ซักและดูแลเสื้อผ้าไหมพรมอย่างไรให้สะอาด น่าสวมใส่ และใช้งานไปได้อีกนานๆ

ทำเองง่ายๆ ได้ทุกขั้นตอน ทั้งซักมือและซักเครื่อง ไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินค่าซักแห้ง

อัปเดตเมื่อ

pile of jumpers

เสื้อผ้าไหมพรมเป็นของที่ขาดไม่ได้สำหรับช่วงอากาศหนาวเย็นที่กำลังจะมาถึง แต่เนื่องจากเป็นไอเท็มที่ไม่ได้หยิบใช้บ่อยนัก เราจึงมักเก็บไว้อย่างดีในตู้เสื้อผ้า พอถึงเวลาจะเอาออกมาใช้ก็อาจมีกลิ่นอับหรือฝุ่นเกาะ เลยต้องทำความสะอาดกันก่อน หลายคนคิดว่าการทำความสะอาดของเหล่านี้ก็แค่ซักแล้วตากให้แห้งก็พอ ขอบอกว่าไม่ใช่แค่นั้นแน่นอน ถ้าอยากใส่เสื้อผ้าไหมพรมที่สะอาด หอม และดูเหมือนใหม่เสมอ การดูแลเสื้อผ้าไหมพรมอย่างถูกวิธีมีผลอย่างมาก เรามีเคล็ดลับดีๆ มาฝาก ไม่รู้ไม่ได้แล้ว

เรื่องที่ต้องรู้ก่อนลงมือซักเสื้อผ้าไหมพรม

วิธีซักเสื้อไหมพรมที่ถูกต้องควรเริ่มที่การสังเกตป้ายสัญลักษณ์คำแนะนำในการดูแลรักษาให้เข้าใจดีเสียก่อน ป้ายเหล่านั้นบอกให้รู้ว่าเสื้อผ้าไหมพรมแต่ละตัวทำมาจากเส้นใยชนิดไหน ซึ่งต้องซักด้วยวิธีใด ใช้น้ำอุณหภูมิเท่าไหร่ และดูแลรักษาแบบไหน ดังนั้น ถ้าไม่อยากให้เสื้อผ้าไหมพรมตัวโปรดของคุณต้องถูกทิ้งลงถังขยะก่อนเวลาอันสมควร อย่าลืมสังเกตก่อนซัก

เสื้อผ้าไหมพรมแต่ละตัวทำมาจากเส้นใยต่างชนิดกัน โดยทั่วไปเส้นใยธรรมชาติอย่างขนแกะ แคชเมียร์ ฝ้าย ไหม ลินิน จะดูดี ใส่สบาย และคงทนกว่า แต่ราคาจะสูงกว่าเส้นใยสังเคราะห์ เช่น ไนลอน โพลีเอสเตอร์ เรยอน ซึ่งเราควรเลือกวิธีการซักที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่จะเกิดกับเส้นใย  

ตัวอย่างเช่น เส้นใยจากขนแกะ ซึ่งเป็นวัสดุที่นิยมนำมาทำเสื้อผ้าไหมพรมมากที่สุด เพราะให้ความนุ่มและอบอุ่นอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะกับการซักมือมากกว่าซักเครื่อง หรือหากจะซักเครื่องก็ควรเลือกโหมดสำหรับซักผ้าที่ต้องการถนอม นอกจากนี้ควรซักด้วยน้ำเย็น ใช้ผงซักฟอกหรือผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดน้ำสูตรอ่อนโยน และหากมีรอยยับ ไม่ควรใช้เตารีดไฟแรงๆ รีดลงบนเสื้อผ้าโดยตรง เพราะอาจทำให้เกิดรอยไหม้ได้ง่ายและไม่สามารถแก้ไขให้กลับมาเหมือนเดิมได้     

วิธีซักเสื้อไหมพรมด้วยมือ

อย่างที่รู้กัน เสื้อผ้าไหมพรมจากเส้นใยธรรมชาติอย่างขนแกะ แคชเมียร์ และฝ้ายผสม เหมาะกับการซักมือมากกว่า เพราะเราสามารถควบคุมแรงซักหนักเบาได้ ช่วยถนอมเส้นใยได้มากกว่า ไม่ทำให้เสื้อผ้าเสียทรง และช่วยยืดอายุการใช้งาน นอกจากนี้ การซักมือก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด

