วิธีป้องกันอันตรายจากสัตว์มีพิษ พกติดตัวไว้เผื่อได้ใช้

วิธีกำจัดตะขาบไม่ให้เข้าบ้าน หรือวิธีกำจัดงู ดูแลบ้านอย่างไร ให้ไร้สัตว์มีพิษ

อัปเดตเมื่อ

garden chair

คุณคงเคยเห็นข่าวอยู่บ่อยๆ ว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องไปตามบ้านเพื่อจับงูและสัตว์มีพิษชนิดต่างๆ บางครั้งสัตว์พวกนี้ก็ทำเราแปลกใจว่าเข้ามาในบ้านได้อย่างไร เข้ามาทางไหน ทำให้เกิดความหลอน เราอยากให้บ้านมีสวนสวย แต่ก็ไม่อยากได้สัตว์ร้ายแถมมาด้วย

ทำไมสัตว์มีพิษปรากฎตัวหน้าฝน 

คุณเคยสงสัยหรือไม่ ทำไมสัตว์มีพิษต่างเข้าบ้านเราในหน้าฝน เหตุผลก็คล้ายๆ กับเราเวลาวิ่งหลบฝนนั่นแหละ สัตว์เหล่านี้ก็หลบฝนเหมือนกัน หรือไม่ก็ที่อยู่อาศัยของพวกมันโดนน้ำท่วม ถ้าเป็นคนอย่างเรา การหนีน้ำก็เพื่อไม่ให้เปียกจะไม่สบาย หรือถ้าน้ำท่วมสูงหน่อยก็แค่ต้องเดินลุยน้ำ แต่สัตว์ต่างๆ ที่ตัวเล็กและอยู่ตามพื้น การหนีน้ำ ถือเป็นภารกิจเอาชีวิตรอดที่ยิ่งใหญ่ เป็นความเป็นความตายกันเลยทีเดียว 

วิธีป้องกันอันตรายจากสัตว์มีพิษ

ดังคำโบราณว่า รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง เรื่องนี้ก็ใช้ได้แม้กระทั่งคู่ต่อสู้ของเราเป็นสัตว์ เพราะเราสื่อสารกันไม่ได้ วิธีป้องกันและรับมือที่ดีที่สุด คือต้องรู้พฤติกรรมของสัตว์ต่างๆ รู้ว่าบ้านพวกมันอยู่ที่ไหน ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร และมีนิสัยใจคออย่างไร เราต้องมีข้อมูลเหมือนเวลาเราจะสนใจใครหรือจะจีบใครสักคนเลยแหละ  

#1 งู

เบอร์ 1 ของแขกไม่รับเชิญต้องยกให้งู แม้ไม่มีแขนขา แต่งูเลื้อยได้ไวมาก สามารถเข้าบ้านเราตามช่องแคบเล็กๆ ยากต่อการสังเกตเห็น 

สืบเสาะ เบาะแส

งูมีทั้งแบบมีพิษและไม่มีพิษ สังเกตลักษณะภายนอกคร่าวๆ คือ งูพิษมักมีหัวทรงสามเหลี่ยม มีสีสันสด และมีพฤติกรรมพิเศษ เช่น ส่งเสียงขู่ แผ่แม่เบี้ย หางสั่นไหว หรือพ่นพิษ แต่ทุกอย่างก็มีข้อยกเว้น ถ้าพบเห็นงูให้อยู่ห่างๆ ไว้ก่อน  

งูพิษที่มักพบตามบ้านมีงูเห่า งูเขียวหางไหม้ และงูจงอาจ ส่วนงูไม่มีพิษที่มักพบคืองูเขียวพระอินทร์ งูสิง งูทางมะพร้าว งูเหลือม และงูหลาม 

ถ้าคุณพบลอกคราบงูหรือรอยเลื้อยในบ้านหรือในสวน หรือสัตว์เลี้ยงของคุณมีพฤติกรรมแปลกๆ เช่น เห่า หรืออาจจะหนีจากพื้นที่ ก็ให้ระวังไว้ว่าอาจมีงูแอบซ่อนอยู่ในบ้านคุณ ใช้ไม้เขี่ยตามซอกหลืบบริเวณนั้นโดยไม่ใช้มือล้วง

วิธีกำจัดงู รู้ไว้ได้ใช้แน่!

