Unilever logo
Cleanipedia logo

ความแตกต่างระหว่างผงซักฟอกกับน้ำยาซักผ้า รู้ไว้ แล้วจะได้เลือกใช้ให้ถูก

พร้อมเคล็ดไม่ลับกับวิธีซักผ้าให้สะอาดด้วยเครื่องซักผ้า

อัปเดตเมื่อ

เวลาอ่าน: นาที

เสื้อผ้าแช่น้ำ

การซักผ้าเป็นงานที่มีรายละเอียดต้องใส่ใจมากมาย การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเสื้อผ้าก็เป็นอีกเรื่องที่ยังคงสร้างความมึนงงสงสัยให้หลายคน เพราะหลักๆ แล้วมี 2 แบบ คือ ผงซักฟอกและน้ำยาซักผ้า ซึ่งล้วนผลิตขึ้นมาเพื่อขจัดคราบสกปรกเหมือนกัน แต่จริงๆ แล้ว ผงซักฟอกกับน้ำยาซักผ้ามีคุณสมบัติต่างกันตรงไหน อะไรดีกว่ากัน งานลักษณะไหนควรใช้ผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้า มาหาคำตอบไปพร้อมกันเลย

ความเหมือนกัน (เป็นส่วนใหญ่) ในผงซักฟอกและน้ำยาซักผ้า

ผงซักฟอกกับน้ำยาซักผ้ามีส่วนประกอบพื้นฐานเหมือนกัน นั่นคือ สารซักฟอก รวมถึงสารเสริมคุณสมบัติอื่นๆ อย่างสารฟอกขาว (bleach) ที่ช่วยขจัดคราบและทำให้ผ้าขาวสดใส สารฟลูออเรสเซนต์ ซึ่งเป็นสารเรืองแสงที่ช่วยให้ผ้าที่เหลืองและหมองดูขาวสว่างตาขึ้น และบางสูตรอาจเติมเอนไซม์ลงไปด้วย เพื่อช่วยเร่งปฏิกิริยาทางเคมีบางอย่าง เช่น โพรทีส  (Protease) ช่วยย่อยสลายโปรตีน ไลเปส (Lipase) ช่วยย่อยสลายไขมัน อะไมเลส (Amylase) ช่วยย่อยสลายแป้ง ทำให้ผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้ามีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดดีขึ้น

ส่วนที่แตกต่างกันระหว่างผงซักฟอกกับน้ำยาซักผ้า

ส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ผงซักฟอกกับน้ำยาซักผ้าต่างกัน คือ สารเติมเต็ม (filler) โดยในผงซักฟอกจะใช้โซเดียมซัลเฟต (sodium sulfate) เพื่อช่วยไม่ให้ผงซักฟอกจับเป็นก้อนและช่วยให้ละลายน้ำได้ดีขึ้น ในบางสูตรมีโซเดียม ซิลิเกต (sodium silicate) ช่วยป้องกันการผุกร่อนของเครื่องซักผ้า หรือแม้แต่สารจำกัดปริมาณฟองของผงซักฟอกไม่ให้มากเกินไป

ส่วนสารเติมเต็มส่วนใหญ่ในน้ำยาซักผ้า คือ น้ำ ซึ่งใช้เป็นตัวทำละลายสารเคมีต่างๆ และช่วยให้ผลิตภัณฑ์ละลายน้ำได้เร็วและสม่ำเสมอขึ้น นอกจากนี้ บางสูตรอาจเติมแอลกอฮอล์ลงไปได้ด้วยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการละลายน้ำและลดอุณหภูมิจุดเยือกแข็งของน้ำยาซักผ้า กรณีที่อยู่ในสภาพอากาศหนาวเย็น

ผงซักฟอกได้เปรียบเรื่องราคา

โดยทั่วไป ถ้าเปรียบเทียบปริมาณที่เท่ากัน ราคาผงซักฟอกจะถูกกว่าน้ำยาซักผ้า ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้คนส่วนใหญ่เลือกใช้ผงซักฟอกมากกว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะในกระบวนการผลิตน้ำยาซักผ้าจะต้องใช้สารเคมีมากกว่าผงซักฟอกนั่นเอง   

น้ำยาซักผ้าจัดเก็บง่าย ใช้สะดวกกว่า?

เนื่องจากอยู่ในรูปของของเหลว จึงสามารถเทน้ำยาซักผ้าลงเครื่องซักผ้าได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับการใช้ช้อนตักผงซักฟอก ซึ่งถ้าขาดทักษะและไม่มีความแม่นยำมากพอ ก็มีโอกาสจะหกกระจายลงพื้น กลายเป็นการเพิ่มงานเก็บกวาดพื้นเข้ามาอีก นอกจากนี้ น้ำยาซักผ้ายังมีฟังก์ชั่นแบบ “ทูอินวัน” โดยใช้เป็นน้ำยาป้ายขจัดคราบสกปรกฝังแน่น เช่น ชา กาแฟ น้ำผลไม้ หรือหมึกบางประเภท ก่อนซักได้อีกด้วย

