ซักผ้าอย่างชาญฉลาด! วิธีซักผ้าขนหนูให้สะอาดและนุ่มเหมือนใหม่

พร้อมวิธีกำจัดราบนผ้าขนหนู หน้าฝนหรือหน้าไหนๆ ก็ไม่ต้องกังวลกับกลิ่นเหม็นอับ

อัปเดตเมื่อ

basket with laundry

การซักผ้าขนหนูให้นุ่มอาจดูเหมือนจะเป็นงานง่าย ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่หลายครั้งจบลงที่การเปลี่ยนสภาพจากผ้าที่เคยนุ่มฟูกลายเป็นเเข็งกระด้าง ไม่ซับน้ำ ยิ่งถ้าเจอกับสภาพอากาศร้อนชื้นด้วยแล้ว ปัญหาผ้าเหม็นอับมีตามมาแน่นอน ไหนจะเกิดความหมองหรือคราบเหลืองที่ซักออกยากอีก จะจัดการอย่างไรดี 

คำแนะนำต่อไปนี้จะช่วยคลายปัญหาน่าปวดหัวให้คุณ ลองมาหาวิธีซักผ้าเช็ดตัวให้สะอาด หอมนุ่มน่าใช้กันดีกว่า   

ขนาดเพิ่งซักยังเหม็นอับ ดับกลิ่นด้วยน้ำส้มสายชู

ตอนซักเสร็จใหม่ๆ ยังหอมน่าใช้อยู่เลย แต่พอทิ้งไว้ไม่นานกลิ่นเหม็นอับก็กลับมากวนใจอีก นั่นแสดงว่าวิธีซักผ้าเช็ดตัวที่คุณซักนั้นไม่ได้สะอาดจริง สาเหตุหนึ่งเกิดจากเครื่องซักผ้าของคุณมีสิ่งสกปรก คราบผงซักฟอก และน้ำยาปรับผ้านุ่มตกค้างหมักหมมอยู่ ทำให้ไม่สามารถขจัดคราบเหงื่อไคลและไขมันจากร่างกาย รวมถึงแบคทีเรียและเชื้อรา ออกได้หมด ไม่ว่าล้างไปกี่รอบก็ตาม

นอกจากนี้ ด้วยธรรมชาติของผ้าขนหนูที่มีขนยาว มันก็จะดูดซับเอาทุกอย่างจากน้ำในเครื่องซักผ้าที่ไม่สะอาดเข้าไปเก็บไว้ จนเป็นที่มาของกลิ่นไม่พึงประสงค์ วิธีแก้ก็คือ

  • เริ่มจากการทำความสะอาดเครื่องซักผ้า (ตามคำแนะนำของผู้ผลิต)

  • เมื่อล้างเครื่องสะอาดดีแล้ว ซักรอบแรก โดยนำผ้าขนหนูใส่ลงไปซักและเลือกโปรแกรมซักด้วยน้ำร้อน

  • ในการซักรอบแรก ยังไม่ต้องใส่ผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้า ให้ใส่น้ำส้มสายชูประมาณ 1 ถ้วยตวงลงไป แล้วกดปุ่มซักตามปกติ น้ำส้มสายชูจะช่วยขจัดคราบเหงื่อไคลและไขมัน รวมถึงคราบผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ตกค้างอยู่ออกจากเนื้อผ้า

  • จากนั้นซักรอบสองด้วยน้ำร้อน โดยในรอบนี้ให้ใช้ผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้าที่ใช้อยู่ประจำ แล้วล้างผ้าตามปกติ เท่านี้ผ้าขนหนูของคุณสะอาดหมดจดและนุ่มน่าใช้ 

วิธีกำจัดราบนผ้าขนหนู

ผ้าขนหนูที่เปียกชื้นมีโอกาสขึ้นราได้ง่าย ยิ่งถ้าใช้แล้วโยนใส่ตะกร้าแล้วทิ้งไว้นานนับสัปดาห์ รับรองว่าราและกลิ่นเหม็นอับจะมาโดยไม่ได้รับเชิญแน่นอน ถ้าคุณพบว่าผ้าขนหนูขึ้นราหนาเตอะ อย่าเพิ่งตัดใจทิ้งลงถังขยะ ลองทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อชุบชีวิตใหม่ให้ผ้าขนหนูของคุณ

  • เริ่มจากการทำความสะอาดเครื่องซักผ้า (ตามคำแนะนำของผู้ผลิต)

  • เมื่อล้างเครื่องสะอาดดีแล้ว ซักรอบแรก โดยนำผ้าขนหนูใส่ลงไปซักและเลือกโปรแกรมซักด้วยน้ำร้อน