อาหารของงูที่มีมากตามบ้านคือหนู ดังนั้น วิธีกำจัดงูไปพร้อมๆ กับกำจัดหนู ก็คือการเก็บขยะให้มิดชิดเพื่อไม่ให้มีหนูไปกัดแทะ หากวางอาหารไว้ก็ควรมีฝาปิดภาชนะ อย่าให้มีเศษอาหารเกลื่อนกลาด เมื่อไม่มีหนู งูก็ไม่มีอาหาร 

งูมีประสาทสัมผัสการรับกลิ่นที่ไวมาก ดังนั้น งูจึงไม่ชอบกลิ่นฉุน นำสิ่งที่มีกลิ่นฉุน เช่น กำมะถัน นำมันก๊าด น้ำมันเครื่อง หรือมะกรูด ไปวางไว้รอบๆ บ้านและตามซอกหลืบต่างๆ ตามรั้ว ประตู หน้าต่าง และที่ลับตา รวมถึงแนวท่อ เพื่อไล่งูไม่ให้เข้าบ้าน 

ถ้าบ้านคุณมีสวน ลองปลูกพืชเหล่านี้เพื่อช่วยตกแต่งสวนไปพร้อมๆ กับป้องกันงูเข้าบ้าน  

  • ฟ้าทลายโจร - งูจะระคายเคืองผิวหนังหากสัมผัสรากและใบของฟ้าทลายโจร

  • จิงจูฉ่าย - มีกลิ่นฉุนทำให้งูไม่เข้าใกล้

  • ดาวเรือง - กลิ่นของดาวเรืองไล่งู และยางในลำต้นทำให้ผิวหน้งงูระคายเคือง  

  • ต้นระย่อม - รบกวนระบบประสาทและหัวใจของงู

  • ว่านพญานาคราช - น้ำมันมีกลิ่นรุนแรงจึงไล่งูได้ 

  • กุยช่ายประดับ - กลิ่นของกุยช่ายทำให้งูไม่ชอบ 

อีกวิธีกำจัดงูก็คือการกั้นพื้นที่ด้วยมุ้งลวดหรือตาข่ายตาเล็กตามช่องประตูหรือหน้าต่าง เพื่อป้องกันไม่ให้งูเลื้อยเข้ามาได้  

วิธีเอาตัวรอดจากงู

ก่อนอื่นคือตั้งสติ ยืนนิ่งๆ และค่อยๆ ก้าวถอยหลังช้าๆ ให้คุณจับตามองการเคลื่อนไหวและพฤติกรรมของงูระหว่างเดินถอยหลัง อย่าขยับตัวรุนแรงหรือเข้าไปไล่งู เพราะงูอาจคิดว่าจะโดนทำร้ายและอาจพุ่งเข้าใส่เพื่อป้องกันตัวเอง 

ถ้าเจองูในบ้านหรือบริเวณบ้าน ให้หาอะไรล้อมพื้นที่ไม่ให้งูเลื้อยไปที่อื่นที่เราอาจหาไม่เจอภายหลัง กันเด็ก คนชรา และสัตว์เลี้ยงออกไปจากบริเวณ โทรหามือโปรที่เราให้เบอร์ไว้ด้านล่าง

งูกัด ทำอย่างไรดี

ถ้าคุณหรือสัตว์เลี้ยงพลาดพลั้งโดนงูกัด หากยังเห็นตัวงูให้จดจำลักษณะ หรือถ้าเป็นไปได้ให้ถ่ายรูปเก็บไว้ ข้อมูลนี้จะทำให้การรักษาง่ายขึ้น 

สังเกตรอยกัด หากมี 2 รูชัดเจน แสดงว่าเป็นงูพิษ เพราะงูปล่อยพิษผ่านท่อในเขี้ยว แต่หากเป็นรอยฟันแต่ไม่มีรูใหญ่ 2 รู แสดงว่าเป็นงูไม่มีพิษ 