ในแง่กายภาพ ผงซักฟอกเก็บรักษายากกว่า ยิ่งถ้าเก็บไว้นานๆ และโดนความชื้น อาจจับตัวเป็นก้อนแข็ง ทำให้ความสามารถในการขจัดคราบลดน้อยลง ส่วนน้ำยาซักผ้าดูเหมือนจะเก็บได้นานกว่า โดยที่คุณภาพไม่เปลี่ยน เว้นแต่จะถูกแสงแดดและโดนความร้อน

อย่างไรก็ตาม ความจริงแล้วสารทำความสะอาดชนิดเดียวกันที่อยู่ในผงซักฟอกจะคงประสิทธิภาพได้ยาวนานกว่าอยู่ในน้ำยาซักผ้า เพราะในอย่างหลัง สารพวกนี้จะเจือจางเมื่อผสมกับน้ำ (ความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์แต่ละยี่ห้อขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่เติมลงไป)

ดังนั้น สำหรับคนที่ชอบซื้อตุนไว้คราวละมากๆ หรือซักผ้าในปริมาณมากๆ เช่น ร้านซักอบรีด หรือกึ่งอุตสาหกรรม ผงซักฟอกเป็นทางเลือกที่น่าจะดีกว่า ทั้งยังประหยัดเนื้อที่ในการจัดเก็บอีกด้วย แต่ถ้าใช้ไม่มาก หรือซักผ้าไม่บ่อย แนะนำให้เลือกใช้แบบน้ำ

ละลายในน้ำได้เร็วทันใจ ต้องยกให้น้ำยาซักผ้า

น้ำยาซักผ้ามีข้อได้เปรียบตรงที่ถูกทำละลายมาไว้ก่อนแล้ว ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการละลายไม่หมดและไม่ทิ้งคราบตกค้างบนเสื้อผ้าหรือในถังซัก ช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องซักผ้าได้ในเวลาเดียวกัน

ส่วนผงซักฟอก กว่าจะละลายก็ต้องใช้เวลา แต่สูตรใหม่ๆ ก็ละลายน้ำได้ดีขึ้นมาก ยกเว้นผงซักฟอกราคาถูกที่มักละลายไม่หมดและอาจทิ้งคราบขาวเกรอะกรังให้คุณนั่งกุมขมับเป็นของแถม

นอกจากนี้ น้ำยาซักผ้ายังสามารถละลายได้แม้ในน้ำร้อน น้ำอุ่น หรือน้ำเย็น เว้นแต่จะใช้ปริมาณมากเกิน ก็อาจทิ้งคราบหรือรอยด่างไว้บนเสื้อผ้าได้ ส่วนผงซักฟอก แม้ว่าผู้ผลิตจะอ้างว่าเป็นสูตรละลายเร็วแค่ไหนก็ตาม แต่ส่วนใหญ่จะไม่ถูกกับน้ำเย็นๆ ดังนั้น ในหน้าหนาวหรือเมื่อจำเป็นต้องซักด้วยน้ำเย็น แนะนำให้เลือกใช้น้ำยาซักผ้าจะละลายง่ายกว่า

ผงซักฟอกจัดการคราบสกปรกจากกิจกรรมนอกบ้านได้ดีเท่ากัน

สาร LAS (linear alkyl benzene sulfonate) เป็นสารลดแรงตึงผิวยอดนิยมในผงซักฟอก เนื่องจากให้ ประสิทธิภาพในการทำความสะอาดสูง จึงนิยมใช้เป็นสารออกฤทธิ์ในผงซักฟอกสูตรสำหรับการขจัดคราบสกปรกจากกิจกรรมนอกบ้าน อาทิ เสื้อผ้าเปื้อนโคลนหรือดินเหนียวจากการทำสวนครัวหลังบ้าน หรือคราบสกปรกจากการที่เด็กๆ เกลือกกลิ้งเล่นบนสนามหญ้าหน้าบ้าน 

ดังนั้นผงซักฟอกจึงสามารถกำจัดคราบสกปรกจากกิจกรรมนอกบ้านได้ดีเท่ากัน เช่น ผลิตภัณฑ์ของบรีส เอกเซล มีส่วนผสมตัวนี้ทั้งแบบน้ำและแบบผง

คราบเหงื่อและคราบมันควรใช้อะไรจัดการ?

 ถ้าพูดถึงความสามารถในการขจัดคราบเหงื่อ สามารถใช้ผงซักฟอกได้ดี ทั้งแบบผงและแบบน้ำยา เช่น ผลิตภัณฑ์ซักผ้า บรีส เอกเซล แอคทีฟเฟรช ที่สามารถชำระล้างกลิ่นอับและกลิ่นเหงื่อออกได้ตรงจุด แม้จะใช้ในปริมาณไม่มากก็สามารถขจัดคราบเหงื่อไคลให้ผ้ากองโตสะอาดได้

สำหรับคราบมันหรือน้ำมัน น้ำยาซักผ้าส่วนใหญ่มี แอลกอฮอล์ อีท็อกซิเลท (alcohol ethoxylates) ซึ่งเป็นสารลดแรงตึงผิวที่สามารถขจัดคราบมันและคราบน้ำมันที่ซักออกยากได้ผลดีเยี่ยม  

เลือกวิธีซักผ้ากับมือ แบบผงหรือแบบน้ำถนอมมือมากกว่ากัน?

