สารตกค้างจากน้ำยาล้างจาน ห้ามไม่ให้เกิดได้อย่างไร

จานสะอาดหรือรู้สึกขยาด น้ำยาล้างจานและวิธีล้างจานมีผล

อัปเดตเมื่อ

washing up liquid

ล้างจานเป็นงานที่น่าเบื่อ แต่ถึงอย่างไรเราก็ต้องใส่ใจในวิธีล้างจาน เพราะถ้าเผลอกินสารตกค้างจากน้ำยาล้างจานเข้าไปคงไม่ดีแน่ แค่คราบและกลิ่นไม่พึงประสงค์ก็ทำให้อาหารไม่น่ากินพออยู่แล้ว ไหนจะสารเคมีที่อาจสะสมในร่างกายอีก

5 สารตกค้างจากน้ำยาล้างจาน

คุณคงสงสัยว่าสารตกค้างคือสารอะไร แล้วส่งผลเสียอย่างไร อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับน้ำยาล้างจานที่คุณใช้ แต่พอไปอ่านฉลากก็มีชื่อเฉพาะอะไรเต็มไปหมด อย่าเพิ่งตกใจไป เราสรุปให้ว่าสารหลักๆ ที่มีในน้ำยาล้างจานที่คุณควรรู้ก็คือ

ฟอสเฟส - ลดความกระด้างของน้ำ ทำให้การล้างจานมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่หากตกค้าง จะทำให้เกิดอาการเวียนหัว คลื่นไส้ และระคายเคืองผิว 

หากถูกปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติจะทำตัวเป็นปุ๋ย เพิ่มจำนวนของสาหร่ายและแพลงก์ตอนในน้ำ ทำให้น้ำขาดออกซิเจนและแสงส่องผ่านไม่ได้ ทีนี้สัตว์ก็ตายและน้ำก็เน่า

คลอรีน - น้ำยาฟอกขาวมีฤทธิ์กัดกร่อนสูง มีอยู่ในน้ำยาล้างจานเพื่อฆ่าเชื้อโรค อาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ ระคายเคืองผิว และปวดท้อง และถ้าทำปฏิกิริยากับสารอื่น อาจกลายเป็นสารก่อมะเร็งและเป็นมลพิษในสิ่งแวดล้อม

โซเดียม ลอริล ซัลเฟต - สารลดแรงตึงผิวน้ำเพื่อทำให้เกิดฟอง เพราะคนชอบรู้สึกว่าฟองเยอะแสดงว่าน้ำยาล้างจานดี แต่ฟองนี่แหละที่มากับสารเคมีที่ทำให้เกิดการระคายเคืองผิวและผื่นคัน

ไตรโคซาน - มีในน้ำยาล้างจานสูตรฆ่าเชื้อโรค เพราะไตรโคซานฆ่าเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อไวรัส แต่ไตรโคซานมีผลต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์และต่อมไร้ท่อ อีกทั้งอาจทำให้แบคทีเรียดื้อยา

น้ำหอม - เพื่อให้น้ำยาล้างจานมีกลิ่นหอมต้องมีการผสมสารเคมีต่างๆ เพื่อแต่งกลิ่น ซึ่งหากมีการตกค้างก็จะเคลือบบนจานและภาชนะต่างๆ 

นอกจากสารเด่นๆ ที่เราคัดมาให้คุณดู ยังมีสารเคมีอีกมากมายในน้ำยาล้างจานแต่ละขวด ยิ่งสูตรไหนมีคุณสมบัติพิเศษก็ยิ่งมีสารเคมีมากขึ้น 

ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 หรือล็อกดาวน์ คุณมีการเปลี่ยนแปลงวิธีหรือขั้นตอนการทำความสะอาดของคุณหรือไม่?

ควรล้างเครื่องหรือล้างมือ เรามีคำตอบ

เป็นที่ถกเถียงกันว่าวิธีล้างจานด้วยเครื่องกับด้วยมือ แบบไหนดีกว่ากัน แต่ละวิธีก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน เอาเป็นว่าเราจะแบข้อมูลให้คุณตัดสิน

เรื่องของความคลีน

ในยุคโควิดแบบนี้ เราต้องใส่ใจเรื่องสุขอนามัยและการฆ่าเชื้อโรคเป็นพิเศษ จึงต้องล้างจานด้วยอุณหภูมิที่สูง ซึ่งถ้าเป็นประเด็นนี้เราต้องขอยกให้เครื่องล้างจาน เพราะสามารถล้างจานได้ด้วยอุณหภูมิน้ำถึง 70 องศาเซลเซียส ซึ่งถ้าล้างด้วยมือก็ทนความร้อนขนาดนี้ไม่ไหว 