เมื่อโดนกัด ให้ล้างแผลด้วยน้ำและสบู่ ห้ามดูดพิษตามที่เห็นในหนังเด็ดขาด บีบเลือดออกจากแผลให้มากที่สุด รัดเหนือและใต้แผลสัก 3 นิ้วมือเพื่อให้อวัยวะอยู่นิ่ง ไม่ใช่เพื่อห้ามเลือด จึงไม่ควรรัดเหนือแผลแน่นไปจะทำให้เนื้อเน่า รัดให้ยังมีพื้นที่ใช้นิ้วสอดได้ 1 นิ้ว 

จากนั้นใช้ผ้าสะอาดกดแผลเพื่อห้ามเลือด วางอวัยวะให้ต่ำกว่าระดับหัวใจ นำผู้ถูกกัดส่งโรงพยาบาล ระหว่างนี้เคลื่อนไหวร่างกายให้น้อยที่สุด เพื่อไม่ให้พิษกระจายเข้าสู่กระแสเลือด ไม่ว่างูจะมีพิษหรือไม่ ถ้าโดนกัดก็ควรไปพบแพทย์

#2 ตะขาบ 

สัตว์อีกชนิดที่เราชาวไทยโดนกัดอยู่บ่อยๆ ก็คือตะขาบ ยิ่งหน้าฝนและมีน้ำท่วม ตะขาบยิ่งแอบหนีมาเข้าบ้านเรา อย่ารอช้า ไปดูวิธีกำจัดตะขาบกันเลย

สืบเสาะ เบาะแส

ตะขาบเป็นสัตว์ไม่มีกระดูก ตัวเป็นปล้อง เจริญเติบโตด้วยการลอกคราบ ชอบที่ชื้น ออกไข่ในที่ชื้น ตามพืชและต้นหญ้า ตอนกลางวันจะเก็บตัวตามที่ชื้นและเย็น ออกหากินแมลงเล็กตอนกลางคืน 

ระวังสับสนระหว่างตะขาบกับตะเข็บ ตะขาบจะมีหนวดที่ปล้องแรก แต่ละปล้องจะมีขาออกมาแค่ข้างละ 1 ขา เคลื่อนไหวเร็ว มีพิษและกัดได้ ในขณะที่ตะเข็บเป็นพวกกิ้งกือ ขาเยอะและไม่กัด แต่ปีนขึ้นตามกำแพงได้  

วิธีกำจัดตะขาบ ให้ราบเรียบ

หมั่นทำความสะอาดบ้าน อย่าปล่อยให้บ้านรกจนมีซอกหลืบที่ชื้นและเย็นเป็นที่อยู่ของตะขาบ เปิดม่านให้แสงเข้าบ้านเพื่อลดความชื้นบ้าง 

ตะขาบชอบเข้าบ้านเราตามท่อและรอยแตกของกระเบื้อง โดยเฉพาะในห้องน้ำ ให้คุณซ่อมรอยแตกเพื่อปิดรู นำสบู่ไปวางปิดฝาท่อ เพราะสบู่ทำให้ตะขาบลื่น รวมถึงมีความเป็นด่างไว้ไล่ตะขาบ 

วิธีกำจัดตะขาบไม่ให้เข้าบ้าน ให้เน้นบริเวณที่ตะขาบซ่อนตัวหรือทางที่ตะขาบจะเดินผ่าน ให้คุณพ่นน้ำส้มควันไม้ หรือโรยปูนขาว ก็จะช่วยไม่ให้ตะขาบไปแถวนั้น 

วิธีเอาตัวรอดจากตะขาบ

ถ้าคุณเจอตะขาบในบ้าน ให้ใช้ไม้กวาดและที่ตักผงตักตะขาบออกไปนอกบ้าน ระหว่างเดินออกไปให้ใช้ไม้กวาดปิดต้านบนเพื่อป้องกันตะขาบหล่นออกมา 

อย่าเหยียบหรือทุบตะขาบ เพราะจะทำให้ตะขาบปล่อยสารเคมีชื่อฟีโรโมนออกมาเพื่อสื่อสารกับตะขาบตัวอื่นให้มาเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ถ้าคุณเหยียบ ตะขาบอาจกัดคุณก็ได้ 

