เผยไต๋วิธีใช้เครื่องอบผ้า อย่าต้องเสียใจเพราะเข้าใจผิด

เมื่อเครื่องอบผ้าไม่ได้เป็นมิตรกับทุกเส้นใย เราต้องทำอย่างไรถ้าต้องซักผ้ากลางคืน ให้ตื่นมาไม่เหม็นอับ และไม่จับเชื้อโรค

อัปเดตเมื่อ

washing machine

เสื้อผ้าหอมแดดยังมีอยู่หรือไม่ในยุคปัจจุบัน ทำงานออกจากบ้านก็เช้ามืด กว่าจะกลับถึงบ้านก็มืดค่ำ ซักผ้ากลางคืนทั้งชื้นและเหม็น พอเสาร์-อาทิตย์คิดจะซักผ้าหรือตากตุ๊กตาให้หายอับก็ดันฝนตกเสียอีก ทำไมแค่จะทำให้ผ้าแห้งถึงยากนัก หากคุณคิดว่าวิธีใช้เครื่องอบผ้าคือคำตอบสุดท้าย เราขอให้ดูข้อห้ามด้วย  

เครื่องอบผ้า ของมันต้องมี จริงหรือไม่

ถ้าเป็นสมัยก่อน ซักผ้าแล้วก็ตากแดดให้แห้ง ไม่เห็นต้องใช้เครื่องมืออะไร ผ้าก็หอมแดดและผ่านการฆ่าเชื้อโรคด้วยแสงอาทิตย์ แต่ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทำให้การดำเนินชีวิตของเราไม่มีเวลาจะมาตากผ้าตอนแดดออก ไหนจะสภาพอากาศที่แปรปรวนเหลือเกิน ทั้งฝนและฝุ่น เราจึงหันไปหาตัวช่วยอย่างเครื่องอบผ้า วันนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึกถึงแก่นว่า เครื่องอบผ้าช่วยแก้ปัญหานี้ได้จริงหรือไม่ 

เครื่องอบผ้าช่วยชีวิต

วิธีใช้เครื่องอบผ้าช่วยให้ชีวิตเราสบายขึ้นได้หลายประการ   

  • ซักผ้าตามใจ ไม่ต้องง้อแดด - คุณสามารถซักผ้าเมื่อคุณมีเวลา โดยไม่ต้องคำนึงถึงดินฟ้าอากาศ 

  • PM2.5 หรือฝุ่นใดๆ ก็ไม่กลัว - หากคุณตากผ้านอกบ้านในวิกฤติฝุ่นปกคลุม เสื้อผ้าคุณก็จะเลอะและหม่นหมอง เครื่องอบผ้าช่วยให้คุณเลี่ยงปัญหานี้ 

  • แห้งไว ไร้การรอ - เครื่องอบผ้าทำให้เสื้อผ้าแห้งทันที คุณจึงสามารถนำเสื้อผ้ามาใช้งานได้โดยไม่ต้องรอ 1-2 วันด้วยวิธีการตากผ้าแบบเดิม

  • พื้นที่แคบแค่ไหน ก็ไม่ใช่ปัญหา - พื้นที่ก็เป็นข้อจำกัดในการตากผ้า ยิ่งถ้าคุณอยู่คอนโด จะหาพื้นที่ตากผ้าไม่ให้รบกวนความเป็นอยู่ก็ลำบาก มีเครื่องอบผ้าเครื่องเดียวจบ

  • บ้านไม่ชื้น ตื่นมาไม่เจอรา - ในวันฝนตกที่บ้านมีความชื้นมากอยู่แล้ว ถ้าคุณต้องตากผ้าในบ้านอีก ก็จะยิ่งทำให้บ้านชื้นเกิดเชื้อรา แต่ถ้าใช้เครื่องอบผ้าคุณก็ไม่ต้องเจอเชื้อรา 

  • ซักของชิ้นใหญ่ ไม่ต้องกังวล - จะผ้านวม ผ้าปูที่นอน หรือตุ๊กตาที่ชิ้นใหญ่และแห้งยาก หากคุณใช้เครื่องอบผ้าก็ช่วยได้มากทีเดียว 

  • กลิ่นหอมชัวร์ ไม่ต้องกลัวเหม็น - เครื่องอบผ้าจะช่วยแก้ปัญหาเสื้อผ้าเหม็นอับได้แน่นอนเพราะเสื้อผ้าจะแห้งไม่มีความชื้น  