ผู้ผลิตส่วนใหญ่ในปัจจุบันคิดค้นสูตรผงซักฟอกที่เหมาะกับทั้งซักมือและซักเครื่องให้เลือกใช้มากมาย จึงไม่ต้องกังวลเรื่องผงซักฟอกกัดมือเหมือนสมัยก่อน แต่ถ้าเป็นคนที่ผิวแพ้สารลดแรงตึงผิวบางอย่าง ขณะซักผ้าด้วยมือควรใส่ถุงมือพลาสติกป้องกัน และเลือกใช้น้ำยาซักผ้าสูตรไม่ระคายเคืองผิว จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้

ตัวเลือกที่ดีต่อใจ ไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม

มาถึงปัญหาเรื่องน้ำเสียจากการซักผ้า เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว สารเคมีในน้ำยาซักผ้าจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่า ส่วนผงซักฟอก เนื่องจากมีโซเดียมซัลเฟตเป็นส่วนผสม น้ำทิ้งจากการซักผ้าด้วยผงซักฟอกจะยากต่อการบำบัด ยิ่งถ้าถูกระบายลงสู่แม่น้ำลำคลองโดยขาดการควบคุม จะทำให้แหล่งน้ำเน่าเหม็น

นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์ที่เป็นขวดพลาสติก (ส่วนใหญ่ใช้บรรจุน้ำยาซักผ้า) ซึ่งสามารถนำไปรีไซเคิลได้ แต่น่าเสียดายที่ไม่ค่อยมีใครใส่ใจจัดการ ทำให้เกิดปัญหาขยะ ดังนั้น ไม่ว่าจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าแบบผงหรือน้ำ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่บรรจุในซองชนิดเติมเพื่อลดปริมาณขยะ

วิธีใช้ผงซักฟอกและวิธีใช้น้ำยาซักผ้าให้ได้ผลลัพธ์เต็มร้อย

ไม่ว่าจะถนัดซักมือหรือซักเครื่อง ประสิทธิภาพในการซักขึ้นอยู่กับวิธีการใช้งานผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้าให้ถูกวิธี ถ้าใช้ถูกวิธี นอกจากจะได้ผ้าที่สะอาดและหอมสดชื่นสมใจแล้ว ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของเสื้อผ้าให้ยาวนานขึ้นด้วย

อันดับแรก ต้องลบความเชื่อที่ว่าผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้าสูตรใดสูตรหนึ่งสามารถตอบสนองความต้องการได้แบบครอบจักรวาล เพราะแต่ละสูตรมีประสิทธิภาพแตกต่างกัน บางสูตรคิดค้นขึ้นมาเพื่อซักผ้าขาวโดยเฉพาะ เช่น โอโม พลัส ไวท์ เฟรช บางสูตรเน้นขจัดคราบและให้กลิ่นหอมยาวนาน เช่น บรีส เอกเซล คอมฟอร์ท สีชมพู ดังนั้นควรเลือกใช้สูตรที่เหมาะสมกับแต่ละวัตถุประสงค์การใช้งาน เพื่อให้สารทำความสะอาดทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ  

นอกจากนี้ ก่อนซักควรอ่านคำแนะนำเกี่ยวกับอัตราส่วนการใช้ผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้าสูตรนั้นๆ ด้วย เพื่อที่จะได้ใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ได้ประสิทธิภาพเต็มๆ และไม่สิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์  

ข้อควรระวัง

วิธีซักผ้าให้สะอาดด้วยเครื่องซักผ้า การใช้ผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้าปริมาณมากเกินไปใช่ว่าผ้าจะสะอาด แต่อาจทำให้เกิดคราบแป้งตกค้างบนเสื้อผ้าและระคายเคืองเมื่อสวมใส่ ทั้งยังจะเกิดตะกอนเหนียวสะสมที่ก้นถังเครื่องซักผ้า นานไปจะเกิดกลิ่นเหม็นเรื้อรังและอุดตันท่อระบายน้ำออกจากเครื่อง จนสุดท้ายทำให้ระบบภายในเครื่องซักผ้ารวน

อ่านถึงตรงนี้ คงรู้แล้วว่าระหว่างผงซักฟอกกับน้ำยาซักผ้า แต่ละอย่างมีข้อดี/ข้อเสีย มีจุดเด่น/จุดด้อยต่างกัน จะเลือกใช้แบบไหนก็ขึ้นอยู่กับลักษณะและวัตถุประสงค์การใช้งานเป็นหลัก รวมถึงความพึงพอใจส่วนตัวของผู้ใช้ด้วย

เผยแพร่ครั้งแรก