ตะขาบกัด ทำอย่างไรดี

ล้างแผลให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ หลังจากโดนกัดจะมีอาการปวด บวม แดง ร้อน ให้คุณประคบด้วยน้ำแข็ง หากรู้สึกปวดให้กินยาแก้ปวด โดยปกติพิษของตะขาบไม่รุนแรงมาก สามารถหายได้เอง แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหรือคุณเคยมีประวัติการแพ้พิษสัตว์ ให้รีบไปพบแพทย์   

#3 แมงป่อง 

คุณอาจคิดว่าแมงป่องในบ้านมีด้วยหรือ อย่าเพิ่งชะล่าใจ แม้ไม่ได้พบเห็นบ่อยนัก แต่แมงป่องก็เป็นหนึ่งในสัตว์พิษที่อาจเข้ามาในบ้านคุณได้ เคยมีเหตุการณ์ที่แมงป่องติดเข้ามาในบ้านกับผลไม้ที่ซื้อเข้าบ้าน แมงป่องมีพิษรุนแรง รู้วิธีกำจัดไว้ก็ไม่เสียหาย

สืบเสาะ เบาะแส

แมงป่อง มีรูปร่างคล้ายปูคือมีก้าม ตัวเป็นปล้อง และมีหางเป็นอวัยวะที่ใช้ต่อยและปล่อยพิษ คุณอาจไม่รู้ว่าแมงป่องมีตาเยอะมาก เพราะมีบนหัวหนึ่งคู่ และข้างๆ อีก 3 คู่ แต่การมองเห็นไม่ค่อยดี เมื่อเจอแสงจะใช้เวลานานในการปรับการมองเห็น แต่แมงป่องมีขนซึ่งไวต่อเสียงและการเคลื่อนไหว เมื่อถูกคุกคามจะชูหางเพื่อต่อย พิษของแมงป่องทำลายระบบประสาท 

วิธีกำจัดแมงป่อง ต้องทำให้ไว

แมงป่องมีนิสัยและที่อยู่คล้ายๆ ตะขาบ คือกินแมลง ชอบที่ชื้น มืด และเย็น ถ้าเป็นบ้านเราก็จะชอบหลบตามมุมห้องหรือตู้รองเท้า ฉะนั้น วิธีป้องกันแมงป่องก็เช่นเดียวกับตะขาบคือการจัดบ้านให้ไม่รก และอุดรูรั่วและรอยแตกต่างๆ  

วิธีเอาตัวรอดจากแมงป่อง

ถ้าเจอแมงป่องที่บ้าน ให้คุณรีบกันเด็ก คนชรา และสัตว์เลี้ยงออกไปจากพื้นที่ หาถังมาครอบไว้ก่อนเพื่อกันแมงป่องหนี นำที่ตักผงและไม้กวาดมากวาดไปไว้นอกบ้าน ระหว่างยกออกไปให้ปิดด้วยไม้กวาดเพื่อไม่ให้ร่วงหล่น 

แมงป่องต่อย ทำอย่างไรดี

แผลที่ถูกแมงป่องต่อยจะเป็นเหมือนรอยเข็มแทงรูเดียวหรือเป็นรอยไหม้ ผิวหนังบวม แดง และรู้สึกแสบร้อน คนที่มีอาการแพ้จะรู้สึกปวดมาก ให้คุณล้างแผลด้วยสบู่ ใช้น้ำแข็งประคบรอบๆ แผลลดความปวด ห้ามบีบแผลเด็ดขาด กินยาแก้ปวด เมื่อปฐมพยาบาลเสร็จแล้ว ควรไปพบแพทย์เพื่อให้แน่ใจว่าไม่เป็นอันตรายเพราะพิษของแมงป่องค่อนข้างรุนแรง   

#4 ผึ้งและต่อ 

ผึ้งและต่อชอบทำรังตามต้นไม้ในสวน แต่บางครั้งก็มาทำรังตามชายคาบ้านและใต้หลังคา หากปล่อยทิ้งไว้ รังจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพบเห็นจึงควรโทรเรียกผู้เชี่ยวชาญมากำจัด เพราะถ้าลองทำเองอาจมีความเสี่ยง 