  • บ้านสะอาด ปราศจากราวตากผ้า - เมื่อใช้เครื่องอบผ้า บ้านคุณก็จะดูเรียบร้อย ไม่มีราวตากผ้าแกว่งไกวดูเลอะเทอะ 

จุดอ่อนของเครื่องอบผ้า

แม้ข้อดีของเครื่องอบผ้าจะมากมายทำให้คุณคล้อยตาม แต่ก็มีข้อด้อยที่คุณควรนึกถึงด้วย 

  • ผ้าหลายชนิด ติดว่าห้ามอบ - ไม่ใช่ผ้าทุกชนิดสามารถเข้าเครื่องอบผ้าได้ เพราะจะทำลายเส้นใยผ้า

  • เสื้อผ้าโทรมง่ายกว่า ถ้าใช้เครื่องอบผ้า - เสื้อผ้าต้องผ่านความร้อนค่อนข้างสูงในเครื่องอบผ้า และก็โดนเหวี่ยงไปมา จึงทำให้เสื่อมสภาพได้ง่ายกว่าการตากให้แห้ง

  • ไฟฟ้าสถิต ติดตามเสื้อผ้า - เครื่องอบผ้าทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตทำให้เส้นใยบนเสื้อผ้าฟูขึ้นมาได้ 

  • คราบบางชนิด ติดทนขึ้นหลังอบ - ความร้อนทำให้คราบบางอย่างฝังแน่นขึ้น 

  • ค่าใช้จ่ายเพิ่ม เริ่มตั้งแต่ซื้อจนใช้งาน - การใช้เครื่องอบผ้ามีค่าใช้จ่ายตั้งแต่การซื้อเครื่อง เมื่อใช้งานไปก็ต้องบำรุงรักษาเป็นระยะ ไหนจะค่าไฟอีก 

  • เมื่อเปิดใช้เครื่อง เรื่องเสียงก็ตามมา - เครื่องอบผ้าอาจส่งเสียงดังรบกวนเมื่อใช้งาน 

ทีนี้คุณคงต้องชั่งน้ำหนักข้อดีและข้อเสียงของเครื่องอบผ้าว่าเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณหรือไม่ ใช้หรือไม่ใช้แบบไหนจะดีกว่า อย่าลืมนึกถึงความคุ้มค่าทั้งค่าใช้จ่ายและการใช้งาน

วิถีการใช้ชีวิตของคุณในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 หรือล็อกดาวน์ ส่งผลกระทบต่อประเภทของคราบสกปรกบนเสื้อผ้าของคุณหรือไม่?

12 ชนิดผ้าที่อบไม่ได้ 

อีกหนึ่งข้อสำคัญที่คุณควรคำนึงถึงว่าซื้อเครื่องอบผ้าจะคุ้มหรือไม่ก็คือ เสื้อผ้าที่คุณมีส่วนใหญ่ใช้เครื่องอบผ้าได้หรือไม่ เราไม่แนะนำให้คุณทดลอง เพราะเมื่อเสียหายแล้วจะแก้ไขได้ยาก เสื้อผ้าที่คุณห้ามนำใส่เครื่องอบผ้าเด็ดขาดมีดังนี้

  • ผ้าคอตตอน - คอตตอนเป็นเส้นใยธรรมชาติ เมื่อถูกความร้อนจะทำให้ผ้าหดตัว เสื้อที่มีส่วนผสมของคอตตอนกับผ้าชนิดอื่นอาจทนต่อความร้อนมากขึ้น แต่คุณควรตรวจสอบป้ายดูแลเสื้อผ้าทุกครั้งก่อนใส่เครื่องอบผ้า คุณคงไม่อยากให้เสื้อยืดใส่ชิลๆ ของคุณกลายเป็นเสื้อเด็กหรือเสื้อเอวลอย

  • ผ้าสแปนเด็กซ์ - มีความยืดหยุ่นสูง มักใช้ในชุดออกกำลังกายและชุดว่ายน้ำ ถ้าใส่ในเครื่องอบผ้าจะทำให้เสื้อผ้าสแปนเด็กซ์เสียรูปทรง เพียงพึ่งลมเดี๋ยวเดียวเสื้อผ้าเหล่านี้ก็แห้งแล้ว ถ้าชุดว่ายน้ำย้วยไม่กระชับ โดดน้ำไปหลุดแน่  

  • เสื้อผ้าที่มียางยืด - ยางยืดตามส่วนต่างๆ ของเสื้อผ้า ไม่ว่าจะในเสื้อชั้นในหรือขอบกางเกง มีคุณสมบัติยืดหยุ่นแบบผ้าสแปนเด็กซ์ ซึ่งจะสูญเสียคุณสมบัติเมื่อโดนความร้อนจากเครื่องอบผ้า  