วัสดุและอุปกรณ์ที่ต้องใช้

  • น้ำยาขจัดคราบก่อนซัก สำหรับใช้ขจัดคราบเฉพาะจุด (ใช้เมื่อจำเป็นจริงๆ เท่านั้น)  

  • ผงซักฟอกหรือผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดน้ำสูตรอ่อนโยน (ถ้าได้สูตรสำหรับซักเสื้อผ้าไหมพรมโดยเฉพาะ ยิ่งดี)

  • น้ำส้มสายชู (เพื่อกำจัดกลิ่นอับและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดเส้นใย)  

  • กะละมังหรืออ่างซักผ้า

  • ถุงมือยาง (ถ้ามี)

  • ราวตากผ้าแบบตะแกรงตากผ้าแนวราบ

  • ผ้าเช็ดตัวผืนขนาดกลางถึงใหญ่

เวลาที่ใช้

ประมาณ 1 ชั่วโมง สำหรับเสื้อผ้าไหมพรม 2-3 ชิ้น และต้องเผื่อเวลาตากผ้าให้แห้งสนิทอีกอย่างน้อย 2 วัน (ตากให้แห้งเอง ไม่ใช้เครื่องอบผ้าแห้ง)

ขั้นตอนและวิธีการซัก

  • ขจัดคราบก่อนซัก หากจำเป็น โดยทำตามคำแนะนำบนฉลากน้ำยาขจัดคราบก่อนซัก จากนั้นนำไปซักมือด้วยมือตามปกติ

  • ใส่น้ำเย็นลงในกะละมังหรืออ่างซักผ้า ตามด้วยผงซักฟอกหรือผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดน้ำสูตรอ่อนโยนในปริมาณเพียงเล็กน้อย

  • เติมน้ำส้มสายชูลงไป ¾ ถ้วยตวง

  • กลับด้านเสื้อผ้าไหมพรมจากด้านในมาด้านนอก แล้วนำไปจุ่มลงในกะละมัง ถ้าผิวหนังของคุณมักจะแพ้ผงซักฟอกก็ควรใส่ถุงมือด้วย

  • ใช้มือตบเบาๆ ให้ทั่วในน้ำ แล้วแช่ทิ้งไว้ 10-15 นาที ตาวจดูให้แน่ใจว่าเสื้อผ้าทุกส่วนจมอยู่ในน้ำ  

  • ล้างโดยนำเสื้อผ้าขึ้นจากกะละมัง เปลี่ยนน้ำใหม่เป็นน้ำสะอาด แล้วนำเสื้อผ้ากลับลงไป ใช้มือตบเบาๆ ให้ทั่วในน้ำ ทำซ้ำแบบเดิม 2-3 รอบ

  • นำขึ้นจากกะละมัง ค่อยๆ บีบน้ำออก (ห้ามบิด) แล้วใช้ผ้าเช็ดตัวช่วยซับน้ำออก จากนั้นตากบนตะแกรงตากผ้าแนวราบ   

เคล็ดลับ

  • ถ้าเป็นไปได้ แนะนำให้ซักเสื้อผ้าไหมพรมทีละตัว การแช่ผ้าในกะละมังเดียวจนแน่นย่อมส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำความสะอาด

  • ถ้าจำเป็นต้องขจัดคราบฝังแน่น ควรเลือกใช้น้ำยาขจัดคราบก่อนซักที่เหมาะกับชนิดของเส้นใย ไม่ควรใช้แปรงขัดถู เพราะจะทำให้เสื้อผ้าไหมพรมเป็นขุย

  • วิธีใช้ผ้าเช็ดตัวช่วยซับน้ำส่วนเกิน ซึ่งจะช่วยให้ผ้าแห้งเร็วขึ้น ก็คือ นำผ้าเช็ดตัววางตามยาวบนพื้นผิวเรียบและสะอาด จากนั้นนำเสื้อผ้าไหมพรมที่บีบน้ำออกไปบางส่วนแล้วไปวางบนครึ่งซ้ายหรือครึ่งขวาของผ้าเช็ดตัว แล้วพับส่วนที่เหลืออีกครึ่งมาทับ แล้วใช้มือกดเบาๆ ให้ทั่วเพื่อซับน้ำออก