สืบเสาะ เบาะแส

ผึ้งและต่อจัดเป็นแมลงสังคม อยู่กันเป็นกลุ่มและมีการสื่อสารกัน ดังนั้น หากคุณโดนต่อย แมลงเหล่านี้จะปล่อยฟีโรโมนคล้ายๆ กับตะขาบ เพื่อให้แมลงตัวอื่นรู้ตำแหน่งของศัตรูและเรียกกำลังเสริมมาช่วยสกัดกั้นไม่ให้ศัตรูไปทำอันตรายรัง 

อาหารของผึ้งคือน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ ในขณะที่ต่อกินทั้งพืชอย่างเกสรดอกไม้และผลไม้ รวมถึงกินเนื้อสัตว์ด้วย 

รังผึ้งทำมาจากขี้ผึ้งที่ผึ้งสร้างขึ้นมาเอง ส่วนรังต่อทำจากวัสดุที่เป็นดิน โคลน เศษไม้ ใบไม้ และเยื่อไม้ ขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์ 

ผึ้งจะต่อยและทิ้งเหล็กในเพียงครั้งเดียว ซึ่งต่างจากต่อที่ไม่ทิ้งเหล็กใน แต่สามารถต่อยซ้ำได้หลายๆ ครั้ง พิษของผึ้งมีฤทธิ์เป็นกรด ส่วนพิษของต่อมีฤทธิ์เป็นด่างที่รุนแรงกว่าพิษผึ้ง 

วิธีกำจัดผึ้งและต่อ ขอให้จำขึ้นใจ

หากบ้านคุณมีสวน การเลือกปลูกต้นไม้เป็นเรื่องสำคัญ การปลูกไม้ดอกหรือไม้ผลอาจทำให้ล่อผึ้งและต่อ ควรหาข้อมูลให้ดีก่อนซื้อ รวมถึงควรเก็บผลไม้ที่ร่วงหล่นใต้ต้นเพื่อไม่ให้ผึ้งและต่อมาหาอาหาร 

วิธีไล่ผึ้งแบบง่ายๆ คือ ปลูกต้นสะระแหน่หรือโรยผงอบเชยบริเวณที่เห็นผึ้ง ในส่วนของต่อ ให้ห้อยถุงกระดาษสีน้ำตาลเป็นรังปลอม เพราะต่อจะไม่สร้างรังใกล้ต่อกลุ่มอื่น อีกอย่างก็คือปิดถังขยะให้มิดชิดเพื่อไม่ดึงดูดต่อ 

อีกวิธีที่ใช้ได้ผลกับทั้งผึ้งและต่อ คือ แขวนถุงน้ำหรือสิ่งของสะท้อนแสง แสงวิบวับทำให้ผึ้งและต่อคิดว่าเป็นอันตราย จึงไม่เข้าใกล้

วิธีเอาตัวรอดจากผึ้งและต่อ

หากคุณเห็นผึ้งหรือต่อบินอยู่ ให้อยู่ให้ห่างจากแมลงให้มากที่สุด เพราะอาจมีรังหรือแมลงตัวอื่นๆ อยู่แถวนั้นอีก 

ผึ้งและต่อต่อย ทำอย่างไรดี

ถ้ามีเหล็กใน ให้คุณใช้รูที่กุญแจกดเหล็กในออกมา เมื่อเอาเหล็กในออกแล้วให้ล้างแผลด้วยสบู่ ประคบน้ำเย็นให้แผลยุบ ใช้ว่านหางจระเข้ทาเพื่อลดอาการคัน บวม และการอักเสบ หากมีอาการปวด อาจกินยาแก้ปวดและยาแก้แพ้ร่วมด้วย ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหรือคุณมีประวัติการแพ้ ให้รีบไปพบแพทย์ 

#5 แมลงก้นกระดก

แมลงมีพิษอีกชนิดที่ระบาดในหน้าฝนก็คือแมลงก้นกระดก เพราะสีสันที่สวยงามอาจทำให้คุณหรือเด็กๆ อยากเข้าไปจับ ซึ่งถ้าโดนพิษก็แย่แน่ 