นอกจากเรื่องอุณหภูมิของน้ำแล้ว แรงดันน้ำของเครื่องล้างจานยังมากกว่าเวลาเราล้างจานด้วยมือ และปิดท้ายด้วยลมร้อนเพื่อเป่าแห้ง ทั้งหมดนี้จึงดูเหมือนว่าในเรื่องของความคลีน 

วิธีล้างจานด้วยเครื่องจะได้เปรียบอยู่สักหน่อยเพราะทุกอย่างอยู่ในความควบคุมของเครื่องมือจึงได้ขั้นตอนการล้างที่เป๊ะ

เรื่องของความกรีน

ถ้าจะพูดถึงการใช้น้ำ คนส่วนใหญ่มักเปิดให้น้ำไหลเวลาล้างจานด้วยมือ เหตุนี้จึงทำให้สูญเสียการใช้น้ำเวลาล้างจานด้วยมือมากกว่าการใช้เครื่องล้างจานซึ่งตั้งระบบที่กำหนดปริมาณการใช้น้ำที่ชัดเจน 

ส่วนเรื่องที่เครื่องล้างจานเปลืองกว่าการล้างจานด้วยมือก็คือการใช้ไฟฟ้า ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเป็นการล้างจานด้วยมือ คุณแค่ลงแรง ในขณะที่คุณต้องเสียพลังงานไฟฟ้าเวลาใช้เครื่อง

เรื่องของสตางค์

วิธีล้างจานด้วยมือชนะเรื่องนี้แน่ เพราะไม่ต้องเสียเงินซื้อเครื่องล้างจาน ซึ่งก็มีตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น ไม่ต้องเสียค่าไฟ และไม่มีค่าบำรุงรักษา ค่าซ่อมแซมอุปกรณ์ หรือค่าเปลี่ยนอะไหร่

ส่วนที่จะต้องมีค่าใช้จ่ายเหมือนกันก็คือน้ำยาล้างจาน ซึ่งถ้าเป็นเครื่องล้างจานก็จะมีการระบุปริมาณที่ชัดเจนสำหรับแต่ละโปรแกรมการล้างจาน แต่ถ้าเป็นการล้างจานด้วยมือ อันนี้จะขึ้นอยู่กับความรู้สึกของผู้ล้างว่าจะใช้น้ำยาล้างจานมากน้อยเพียงใด  

เรื่องอื่นๆ 

สุดท้ายการจะเลือกว่าจะใช้วิธีล้างจานแบบใช้เครื่องล้างจานหรือแบบล้างด้วยมือ ก็มีเรื่องอื่นๆ ที่ต้องคิดด้วยให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ

จำนวนคน - หากคุณอยู่บ้านคนเดียวหรือสองคน ถ้าจะใช้เครื่องล้างจาน คุณอาจต้องซื้อจานชามเพิ่ม เพราะการใช้เครื่องล้างจานให้คุ้มค่า ควรใส่ภาชนะให้ปริมาณพอเหมาะกับขนาดเครื่อง แต่ถ้าบ้านคุณมีคนจำนวนมาก การใช้เครื่องล้างจานก็น่าจะคุ้ม เพราะช่วยลดภาระให้คุณได้มากทีเดียว 

พื้นที่ - หากคุณอยู่คอนโดที่มีพื้นที่จำกัดก็อาจต้องคำนวณให้ดีว่าควรใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์อย่างไรจึงเหมาะสมที่สุด หากคุณคิดแล้วว่าพื้นที่เพียงพอและเหมาะสมกับการตั้งเครื่องล้างจานก็ต้องคิดเผื่อไปถึงการเลือกขนาดให้เข้ากับการใช้งานอื่นๆ ของพื้นที่ด้วย  

ไลฟ์สไตล์ - รูปแบบการใช้ชีวิตของคุณก็สำคัญ เช่น ถ้าคุณทำงานนอกบ้านทั้งวัน และส่วนใหญ่กินข้าวจากข้างนอกก่อนกลับบ้าน ทำอาหารเป็นครั้งคราว การมีเครื่องล้างจานก็คงไม่ค่อยคุ้ม ล้างจานด้วยมืออาจจะมีความสะดวกและคล่องตัวกว่า   

ความเสียหาย - ล้างจานด้วยมือก็มีสิทธิ์ที่คุณจะทำจานชามลื่นหลุดมือตกแตก แต่ฝั่งเครื่องล้างจานที่มีแรงดันน้ำ น้ำร้อนๆ และลมร้อน ก็เสี่ยงไม่แพ้กัน ยิ่งถ้าใส่ภาชนะในเครื่องเยอะไป ก็อาจกระแทกกันแตกเสียหาย

