรดีที่สุดแม้ว่าในผักผลไม้จะอุดมด้วยสารอาหารและวิตามินที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันต้านโรค แต่ด้วยสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ผ่านมาทำให้ผู้คนต้องใส่ใจเรื่องสุขภาพอาหารและการกินก่อนนำมารับประทานหรือปรุงอาหาร โดยเราต้องแน่ใจว่าผักผลไม้เหล่านั้นสะอาด ปลอดภัย ไม่ปนเปื้อนสารพิษและเชื้อโรค ซึ่งก็มีวิธีล้างผักผลไม้อยู่หลายวิธีที่ทำได้ง่ายๆ และใช้ของที่มีอยู่แล้วในครัว
วันนี้เลยอยากชวนทุกคนมาดูว่าวิธีล้างผักผลไม้ให้สะอาดนั้นทำอย่างไร ต้องล้างแบบไหน ล้างกี่ขั้นตอน และล้างผักผลไม้ด้วยอะไรดีที่สุด ถ้าอยากรู้ก็มาหาคำตอบกันได้ที่บทความด้านล่างกันเลย
วิธีล้างผักผลไม้ด้วยการให้น้ำไหลผ่านให้ทั่ว

การล้างผักผลไม้โดยให้น้ำไหลผ่านเป็นวิธีล้างที่ง่ายและสะดวกที่สุด
- ✦
เริ่มด้วยการเด็ดผักออกเป็นใบๆ ใส่ลงในตะกร้าหรือตะแกรงโปร่ง
- ✦
จากนั้นเปิดน้ำด้วยความแรงพอประมาณให้น้ำไหลผ่าน (ยิ่งถ้ามีหัวก๊อกแบบที่เป็นฝักบัวยิ่งดี เพราะละอองฝอยของน้ำจากฝักบัวจะช่วยให้ผักไม่ช้ำ ถ้าน้ำแรงมากเกินไปอาจจะทำให้ผักช้ำและดูไม่น่ากิน)
- ✦
ระหว่างล้างให้ใช้มือช่วยคลี่ใบผักและถูไปมาให้ทั่ว โดยเพิ่มระยะเวลาล้างจากปกติที่แนะนำประมาณ 2 นาที เป็น 5 นาที ถูผักวนไปเลยจ้าาา
ส่วนวิธีล้างผลไม้ให้สะอาดก็ใช้วิธีคล้ายๆ กันกับการล้างผัก โดยให้น้ำไหลผ่านทั่วทุกผล โดยเฉพาะชนิดที่ไม่ใช่ผลเดี่ยวหรือเป็นพวง เช่น องุ่น ควรตัดแยกเป็นพวงย่อยๆ เพื่อให้น้ำผ่านเข้าไปชะล้างได้ทั่วถึง วิธีการล้างผลไม้แบบนี้จะช่วยทำให้สารตกค้างในผลไม้ลดลง ไม่ว่าจะเป็นสารเคมีหรือฝุ่นและดินที่เกาะติดมาจากการขนส่ง อีกทั้งยังช่วยลดสารตกค้างจากยาฆ่าแมลงได้กว่าครึ่ง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการดูดซับสารเคมีของผักผลไม้แต่ละชนิด แม้วิธีล้างผักผลไม้โดยให้น้ำไหลผ่านจะไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้โดยตรง แต่การล้างอย่างพิถีพิถันจะช่วยลดปริมาณเชื้อโรคที่เกาะติดตามผิวของผักผลไม้ได้มากจนถึงระดับที่น่าจะปลอดภัย ทั้งนี้บางผลไม้ก็ควรล้างให้สะอาดด้วยการเปิดน้ำให้ไหลผ่านแรงๆ โดยการล้างผลไม้แบบนี้จะไม่ทำให้ผลไม้มีรอยช้ำเกิดขึ้น แต่ทั้งนี้วิธีการล้างผลไม้ให้สะอาดต้องดูว่าผลไม้เป็นผลไม้ชนิดไหนด้วย เพราะผลไม้บางชนิดบอบช้ำได้ง่าย ต้องใช้น้ำล้างอย่างเบามือ
วิธีล้างผักและผลไม้ด้วยน้ำส้มสายชู