สืบเสาะ เบาะแส

แมลงก้นกระดกเป็นแมลงประเภทด้วง ตัวเป็นปล้องมีสีดำสลับส้ม มีขนาดเล็กและเมื่อเกาะจะยกก้นขึ้น จึงเป็นที่มาของชื่อ มักอาศัยตามพงหญ้าชื้นๆ แมลงก้นกระดกกินแมลงอื่นเป็นอาหาร จึงชอบอยู่ที่ที่มีแสงไฟตามบ้านเรือนเพื่อหาอาหาร และบางครั้งก็ร่วงหล่นทำให้เข้าไปตามที่ต่างๆ ของบ้าน 

แมลงก้นกระดกมีสารพิเดอรินอยู่ในเลือด และจะปล่อยสารนี้เมื่อมีการสัมผัส พิเดอรินมีความเป็นกรด เมื่อโดนจะทำให้รู้สึกแสบร้อนและเป็นรอยไหม้ ทำให้ระคายเคืองผิวหนัง  

วิธีกำจัดแมลงก้นกระดก ไม่ให้ตกในบ้าน

ในฤดูฝนที่แมลงก้นกระดกระบาด พยายามอย่าเปิดบ้านและซ่อมที่ต่างๆ ที่เป็นรูตามมุ้งลวด รวมถึงเปิดไฟเท่าที่จำเป็นเวลากลางคืน ก่อนเข้านอน ควรปัดเตียงและหมอนเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีแมลงก้นกระดกตกไปบนเตียง  

คุณอาจลองเปลี่ยนหลอดไฟจากสีขาวเป็นสีเหลือง หรือเปิดไฟที่อื่นเพื่อล่อให้แมลงไปจุดอื่น ตัดหญ้ารอบบ้านให้สั้น หรือปลูกต้นไพรีทรัมไว้ในสวนเพราะกลิ่นจะทำลายระบบประสาทของแมลง 

วิธีเอาตัวรอดจากแมลงก้นกระดก

เมื่อพบเห็นแมลงก้นกระดก อย่าใช้มือไปสัมผัส ปัด หรือบี้ตัวแมลงเด็ดขาด เพราะแมลงจะปล่อยพิษออกมา ให้คุณเป่าให้หลุดออกจากตัว จากนั้นใช้กระดาษทิชชูจับไปทิ้ง หรือใช้ไม้กวาดและที่ตักผงเพื่อกวาดและนำไปทิ้งข้างนอกบ้าน 

เผลอจับแมลงก้นกระดก ทำอย่างไรดี

ถ้าคุณเผลอจับแมลงก้นกระดก แผลจะเกิดขึ้นประมาณ 6-12 ชั่วโมงหลังจากการโดน โดยจะรู้สึกคัน แสบ ร้อน มีอาการไหม้ และมีตุ่มน้ำ อย่าเกาเพราะจะทำให้กระจายไปจุดอื่นได้ ให้รีบล้างบริเวณที่โดนด้วยสบู่ ประคบด้วยน้ำแข็ง 

แผลจะหายเองในประมาณ 1 สัปดาห์ ระหว่างนั้นให้คุณรักษาความสะอาดบริเวณแผลเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากแบคทีเรีย เพราะจำทำให้เกิดแผลเป็นได้ แต่หากแผลดูรุนแรงและลุกลาม ไม่ดีขึ้น แสดงว่าคุณอาจแพ้พิษ ให้รีบไปพบแพทย์

กดเบอร์ เมื่อเจอ

เรื่องของสัตว์มีพิษ คุณไม่ควรจัดการด้วยตัวเอง แต่ควรเรียกผู้ที่มีความชำนาญจะดีกว่า เบอร์เหล่านี้ คุณควรมีติดบ้านไว้ เขียนตัวใหญ่ๆ และแปะในที่ที่เห็นได้ชัด

  • ร่วมด้วยช่วยกัน เบอร์ 1677

  • ดับเพลิงและกู้ภัย เบอร์ 199

  • สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เบอร์ 1669

ถึงตอนนี้คุณจะรู้จักกับสัตว์มีพิษใกล้ตัว และรู้วิธีป้องกันอันตรายจากสัตว์มีพิษ สิ่งที่คุณควรทำก่อนใส่รองเท้าออกจากบ้าน อย่าลืมเคาะก่อน เผื่อมีเพื่อนตัวเล็กที่ร้ายกาจแอบซ่อนอยู่   

เผยแพร่ครั้งแรก