2 วิธีล้างจานแบบไร้สารตกค้าง

คุณก็เห็นแล้วว่าในน้ำยาล้างจานมีสารเคมีผสมอยู่หลายชนิดเพื่อสร้างสรรค์คุณสมบัติต่างๆ ที่เราต้องการให้น้ำยาล้างจานมี แต่ทั้งหมดก็แฝงมาด้วยผลข้างเคียง ดังนั้น เราต้องล้างจานให้ดีเพื่อลดสารตกค้างจากน้ำยาล้างจานให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้ไปปะปนในอาหารมื้อหน้าของคุณ 

#1 ล้างจานด้วยเครื่อง

ข้อควรรู้ก่อนเริ่มใช้ 

ถ้าตอนนี้คุณมีเครื่องล้างจานในครอบครองแล้ว ใช้เวลาสักนิดศึกษาคู่มือเพื่อให้ใช้ได้คุ้มค่าที่สุด สิ่งที่คุณต้องดูเป็นพิเศษคือ เครื่องล้างจานที่คุณซื้อมาควรใส่จานกี่ใบ เพราะมีผลกับความสะอาดของการล้าง หากใส่เยอะเกินไปก็จะทำให้การล้างไม่ทั่วถึง แต่หากใส่น้อยเกินไปก็จะไม่คุ้มค่ากับการใช้น้ำและไฟฟ้า

ชนิดของน้ำยาล้างจาน

ต่อมาคือชนิดของน้ำยาล้างจาน สำหรับเครื่องล้างจานก็มีน้ำยาล้างจานให้เลือกแบบน้ำ แบบผง และแบบเม็ด แบบน้ำจะราคาถูกแต่มีสารลดแรงตึงผิวค่อนข้างมากจึงอาจเสี่ยงต่อสารตกค้างมากกว่าแบบอื่น แบบผงก็ราคาไม่แพงและมีข้อดีที่สามารถปรับใส่ปริมาณที่เหมาะกับจำนวนจานชามได้ สุดท้ายแบบเม็ดจะสะดวกและมีประสิทธิภาพ 

ปริมาณของน้ำยาล้างจาน

ในส่วนของปริมาณน้ำยาล้างจานที่ต้องใช้ ให้คุณดูคู่มือให้เหมาะสมกับโปรแกรมการล้างที่คุณเลือก ซึ่งโดยมากก็จะแบ่งเป็นโปรแกรมการล้างปกติและการล้างคราบหนัก อย่าใส่น้ำยาล้างจานมากเกินไปเพราะจะทำให้ล้างไม่หมดและมีสารตกค้างได้ 

4 ขั้นตอนสอนวิธีใช้เครื่องล้างจาน

ก่อนใส่ภาชนะ

ก่อนนำจานใส่ในเครื่องล้างจาน ควรเช็ดเศษอาหารและคราบต่างๆ ออกจากจานให้หมดก่อน ซึ่งจะช่วยให้ล้างจานได้สะอาดขึ้น รวมถึงเป็นการยืดอายุการใช้งานของเครื่องและทำให้เครื่องทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพด้วย 

อะไร วางชั้นไหน 

การใส่ภาชนะต้องใส่ให้ถูกชั้นเพื่อความสะอาดและไม่ทำให้ภาชนะเสียหาย เครื่องล้างจานส่วนมากจะมีหัวจ่ายความร้อนในขั้นตอนเป่าแห้งอยู่ด้านล่าง จึงทำให้ชั้นล่างร้อนกว่าชั้นบน ดังนั้น การใส่ภาชนะในเครื่องล้างจานต้องใส่ใจรายละเอียด

ชั้นล่างเหมาะสำหรับการใส่จาน ชาม หม้อ กระทะ และช้อนส้อม ถ้าเป็นมีดให้ใส่ส่วนคมลงด้านล่างเพื่อไม่ให้บาดมือเวลาเก็บ ส่วนช้อนส้อม ให้วางสลับขึ้นลงเพื่อไม่ให้ไปเกี่ยวกันจนการทำความสะอาดเข้าไม่ถึงส่วนที่เป็นซอกหลืบ 

ชั้นบนเหมาะสำหรับแก้วน้ำ แก้วกาแฟ และภาชนะที่มีขนาดใหญ่พิเศษ สำหรับภาชนะที่เปราะบางและง่ายต่อการแตกหักอย่างแก้วไวน์ ควรมีระยะไม่ให้กระทบกับภาชนะอื่นๆ ภาชนะที่ละลายได้ก็ควรวางที่ชั้นบนที่มีอุณภูมิต่ำกว่า เช่น ทัพเพอร์แวร์พลาสติก 