มาต่อกันด้วยวิธีล้างผักและผลไม้ด้วยน้ำส้มสายชู ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติจะช่วยลดสารพิษจากยาฆ่าแมลงได้ถึง 60-84% เป็นวิธีล้างผักให้สะอาดที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ในครัวไทย แถมวิธีนี้ยังช่วยชะล้างไข่พยาธิในผักสดได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยลดปริมาณเชื้อโรคที่เกาะติดบนผักผลไม้ได้มากขึ้นกว่าการล้างด้วยน้ำเพียงอย่างเดียว การล้างผักด้วยน้ำส้มสายชูทำได้ง่ายๆ โดยนำน้ำส้มสายชูชนิดที่มีกรดน้ำส้มเข้มข้น 5% ผสมกับน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1:10 จากนั้นนำผักมาแช่ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกรอบ
แต่ก็มีข้อควรระวัง คือ ไม่ควรใช้ภาชนะพลาสติก เพราะกรดน้ำส้มจะทำปฏิกิริยาพลาสติกและอาจทำให้ผักบางชนิดมีกลิ่นของน้ำส้มสายชูติดไปด้วยหรือาจทำให้ผักบางชนิดเปลี่ยนสีหรือมีรสชาติเปลี่ยนไป
วิธีล้างผักและผลไม้ด้วยเบกกิ้งโซดา
การใช้เบกกิ้งโซดา (Baking Soda) หรือโซเดียมไบคาร์บอเนต (Sodium bicarbonate) เพื่อล้างผักและผลไม้เป็นวิธีล้างผักผลไม้อีกวิธีที่ได้รับการยอมรับจากองค์กรด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยในอาหารทั่วโลกแล้วว่าได้ผล โดยใช้เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำ 10 ลิตร นำผักหรือผลไม้มาแช่ไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีก 2 ครั้ง
วิธีล้างผักแบบดังกล่าวจะช่วยลดสารพิษที่ตกค้างมาจากผลและผลไม้ได้สูงถึง 80 - 95 % กันเลยทีเดียว ใครที่รู้สึกว่าการล้างผักผลไม้เป็นเรื่องยาก ให้ลองล้างด้วยวิธีนี้ดู รับรองว่าลดปริมาณเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี และไม่มีกลิ่นเหม็นหรือกลิ่นใดๆ ติดมือมาด้วย แต่ถึงอย่างนั้นแล้ว การใช้เบกกิ้งโซดาก็มีข้อควรระวัง เพราะถ้าหากล้างเบกกิ้งโซดาออกจากผักหรือผลไม้ไม่หมด เมื่อบริโภคเข้าไป ก็อาจจะทำให้ผู้บริโภคท้องเสียได้นั่นเอง
วิธีล้างผักและผลไม้ด้วยน้ำยาล้างผัก
ขาดไปไม่ได้กับวิธีล้างผักให้สะอาดด้วยน้ำยาล้างผัก เพราะปัจจุบันมีน้ำยาล้างผักให้เลือกมากมายในท้องตลาด แต่ตอนเลือกซื้อต้องดูฉลากให้ละเอียดว่าน้ำยาล้างผักนั้นมีส่วนผสมอะไรบ้าง แนะนำว่าควรมีส่วนผสมที่รับประทานเข้าไปแล้วไม่เกิดอันตรายต่อร่างกาย (ผ่านมาตรฐานรับรองว่าเป็น food grade หรือสูตรออร์แกนิก) และต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง โดยควรเลือกชนิดเจือจางประมาณ 0.3% อัตราส่วนในการใช้ตามคำแนะนำบนฉลาก
นำผักผลไม้ไปแช่ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ไม่ควรแช่นานเกินกว่านี้ เพราะน้ำยาจะซึมเข้าในผักผลไม้จนอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด วิธีนี้จะช่วยลดปริมาณสารพิษจากยาฆ่าแมลงได้ประมาณ 25-70% เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในวิธีล้างผักให้สะอาดที่ได้รับความนิยมในบ้านๆ บ้านกันเลยทีเดียว เพราะสะดวกจริง!