  • ขณะตาก ควรแผ่และจัดเสื้อผ้าไหมพรมให้เป็นทรงเดิม เมื่อแห้งแล้วจะได้ไม่เสียทรงหรือมีรอยยับ หากมีชิ้นส่วนที่ถอดประกอบได้ เช่น สายรัดหรือเข็มขัด ให้ถอดออกและแยกตาก  

  • ควรตากในที่ร่ม อากาศถ่ายเทดี หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด

วิธีซักเสื้อไหมพรมด้วยเครื่องซักผ้า

เสื้อผ้าไหมพรมที่ทำจากเส้นใยสังเคราะห์ส่วนใหญ่และเส้นใยธรรมชาติบางชนิดสามารถซักด้วยเครื่องซักผ้าได้ ช่วยประหยัดแรงและเวลา ทั้งยังซักผ้าได้คราวละหลายชิ้น อย่างไรก็ตาม ควรใช้อย่างระมัดระวังตามคำแนะนำในการดูแลรักษา เพื่อป้องกันไม่ให้ผ้าหดหรือยืด

วัสดุและอุปกรณ์ที่ต้องใช้

  • น้ำยาขจัดคราบก่อนซัก สำหรับใช้ขจัดคราบเฉพาะจุด (ใช้เมื่อจำเป็นจริงๆ เท่านั้น)  

  • ผงซักฟอกหรือผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดน้ำสูตรอ่อนโยน (ถ้าได้สูตรสำหรับซักเสื้อผ้าไหมพรมโดยเฉพาะ ยิ่งดี)

  • ถุงซักผ้า

  • เครื่องซักผ้า

  • ราวตากผ้าแบบมีตะแกรงตากผ้าแนวราบ

  • ผ้าเช็ดตัวผืนขนาดกลางถึงใหญ่

เวลาที่ใช้

ประมาณ 30 นาที และควรเผื่อเวลาตากผ้าให้แห้งสนิทอีกอย่างน้อย 2 วัน (กรณีตากให้แห้งเอง โดยไม่ใช้เครื่องอบผ้าแห้ง)

ขั้นตอนและวิธีการซัก

  • ขจัดคราบก่อนซัก หากจำเป็น โดยทำตามคำแนะนำบนฉลาก

  • กลับเสื้อผ้าไหมพรมจากด้านในออกมาด้านนอก

  • ปกป้องเสื้อผ้าไหมพรมของคุณ โดยใส่ผ้าลงในถุงซักผ้า เพื่อไม่ให้ผ้าเป็นขุย  

  • ใส่ผงซักฟอกหรือผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดน้ำลงในช่องใส่ผงซักฟอก

  • เลือกโปรแกรมซักผ้าที่ต้องการถนอม หรือโปรแกรมซักมือ หรือโปรแกรมซักไหมพรม รวมถึงรอบการซักที่สั้นและช้า และตรวจสอบดูให้แน่ใจว่าคุณตั้งอุณหภูมิซักด้วยน้ำเย็น

  • กดปุ่ม Start เพื่อซักและล้างตามปกติ  

  • กดปุ่ม Stop เพื่อหยุดการทำงานของเครื่องก่อนที่ฟังก์ชั่นปั่นหมาด (Spin) จะเริ่มทำงาน ทั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงแรงเหวี่ยงที่จะทำให้เสื้อผ้ายืดย้วยและเสียทรง

  • นำผ้าออกจากเครื่องด้วยความระมัดระวัง

  • ใช้ผ้าเช็ดตัวช่วยซับน้ำส่วนเกิน (ทำเช่นเดียวกับที่แนะนำไว้ในวิธีซักด้วยมือ) จากนั้นนำไปตากบนตะแกรงตากผ้าแนวราบ

เคล็ดลับ

  • วิธีใช้ถุงซักผ้า ควรเลือกถุงซักผ้าเนื้อนิ่ม ไม่หยาบ และควรเป็นแบบซิปซ่อน เพื่อไม่ให้เสียดสีกับเสื้อผ้าไหมพรมจนเส้นใยเสียหาย