  • เครื่องหนัง - ทั้งหนังแท้ หนังกลับ หรือหนังเทียม ก็ควรเลี่ยงการทำให้แห้งด้วยวิธีใช้เครื่องอบผ้า จริงอยู่ที่หนังเปียกชื้นอาจขึ้นราได้ แต่การใช้เครื่องอบผ้าจะทำให้เสียรูปทรง เกิดรอยแตก และทำให้สีสันเปลี่ยนได้ ทางที่ดีควรซับน้ำ ผึ่งลมให้แห้ง และตากให้ห่างจากแสงแดด

  • ผ้าไหม - จะไหมแท้หรือไหมสังเคราะห์ก็ไม่ควรนำเข้าเครื่องอบผ้า เพราะอาจทำให้หดและเส้นใยเสียหายได้ ชุดผ้าไหมราคาสูง ทางที่ดีไม่เสี่ยงดีกว่า

  • ผ้าเรยอน - เป็นผ้าที่ผลิตจากเส้นใยเซลลูโลสธรรมชาติ เช่น ไม้และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร จึงไม่เหมาะที่จะใส่ในเครื่องอบผ้าเพราะจะทำให้เสื้อผ้าหดและลุ่ย

  • ผ้าลูกไม้ - ลวดลายฉลุบนผ้าลูกไม้ นอกจากจะบอบบางต่อความร้อนแล้ว ยังมีความเสี่ยงที่จะไปเกี่ยวสิ่งต่างๆ ในเครื่องอบผ้าอย่างซิปจากเสื้อผ้าชิ้นอื่น แยกซักด้วยมือและผึ่งให้แห้งปลอดภัยที่สุด

  • ผ้าขนสัตว์ - หากเป็นขนสัตว์แท้ ความร้อนจากเครื่องอบผ้าจะทำให้ด้านหลังของขนเกิดรอยแตกและขนอาจหลุดร่วง แต่ถ้าเป็นขนสังเคราะห์ ความร้อนอาจทำให้เส้นใยละลายและพันกันเป็นสังกะตัง นอกจากนี้ขนที่ร่วงอาจไปติดตามซอกหลืบของเครื่องอบผ้า

  • เสื้อผ้าที่มีการตกแต่ง - เสื้อผ้าที่แต่งด้วยลูกปัดหรือเลื่อมไม่ควรนำเข้าเครื่องอบผ้าเด็ดขาด เพราะของตกแต่งต่างๆ และกาวที่ใช้ติดอาจละลายและเสียรูปทรงเมื่อเจอความร้อน  

  • เสื้อถักไหมพรม - เครื่องอบผ้าอาจทำให้เสื้อถักหรือเสื้อไหมพรมหดหรือเสียทรงจนไม่สามารถแก้ให้กลับสู่สภาพเดิมได้ นอกจากนี้อาจทำให้เส้นใยหลุดรวมกันเป็นก้อน

  • ถุงเท้าหรือพรมที่มียางกันลื่น - แม้จะเป็นสิ่งที่ควรใช้ความร้อนอบเพื่อช่วยฆ่าเชื้อโรค แต่วิธีใช้เครื่องอบผ้าทำให้แห้งจะทำให้ยางกันลื่นละลายได้   

  • เสื้อผ้าเลอะคราบน้ำมัน - ความร้อนและน้ำมันไม่ใช่การผสมผสานที่เหมาะแน่ๆ เพราะน้ำมันที่ร้อนขึ้นอาจทำให้เกิดเปลวไฟได้ หรือแม้ไม่ถึงขั้นนั้น คราบน้ำมันก็อาจหลุดไปติดที่ผิวของเครื่องอบผ้า ทำลายผ้าชิ้นอื่นได้อีก 

วิธีปราบผ้าเหม็นอับให้อยู่หมัด

คุณจำเป็นต้องซักผ้ากลางคืน และแม้คุณอาจมีเครื่องอบผ้า แต่เสื้อผ้าบางตัวก็เข้าเครื่องอบผ้าไม่ได้ ไปลองวิธีทำให้ผ้าไม่เหม็นอับแสนง่าย เพิ่มขั้นตอนอีกนิด แต่รับรองว่าคุ้มกว่าเสื้อผ้าเหม็นอับทำให้คุณเสียบุคลิกแน่นอน