  • ในการซักรอบแรก ยังไม่ต้องใส่ผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้า ให้ใส่น้ำส้มสายชูประมาณ 1 ถ้วยตวงลงไป แล้วกดปุ่มซักตามปกติ น้ำส้มสายชูจะช่วยขจัดคราบเหงื่อไคลและไขมัน รวมถึงคราบผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ตกค้างอยู่ออกจากเนื้อผ้า

  • จากนั้นซักรอบสองด้วยน้ำร้อน โดยในรอบนี้ให้ใช้ผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้าที่ใช้อยู่ประจำ แล้วล้างผ้าตามปกติ เท่านี้ผ้าขนหนูของคุณสะอาดหมดจดและนุ่มน่าใช้

ซักเสร็จแล้วตากผ้านอกบ้านในที่ที่แสงแดดส่องถึงจนผ้าแห้งสนิท แสงแดดจะช่วยกำจัดเชื้อรา ขณะที่อากาศปลอดโปร่งโล่งสบายภายนอกบ้านจะช่วยสลายกลิ่นอับ

ถ้ายังไม่มั่นใจว่าสะอาดปราศจากเชื้อรา หลังตากให้แห้งด้วยแสงแดดแล้ว คุณอาจนำผ้าไปอบต่ออีก 5-10 นาที และวางกระดาษหอมหรือถุงหอมในช่องเก็บผ้าขนหนูเพื่อให้ได้กลิ่นสะอาด น่าใช้ยิ่งขึ้น          

วิธีซักผ้าขนหนูให้ขาว

ผ้าขนหนูสีขาว เมื่อใช้ไปสักระยะจะหมองคล้ำตรงกลางผืน (ส่วนใหญ่เกิดจากคราบสบู่) และรอยเปื้อนบางจุดก็ซักไม่ออก แต่ไม่ต้องหนักใจ การซักให้ผ้ากลับมาขาวเหมือนใหม่ทำได้ไม่ยากหากรู้จักใช้ของที่มีอยู่ในบ้าน ประหยัดทั้งเงินในกระเป๋าและเวลา เพียงทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • จัดการกับคราบสกปรกและรอยเปื้อนที่มองเห็นได้ชัด โดยใช้ผ้าสะอาดชุบไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์ กดลงเบาๆ บริเวณที่มีคราบให้ทั่ว ทิ้งไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนนำไปซัก

  • นำผ้าขนหนูสีขาวใส่ลงในเครื่องซักผ้า ตามด้วยผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้าบวกกับเบกกิ้งโซดา ½ ถ้วยตวง ซักตามปกติ ทั้งสองอย่างนี้จะช่วยผลักคราบสกปรกให้หลุดออกมาจากเส้นใยผ้าและทำให้ผ้าขาวขึ้น  

  • ในขั้นตอนการล้าง ให้เติมน้ำส้มสายชูลงไป 1 ถ้วยตวง น้ำส้มสายชูจะช่วยให้ผ้าขาวและสะอาดล้ำลึกขึ้นอีกระดับ

  • อาจซักตามขั้นตอนที่แนะนำซ้ำอีกรอบเพื่อให้ผ้าขนหนูขาวสะอาดจนคุณพอใจ     

แก้ปัญหาผ้าไม่ซับน้ำ

หลายคนเข้าใจผิด คิดว่าการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มปริมาณมากๆ จะช่วยซักผ้าขนหนูให้นุ่มฟู แต่วิธีซักที่ถูกต้อง คือ ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสมตามคำแนะนำของผู้ผลิต และไม่จำเป็นต้องใช้ทุกครั้งที่ซัก ใช้เพียง 1 ครั้งต่อการซัก 3-4 ครั้งก็พอ

ที่แนะนำเช่นนี้เพราะสารเคลือบเส้นใยผ้าในน้ำยาปรับผ้านุ่ม ถ้ามากเกินไป อาจเข้าไปทำลายเส้นใยผ้าและลดความสามารถในการซับน้ำ แทนที่จะได้ผ้านุ่มฟูดังใจ อาจจะได้ผลตรงกันข้าม ดังนั้นควรใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มกับผ้าขนหนูแต่น้อยและใช้อย่างระมัดระวัง