  • ไม่ควรซักผ้าหลากสีพร้อมกัน เพื่อป้องกันสีตกใส่กัน

  • ไม่แนะนำให้ใช้เครื่องอบผ้าแห้ง แม้ว่าป้ายสัญลักษณ์จะระบุว่าใช้ได้ เพื่อป้องกันเนื้อผ้าหดตัวเมื่อถูกความร้อน

  • ถ้าไม่มีตะแกรงตากผ้าแนวราบ หาเก้าอี้พลาสติกโปร่งมาต่อกันเพื่อตากแนวราบแทนตะแกรงได้

อยากซักผ้าให้หอม ต้องมี”คอมฟอร์ท”

เราขอแนะนำตัวเลือกดีๆ อย่างผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มคอมฟอร์ท เพื่อรักษาเส้นใยผ้าและให้ผ้าหอมนุ่มและคงความหอมได้นาน 

นอกจากนี้ ของใช้คู่ครัวอย่างน้ำส้มสายชูก็สามารถช่วยให้ผ้าหอมได้ ถ้าคุณอยากให้เสื้อผ้าไหมพรมของคุณมีกลิ่นหอมน่าสวมใส่ยิ่งขึ้น เมื่อผ้าแห้งสนิทแล้ว เพียงนำน้ำผสมกับน้ำส้มสายชูและน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่คุณชอบ กรอกใส่ในขวดสเปรย์แล้วฉีดพรมด้านในของเสื้อผ้า วิธีนี้ใช้กำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่มีอยู่เดิมและเพิ่มกลิ่นใหม่ที่หอมถูกใจอีกด้วย แต่ใช้ได้เฉพาะกับเสื้อผ้าไหมพรมที่มีกลิ่นไม่รุนแรง ถ้ากลิ่นแรงเกินทำใจ ขอแนะนำให้เอาไปซักใหม่เลยจะดีกว่า

การเก็บรักษาเสื้อผ้าไหมพรม

ควรพับเสื้อผ้าไหมพรมเอาไว้เสมอ การแขวนอาจสะดวกต่อการหยิบมาใช้ก็จริง แต่ถ้าคุณไม่ค่อยได้ใช้เสื้อผ้าไหมพรมเหล่านั้น การแขวนเอาไว้นานๆ ก็อาจทำให้ฝุ่นเกาะและยืดย้วยได้

อย่าเก็บเสื้อผ้าไหมพรมที่มีคราบสกปรก (โดยเฉพาะคราบอาหาร) และยังไม่ได้ซักไว้ในตู้เสื้อผ้า ถ้าไม่อยากถูกโจมตีโดยแมลงสาบและแมลงกินผ้า และถึงแม้จะแน่ใจว่าเสื้อผ้าซักสะอาดแล้ว ลองหาโรสแมรี่มาใส่เอาไว้ในตู้เสื้อผ้าหรือลิ้นชักเก็บเสื้อผ้า รับรองว่าแมลงพวกนี้จะไม่มารบกวน

ทุกครั้งที่พบเห็นขนและขุยบนเสื้อผ้าไหมพรม ควรกำจัดออกโดยด่วน จะช่วยทำให้เสื้อผ้าตัวโปรดของคุณดูใหม่อยู่เสมอ วิธีกำจัดก็ไม่ยาก อาจใช้อุปกรณ์อย่างง่าย เช่น กรรไกรขนาดเล็กตัดเล็มออก หรือมีดโกนหนวดค่อยๆ ขูดเบาๆ หรือหาซื้อเครื่องกำจัดขุยผ้า (sweater shaver หรือ fabric defuzzer) ที่มีขายทั่วไปในท้องตลาดมาไว้ติดบ้าน

เสื้อผ้าไหมพรมของคุณจะมีอายุการใช้งานยืนยาวหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับวิธีการซัก ตาก และดูแลรักษา ถ้าเราดูแลมันอย่างดี เสื้อผ้าตัวโปรดชิ้นนั้นๆ ก็จะอยู่กับคุณไปได้อีกนาน อีกอย่าง การดูแลเองด้วยความใส่ใจ นอกจากได้ผ่อนคลายด้วยการออกกำลังกายเล็กๆ น้อยๆ แล้ว ยังช่วยคุณประหยัดเงินค่าซักแห้งได้อีกด้วย  

เผยแพร่ครั้งแรก