โปรแกรมการล้าง

เลือกโปรแกรมการล้างให้เหมาะกับชนิดของภาชนะและความสกปรกของภาชนะที่คุณใส่ด้านใน เช่น ภาชนะทำอาหารอบอาจมีคราบกรังแน่นก็ต้องใช้โปรแกรมการล้างสำหรับคราบหนัก อีกทั้งต้องใส่น้ำยาล้างจานให้ถูกต้องโดยดูได้จากคู่มือการใช้งาน การใส่เยอะเกินไปอาจทำให้มีสารตกค้างจากน้ำยาล้างจาน แต่ถ้าน้อยเกินไปก็จะทำให้ล้างไม่สะอาด 

บำรุงรักษา

การล้างและบำรุงรักษาเครื่องล้างจานมีความสำคัญมาก เพราะถ้าเครื่องทำงานไม่ปกติหรือไม่เต็มที่ ก็จะทำให้จานชามและภาชนะต่างๆ ของคุณไม่สะอาด มีสารตกค้างจากน้ำยาล้างจาน และมีกลิ่นเหม็น 

หมั่นตรวจสอบว่าไม่มีอะไรไปขวางรูระบายน้ำ รวมถึงล้างตัวกรองเพื่อกำจัดเศษอาหารหรือฉลากกระดาษที่อุดตัน ล้างเครื่องล้างจานเป็นครั้งคราวด้วยการเติมเบกกิ้งโซดา 1 ถ้วย และน้ำส้มสายชูใส 1 ถ้วยครึ่งลงไปในช่องเติมน้ำยาล้างจาน เปิดเครื่องให้ทำงานโดยไม่มีภาชนะด้านใน นอกจากนี้ ให้ตรวจสอบคู่มือเพื่อดูรอบการบำรุงรักษาใหญ่   

ข้อควรระวังเมื่อใส่ภาชนะเข้าเครื่องล้างจาน

ต้องตรวจสอบให้ดีว่าวางภาชนะไม่กีดขวางหัวพ่นน้ำเพราะจะทำให้การล้างไม่สะอาดและไม่ทั่วถึง อีกทั้งไม่วางภาชนะที่เป็นเงินใกล้กับภาชนะที่เป็นสแตนเลสเพราะจะทำให้เกิดปฏิกิริยากันและเสียหายได้    

ไม่ใช่ภาชนะทุกชนิดจะสามารถล้างในเครื่องล้างจานได้ ภาชนะต่างๆ ที่ทำจากไม้ เหล็กหล่อ พิวเตอร์ เงินแท้ และอะลูมิเนียม รวมถึงภาชนะราคาแพงหรือเปราะบางมากๆ หรือภาชนะที่มีสารเคลือบไม่ให้อาหารติด ไม่ควรล้างด้วยเครื่องล้างจาน  

#2 ล้างจานด้วยมือ

ด้วยข้อจำกัดและความเหมาะสมหลายๆ ประการ หลายคนอาจเลือกวิธีล้างจานด้วยมือ ไม่ว่าคุณจะรีบแค่ไหน ขอให้ตั้งใจล้างจานเพราะจุดนี้แหละที่จะทำให้คุณไม่ต้องกินสารตกค้างจากน้ำยาล้างจาน

คลีนแบบคร่าวๆ

ก็คล้ายๆ กับการล้างจานด้วยเครื่องที่คุณควรเช็ดเศษอาหารชิ้นใหญ่และคราบมันออกก่อนจะนำภาชนะไปล้าง นอกจากจะทำให้ล้างง่ายขึ้นและใช้น้ำยาล้างจานน้อยลงแล้ว ยังช่วยไม่ให้คุณปล่อยไขมันต่างๆ ไปอุดตันท่อด้วย ถ้าจานของคุณมีคราบหนัก ให้เปิดน้ำใส่อ่างและแช่จานในน้ำร้อนผสมน้ำยาล้างจานเล็กน้อยไว้สักพักก่อนล้าง  

น้ำยาล้างจาน

สำหรับการล้างจานด้วยมือ อาจไม่มีทางเลือกของน้ำยาล้างจานมากเท่าการใช้เครื่อง ส่วนใหญ่ก็จะใช้ชนิดที่เป็นน้ำ แต่ปัจจุบันมีหลากหลายสูตรของน้ำยาล้างจานให้คุณเลือกใช้อย่างเช่นซันไลต์พลัส แอนตี้แบคที่กำจัดและยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียบนภาชนะและที่ฟองน้ำ หรือซันไลต์สูตรสเปรย์ที่พ่นได้ถึงซอกลึก 