ซักผ้าขนหนูให้นุ่ม เนื้อผ้าไม่แข็งกระด้าง

ผ้าขนหนูทุกผืนมีแนวโน้มจะจบลงที่ความหยาบกระด้าง สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการสะสมของคราบเหงื่อไคลและไขมันจากร่างกาย คราบผงซักฟอก คราบเครื่องสำอาง สารเคมีตกค้าง หรือแม้แต่แร่ธาตุจากน้ำกระด้างที่เกาะติดบนเส้นใยผ้า ปัญหานี้แก้ไขไม่ยาก ขึ้นอยู่ที่วิธีซักผ้าเช็ดตัวและการตาก

  • แยกซักผ้าขนหนูกับเสื้อผ้าประเภทอื่น และอย่าใส่ผ้าจนแน่นถัง การเว้นให้มีที่ว่างจะช่วยให้เส้นใยไม่เสียและซักสะอาดง่ายขึ้น

  • เลือกซักผ้าขนหนูด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนเพื่อสลายสิ่งสกปรก เชื้อโรค และสารตกค้างออกจากเส้นใยผ้า โดยเลือกโหมดการซักปกติ เเนะนำให้ซักผ้าขนหนูอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ในช่วงที่อากาศค่อนข้างชื้น ควรซักทุกๆ 2-3 วัน สำหรับผ้าขนหนูที่ใช้ขณะออกกำลังกายหรือสถานที่สาธารณะอื่นๆ ควรซักทันทีหลังใช้

  • ถ้ายังติดอยู่กับกลิ่นหอมๆ ของน้ำยาปรับผ้านุ่ม หากไม่ใช้จะรู้สึกเหมือนผ้าไม่ได้ซัก ควรใช้แต่น้อยและซักแบบ deep cleaning ตามคำแนะนำข้างต้นอย่างน้อยเดือนละครั้งด้วยน้ำส้มสายชูเพื่อขจัดสิ่งสกปรก เชื้อโรค และสารตกค้างในเส้นใยผ้าออกอย่างหมดจด

ปัจจุบันมีน้ำยาปรับผ้านุ่มบางสูตรอย่าง “Comfort Fabric Sensation” ที่คิดค้นขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในการดูแลผ้าขนหนูโดยเฉพาะ เพราะนอกจากจะช่วยปกป้องไม่ให้ผ้าสีซีดจางและถนอมเส้นใยผ้าแล้ว ยังช่วยให้ผ้ามีสัมผัสนุ่มและหอมนานยิ่งขึ้นอีกด้วย

การตากผ้าขนหนู

การตากให้แห้งสนิทถือเป็นหัวใจของการดูเเลรักษาผ้าขนหนู เพราะถ้าปล่อยให้ชื้นนานอาจทำให้เกิดกลิ่นอับเเละขึ้นราได้ จึงเป็นวิธีกำจัดราบนผ้าเช็ดตัวที่ดี

  • เเนะนำให้ใช้ราวตากผ้า นำผ้าขนหนูไปตากที่ราวทุกครั้งหลังใช้เสร็จ เหยียดผ้าออกและจัดให้ตึงเพื่อให้อาการหมุนเวียนผ่านผ้าได้ง่ายและผ้าแห้งอยู่ตลอด

  • หลังซัก ควรตากผ้าในที่ร่มลมโกรกบนราวตากผ้า เหยียดผ้าออกไม่ให้ทับซ้อนกัน หรือถ้าตากกลางแจ้ง ไม่ควรปล่อยให้ผ้าโดนแดดแรงๆ ทั้งวัน เพราะจะทำให้เส้นใยผ้าขนหนูของคุณแห้งจนกรอบและเก่าเร็ว   

  • ถ้าใช้เครื่องอบผ้าแห้ง ก่อนใส่ลงเครื่องอบผ้า ควรสะบัดผ้าเบาๆ เพื่อให้เส้นใยผ้ายืดเต็มที่เเละรักษาความนุ่มฟูของผ้า เลือกอุณหภูมิร้อนปานกลาง และใส่ลูกเทนนิสลงไปตอนอบ 1-2 ลูก แม้จะฟังดูแปลกๆ แต่วิธีนี้ช่วยให้ผ้าขนหนูกลับมานุ่มฟูได้จริงๆ

เป็นอย่างไรกันบ้างกับวิธีซักผ้าขนหนูให้หอมนุ่มน่าใช้และเหมือนใหม่ไปอีกนานๆ อย่าลืมว่าความนุ่มของผ้าขนหนูมีหน้าที่ช่วยซับความเปียกชื้นและปลอบประโลมผิวหลังอาบน้ำ เพื่อเตรียมร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้าให้แห้งสบายพร้อมที่จะสวมใส่เสื้อผ้า จึงถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทำความสะอาดร่างกายที่ควรให้ความสำคัญทุกวัน

เผยแพร่ครั้งแรก