วิธีล้างผักและผลไม้คู่กันกับผงปูนคลอรีน
หากใครสงสัยว่าล้างผักด้วยอะไรดีที่สุด ลองมาดูวิธีล้างผักผลไม้ให้สะอาดโดยใช้ผงปูนคลอรีน (แคลเซียมไฮโปคลอไรต์) ที่เป็นอีกวิธีที่น้อยคนจะรู้ แต่ต่อจากนี้ไปควรต้องซื้อหาติดบ้านไว้ วิธีการ คือ ใช้ผงปูนคลอรีน 60% ในปริมาณครึ่งช้อนชา (ความเข้มข้นของคลอรีน 50 พีพีเอ็ม) ผสมกับน้ำ 20 ลิตร แช่ผักผลไม้ทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาที วิธีนี้จะช่วยฆ่าเชื้อโรคและทำลายไข่พยาธิได้ดีมาก ล้างผักสะอาดได้อย่างหมดจรด
วิธีล้างผักและผลไม้ด้วยเกลือ
เอาละไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ แต่คุณสามารถล้างผักผลไม้ให้สะอาดง่ายๆ ด้วยวิธีคลาสสิกอย่างการใช้เกลือ การล้างผักด้วยเกลือสามารถทำได้ด้วยการใช้เกลือป่นปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ละลายน้ำสะอาดปริมาณ 4 ลิตร หลังจากนั้นให้ทำการแช่ผักหรือผลไม้ในน้ำที่ผสมเกลือเป็นระยะเวลา 10 นาที เท่านี้จะทำให้คุณสามารถลดปริมาณสารเคมีและสิ่งตกค้างที่อยู่บนผักและผลไม้ได้แล้ว หนึ่งในวิธีล้างผักให้สะอาดแบบง่ายๆ ที่ใครหลายคนอาจจะนึกไม่ถึงเลยด้วยซ้ำ ถ้าลองทำตามแล้วได้ผล รู้สึกว่าผักและผลไม้สะอาดขึ้น ลองเอาบทความนี้ไปแบ่งปันให้เพื่อนๆ และคนรอบตัวอ่านกันได้
Source: 1
วิธีล้างผักและผลไม้ให้สะอาดแล้วไม่ควรพลาดเรื่องการจัดเก็บ
วิธีล้างผักและผลไม้ให้สะอาดแล้วไม่ควรพลาดเรื่องการจัดเก็บ เพราะผักผลไม้ที่ล้างสะอาดแล้ว ควรจัดเก็บอย่างเหมาะสมเพื่อให้สดนานและป้องกันการปนเปื้อนจากเชื้อโรคก่อนที่จะนำมาประทาน วิธีเก็บผักผลไม้ที่สะดวกง่ายดายที่สุดแบบไม่ต้องใช้ทักษะใดๆ ให้ยุ่งยาก ก็คือ การจัดเก็บในตู้เย็น ซึ่งตู้เย็นส่วนใหญ่จะแบ่งช่องจัดเก็บอาหารประเภทต่างๆ ไว้ให้แล้วอย่างเป็นสัดเป็นส่วน
ควรจัดเก็บผักผลไม้ตามช่องเก็บที่ผู้ผลิตแนะนำ โดยใส่ภาชนะหรือถุงพลาสติกที่สะอาดไม่อัดแน่น และแยกประเภทกันมากเกินไป หรือถ้าเก็บไว้นอกตู้เย็น ควรบรรจุในภาชนะที่โปร่งสะอาด สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 75 ซม. มีวัสดุปกปิดเพื่อป้องกันฝุ่นละอองและสัตว์นำโรคเข้าไปแพร่เชื้อโรคหรือทำลาย แต่ในขณะเดียวกันก็ควรมีการระบายอากาศที่ดี ไม่ร้อนอบหรืออับชื้น จะเห็นว่าวิธีล้างผักผลไม้ให้สะอาดและเหมาะกับสถานการณ์ช่วงนี้มีหลายวิธี แต่จะเลือกวิธีไหนก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละคน รวมไปถึงชนิดและปริมาณของผักผลไม้
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณควรเลือกซื้อผักและผลไม้จากร้านค้าหรือสถานที่ไว้ใจได้ เพื่อให้ทราบแหล่งที่มาของผักและผลไม้อย่างชัดเจน ตรวจสอบได้ และใส่ใจเรื่องความสะอาดเป็นอันดับแรก มั่นใจได้ว่าถ้าหากคุณป่วยหลังจากรับประทานรับประทานผักและผลไม้ก็สามารถตรวจสอบร้านค้าและสถานที่ที่ซื้อมาได้ หลังจากช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้คนใส่ใจเรื่องความสะอาดและสุขภาพกันมากขึ้น อย่าลืมรับประทานอาหารหลากหลายให้ครบทั้ง 5 หมู่ เลือกอาหารที่ปรุงสุกใหม่ งดกินอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ ถ้าเป็นไปได้ควรแยกใช้ภาชนะและช้อนส่วนตัว ดูแลเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ให้สะอาดอยู่เสมอ สวมหน้ากากและล้างมือบ่อยๆ เพื่อป้องกันตัวเราเองให้ปลอดภัยจากเชื้อ COVID-19 และเชื้อโรคอื่นๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกๆ วันเพื่อสุขภาพและสุขอนามัยที่ดีของคุณ