ล้างจานแบบประหยัดน้ำ

แม้การล้างจานด้วยมือดูจะเปลืองน้ำกว่าการล้างจานด้วยเครื่อง แต่คุณช่วยประหยัดน้ำได้โดยการไม่ใช้น้ำไหล แต่ใส่น้ำในอ่างล้างจานเป็นรอบๆ 

  • ปิดรูท่อแล้วรองน้ำอุ่นให้เต็มอ่าง ใช้มือถูภาชนะเพื่อล้างคราบออกอีกครั้งหลังจากเช็ด โดยควรแยกการล้างประเภทแก้วที่ไม่มันมาก ออกจากภาชนะอื่นๆ ที่ใส่อาหารมีความมัน  

  • เปลี่ยนน้ำแล้วผสมน้ำยาล้างจานลงไป ไม่ต้องใส่น้ำยาล้างจานมากจนฟองล้นอ่าง เพราะจะยากต่อการล้างออก และเสี่ยงต่อสารตกค้างจากน้ำยาล้างจาน ล้างจานชามและภาชนะต่าง ๆ ด้วยฟองน้ำ โดยถูให้ครบทุกซอกทุกมุม ด้านหน้าและด้านหลัง 

  • ล้างฟองน้ำด้วยน้ำไหล บีบจนฟองหมด

  • ปล่อยน้ำออกแล้วเติมน้ำเปล่าเพื่อล้างน้ำยาล้างจานออก ใช้มือถูล้างภาชนะให้ทั่ว 

  • ปล่อยน้ำแล้วเติมน้ำเปล่าอีกรอบ ถูภาชนะในน้ำอีกครั้งแล้วยกขึ้นตากที่ชั้นวาง แต่หากภาชนะยังลื่นๆ อยู่ ให้ปล่อยน้ำแล้วเติมน้ำเปล่า ทำซ้ำอีกรอบ  

เมื่อล้างจานเสร็จแต่ละครั้งต้องล้างฟองน้ำให้สะอาด ล้างฟองออกให้หมด บีบฟองน้ำให้แห้ง คุณไม่ควรปล่อยให้ฟองน้ำที่มีคราบอาหารทิ้งไว้ เพราะจะทำให้มีการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อโรคต่างๆ แถมอาจล่อสัตว์และแมลงได้ 

กินน้ำยาล้างจานเข้าไป ควรทำอย่างไร

ถ้าเป็นน้ำยาล้างจานที่ล้างไม่หมดติดบนจานชาม เผลอกินเข้าไปนิดๆ หน่อยๆ เป็นครั้งคราวก็ไม่น่าเป็นห่วง แต่สำหรับบ้านที่มีเด็กต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะเด็กอาจหยิบน้ำยาล้างจานเข้าปาก หรือนึกสนุกงับฟองเล่น คุณควรวางน้ำยางล้างจานในที่ที่เด็กเอื้อมไม่ถึงหรือในที่ลับตาเด็ก 

แต่ถ้าผิดพลาดเด็กกินเข้าไป ไม่ควรพยายามให้อาเจียน แต่ให้ล้างปากหลายๆ รอบ และดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้ไปลดความเข้มข้นของน้ำยาล้างจานในท้อง การทำแบบนี้ใช้ได้หากเด็กเผลอกินเข้าไปไม่มาก แต่ถ้ากินเป็นปริมาณมากควรรีบพาไปพบแพทย์ดีที่สุด 

ใส่ใจสักนิด ก็ไม่ต้องคิดมากเรื่องสารตกค้าง 

สารตกค้างจากน้ำยาล้างจานอาจทำให้เกิดอันตรายได้ แต่ก็ไม่รุนแรงมากจนทำให้คุณต้องกังวล เพียงแค่ทำตามวิธีล้างจานที่ถูกต้อง ใช้น้ำยาล้างจานให้เหมาะสม เท่านี้ก็โอเค.แล้ว 

แต่หากคุณเป็นสายออแกนิคหรือที่บ้านมีเด็กเล็กๆ ลองมองหาน้ำยาล้างจานแบบที่ทำจากวัตถุดิบธรรมชาติ อย่าเชื่อคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว ให้คุณอ่านส่วนประกอบว่ามีอะไรบ้างก่อนตัดสินใจซื้อ 

เผยแพร่ครั้งแรก