แผนการลดความอับชื้น

วิธีทำให้ผ้าไม่เหม็นอับต้องใช้การวางแผน อาจฟังดูเว่อร์ แต่นี่จะเป็นวิธีขจัดกลิ่นเหม็นอับติดเสื้อผ้า ทำให้บ้านไม่ชื้น ลดการเกิดเชื้อรา และไม่ทำให้คุณมีโรคทางเดินหายใจจากความชื้นในบ้าน

หากเป็นวันฝนตกหรือหากคุณต้องซักผ้ากลางคืน แบ่งซักทีละน้อยเพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอต่อการตากแบบกระจาย ใช้ราวตากผ้าหรือไม้แขวนที่มีหลายๆ ชั้นช่วยการกระจาย คุณไม่ควรตากผ้าทับซ้อนกันเพราะนอกจากจะทำให้ไม่แห้งแล้ว กลิ่นเหม็นอับตามมาแน่นอน

ถ้าต้องตากผ้าในบ้าน ให้เลือกห้องที่มีความชื้นต่ำและมีการระบายอากาศที่ดี อย่างเช่นห้องที่แสงแดดส่องตอนกลางวัน ระเบียงบ้าน หรือห้องที่มีพัดลมดูดอากาศ นอกจากนี้ไม่ควรเลือกห้องที่มีพรม เพราะพรมจะดูดความชื้นที่ออกมาจากเสื้อผ้าที่ตากอยู่    

ขจัดกลิ่นอับตอนซัก

การปรับเปลี่ยนวิธีการซักผ้าเล็กน้อย ป้องกันการเกิดกลิ่นเหม็นอับภายหลังได้โดยการใช้ตัวช่วยเล็กๆ น้อยๆ 

  • น้ำส้มสายชู - ผสมน้ำส้มสายชู 1 ถ้วยในน้ำ 1 แกลอน แช่เสื้อผ้าไว้ประมาณ 4-5 ชั่วโมงก่อนนำไปซักตามปกติ 

  • เบกกิ้งโซดา - ผสมเบกกิ้งโซดา 1 ถ้วยในกะละมังใส่น้ำ แช่เสื้อผ้า 30 นาทีก่อนนำไปซัก ไม่ใช่แค่ช่วยเรื่องกลิ่น แต่คราบต่างๆ จะหายไปด้วย 

  • น้ำมะนาว - ผสมน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะกับเกลือ 2 ช้อนโต๊ะ คนส่วนผสมให้เข้ากัน จากนั้นใช้แปรงสีฟันขนอ่อนนุ่มมาจุ่มส่วนผสมแล้วแปรงบนเสื้อผ้า ก่อนนำไปซักตามปกติ

  • สารส้ม - แกว่งสารส้มในน้ำ 1 กะละมัง นำผ้าไปซักประมาณ 15 นาที แล้วจึงนำไปซักตามปกติ

แก้กลิ่นอับแบบฉุกเฉิน

ถ้าเสื้อผ้าซักเสร็จแล้วมีกลิ่นเหม็นอับ จะให้ไปซักใหม่ก็คงไม่ทันการณ์ หากคุณมีเวลาจำกัด เราขอเสนอวิธีทำให้ผ้าไม่เหม็นอับแบบเร่งด่วน

  • เบกกิ้งโซดา - โรยเบกกิ้งโซดาทั้งด้านนอกและด้านในของเสื้อผ้า ทิ้งไว้ข้ามคืน นำเสื้อมาสะบัดตอนเช้า เป่าด้วยพัดลมหรือที่เป่าผมลมเย็นให้เบกกิ้งโซดาหลุดเป็นอันเสร็จ

  • กากกาแฟ - นำกากกาแฟใส่ถุงกระดาษไปวางใกล้ๆ เสื้อให้ดูดกลิ่น 

  • ถ่าน - ใส่ถ่านในถุงน่อง แขวนไว้รอบๆ เสื้อผ้าเหม็นอับเพื่อให้ดูดกลิ่น

  • ช่องแช่แข็ง - นำเสื้อผ้าใส่ถุงผ้า แล้วนำไปแช่ในช่องแช่แข็งสัก 2 ชั่วโมง ความเย็นจะฆ่าเชื้อแบคทีเรียและขจัดกลิ่นอับ

  • วอดก้า -

    ไม่ใช่ไว้ดื่มให้ลืมกลิ่น อย่าเพิ่งเข้าใจผิด แต่ให้คุณนำวอดก้าใส่ขวดสเปรย์ ฉีดพ่นไปบนเสื้อผ้าโดยเน้นจุดที่มีกลิ่นเหม็นอับมากๆ จากนั้นตากให้แห้ง

กลิ่นหายยังไม่พอ ขอฆ่าเชื้อด้วย

เสื้อผ้าเปียกชื้นและเหม็นอับยังนำมาซึ่งเชื้อราและแบคทีเรีย แบบนี้คงต้องใช้วิธีซักผ้าฆ่าเชื้อโรคเพื่อปราบวายร้ายให้หายเรียบ

  • บอแรกซ์ - ผสมบอแรกซ์กับเบกกิ้งโซดาในสัดส่วนที่เท่ากัน โรยไปบนเสื้อผ้าให้ทั่ว ทิ้งไว้ข้ามคืน สะบัดผงส่วนผสมออกให้หมดก่อนใส่ เท่านี้กลิ่นและแบคทีเรียก็หายเกลี้ยง 

  • นมเปรี้ยว - แช่เสื้อผ้าที่มีเชื้อราและกลิ่นในนมเปรี้ยวก่อนนำมาซัก 

  • ผงซักฟอกสูตรเฉพาะ - ไปซูเปอร์มาร์เก็ตเมื่อไร อย่าลืมไปซื้อผงซักฟอกสูตรฆ่าเชื้อโรคอย่าง โอโมพลัส แอนตี้แบค ที่ฆ่าเชื้อโรค ไรฝุ่น และขจัดกลิ่นอับ

  • น้ำยาฟอกขาว - ตรวจสอบป้ายดูแลเสื้อผ้า ถ้าใช้น้ำยาฟอกขาวได้ ให้คุณใช้น้ำยาฟอกขาวซักผ้าฆ่าเชื้อโรค  

  • น้ำร้อน - ถ้าเสื้อผ้าคุณทนน้ำร้อนได้ การซักผ้าที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียสขึ้นไปช่วยฆ่าเชื้อโรคทั้งหลายและเป็นวิธีฆ่าเชื้อโควิดด้วย 

ฟันธงที่เครื่องอบผ้า 

ถ้าคุณคิดสะระตะแล้วว่าเครื่องอบผ้าคือสิ่งที่ใช่ เราขอฝากข้อควรระวังสำหรับวิธีใช้เครื่องอบผ้าไว้เพื่อให้คุณป้องกันข้อผิดพลาด 

เริ่มที่การเลือกซื้อเครื่องอบผ้า ถ้าคุณมีพื้นที่มากพอสำหรับการระบายลมร้อนก็สามารถใช้เครื่องอบผ้าระบบลมร้อนได้ แต่ถ้าคุณมีพื้นที่จำกัด ควรเลือกเครื่องอบผ้าระบบลมร้อนแบบพกพาที่เคลื่อนย้ายได้ หรือระบบควบแน่น หรือระบบปั๊มความร้อน

ก่อนนำเสื้อผ้าใดๆ ไปอบ อย่าลืมตรวจสอบป้ายการดูแลเพื่อให้แน่ใจว่าเข้าเครื่องอบผ้าได้ และถ้าเข้าได้ต้องใช้อุณภูมิเท่าใด ให้คุณคลี่ผ้าให้คลายตัวก่อนนำเข้าเครื่องอบผ้า สำหรับเสื้อผ้าที่ต้องทะนุถนอม ให้ใส่ถุงตาข่ายก่อน และไม่ใส่เสื้อผ้าในเครื่องอบผ้าจนแน่นเกินไป   

สำคัญที่สุด! คุณต้องทำความสะอาดที่กรองและนำเศษผ้าหรือใยผ้าออกให้หมด เพราะถ้าสิ่งสกปรกเหล่านี้ติดค้างที่เครื่องอบผ้า นอกจากจะทำให้เครื่องทำงานได้ไม่เต็มที่แล้ว ยังเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้อีกด้วย 

คืนสู่สามัญ

สูงสุดคืนสู่สามัญ​ ฉันใดก็ฉันนั้น วิธีธรรมชาติอย่างไรก็ดีที่สุด แม้วิธีใช้เครื่องอบผ้าหรือวิธีอื่นๆ จะช่วยลดปัญหาผ้าเหม็นอับเมื่อซักผ้ากลางคืน อย่างไรคุณก็ควรหาโอกาสนำเสื้อผ้า ตุ๊กตา และเครื่องนอนออกมาตากลมตากแดดธรรมชาติบ้างนานๆ ที กลิ่นหอมแดดและพลังฆ่าเชื้อโรคไม่มีใครเทียมพี่พระอาทิตย์ของเราได้   

เผยแพร่ครั้งแรก